วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ข้อมูลค่าการกลั่นของโรงกลั่นล่าสุด พุ่งแตะ 14 บาทต่อลิตร
ตรงนี้ สะท้อนอะไร และรัฐบาลต้องจัดการอย่างไร จึงจะเกิดความเป็นธรรม
1. ค่าการกลั่น (Gross Refining Margin : GRM) คือ ส่วนต่างระหว่างมูลค่าเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน กับต้นทุนเฉลี่ยน้ำมันดิบอ้างอิง
จึงเป็นเพียงตัวสะท้อนส่วนต่างของราคาในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ของโรงกลั่น เช่น ค่า Crude Premium ค่าขนส่งและค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย ค่าเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าซ่อมบำรุง ค่าแรง ดอกเบี้ย และภาษี
ดังนั้น “ค่าการกลั่น” จึงไม่ใช่ “กำไรสุทธิของโรงกลั่น” และอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตามสถานการณ์ตลาดน้ำมันโลก
โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือภาวะสงคราม ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนด้านการขนส่ง การประกันภัย และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องปรับสูงขึ้นได้ทันที
2. คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง(คตร.)
นายกฯ อนุทิน ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3)
ระบุว่า โดยที่สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวนสูงมากอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะยุติในเร็ววัน
และที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ แต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและต้นทุนการประกอบธุรกิจ
อีกทั้งยังมีความไม่ชัดเจนในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีก
สมควรให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่น และค่าการตลาดของน้ำมันเชื้อเพลิง ให้สะท้อนราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อลดภาระประชาชน
จึงให้มีคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.)
โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน
กรรมการ ประกอบด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์,นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทบางจาก ปิโตรเลียมจำกัด (มหาชน), น.ส.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ),ปลัดกระทรวงพาณิชย์, ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการและเลขานุการ
โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผน และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ทั้งนี้ ให้ คตร. มีอำนาจศึกษาหลักเกณฑ์กำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษาของน้ำมันเชื้อเพลิง
และเสนอผลการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา
รวมถึงศึกษาหลักเกณฑ์คำนวณราคา และกำหนดราคาสำหรับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ราคาขายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 เสนอต่อ ครม.พิจารณา
ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ
สำนักข่าว next news รายงานว่า เมื่อวานนี้ นายเอกนิติ เรียกประชุม คตร.นัดแรก (2 เมษายนนี้)
จะมีการเสนอให้กำหนดเพดานค่าการกลั่นน้ำมัน ไม่เกิน 3 บาท/ลิตร
จากปัจจุบันอยู่ที่เกือบ 14 บาท/ลิตร
หากมีการลดค่าการกลั่นได้จะช่วยลดราคาขายปลีกน้ำมันหน้าปั๊ม และลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการเข้าไปชดเชยราคาน้ำมันดีเซล
3. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ยืนยันว่า แนวทางหลังจากนี้ “จะเปลี่ยนไปจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” อย่างแน่นอน
ในส่วนของปัญหาน้ำมัน มีประเด็น “ราคาที่แพง” และ “สินค้าที่ขาดแคลน”
นายเอกนัฏตั้งข้อสังเกตว่า แม้โรงกลั่นจะยืนยันว่ากลั่นน้ำมันเกินกำลังการผลิต และส่งให้คลังน้ำมันของผู้ค้ารายใหญ่เกินปกติวันละเป็นสิบล้านลิตร (โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล) แต่ทำไมในความเป็นจริง ประชาชนยังต้องไปยืนต่อคิวและพบว่าปั๊มน้ำมันไม่มีน้ำมันให้เติม
“ข้อมูลที่ควรจะมี คือ Flow (กระแสการไหลของน้ำมัน) ว่าโรงกลั่นผลิตได้เท่าไหร่ออกจากโรงกลั่นเท่าไหร่ เข้าคลังน้ำมันของผู้ค้ารายใหญ่ (มาตรา 7) เท่าไหร่ จากผู้ค้ารายใหญ่ไปถึงปั๊มเท่าไหร่ หรือไปสู่ผู้ค้าส่ง (จ๊อบเบอร์ หรือ มาตรา 10) เท่าไหร่”
แนวทางการแก้ไขที่จะเร่งทำ คือ การใช้ข้อมูลรายวัน (ที่นายกฯ ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. เรียกเก็บมา) นำมาย่อยและเปิดเผยต่อประชาชนอย่างโปร่งใส
น้ำมันที่กลั่นเสร็จแล้ว ไหลออกจากโรงกลั่นไปสู่คลัง และไปสู่ปั๊มน้ำมันในปริมาณเท่าใด
ถ้าข้อมูลทุกขั้นตอนถูกเปิดเผยออกมาเกือบจะเรียลไทม์ (Real-time) อาจจะอัปเดตวันละ 1-2 รอบ ประชาชนก็จะได้เห็นว่าตกลงน้ำมันอยู่ที่ไหน ทำไมส่งออกมาแล้วถึงรั่วไหล หรือถูกกักตุนอยู่ตรงไหน จากนั้นต้องตามด้วยการป้องปรามอย่างจริงจังแบบไม่ต้องเกรงใจกันแล้ว
ถ้าน้ำมันออกจากโรงกลั่นเกินปกติแต่น้ำมันไม่ถึงมือประชาชน สาเหตุก็มีเพียง 2 อย่าง คือ “กักตุนเก็งกำไร” หรือ “รั่วไหลออกไปตามชายแดนและทางทะเล”
ในส่วนประเด็นเรื่อง “ค่าการกลั่น” รมต.พลังงานคนใหม่ ระบุว่า วันนี้ มีความผิดปกติของ “ค่าการกลั่น” (Refinery Margin)
ค่าการกลั่นพุ่งสูงเกินความเป็นจริงอย่างมาก
ในยามปกติค่าการกลั่นจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 บาทต่อลิตร
แต่ตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ยดีดขึ้นไปที่ 7 บาท
และล่าสุดพุ่งสูงถึง 13 บาทต่อลิตร
นี่คือภาระที่ประชาชนต้องแบกรับโดยไม่เป็นธรรม
“มันรับไม่ได้อยู่แล้วครับ ไปดูย้อนประวัติศาสตร์ประเทศไทยก็ได้ ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่มีปัญหาก็ไม่ได้พุ่งสูงขนาดนี้… ผมเคยคุยกับผู้บริหารโรงกลั่นที่เกษียณอายุไปแล้ว เขาก็บอกว่าได้ค่าการกลั่น 2 บาทนี่ก็เก่งมากแล้ว… แต่มันไม่ใช่จาก 2 บาทไปเป็น 7 บาท หรือ 13 บาท มันเกินไปครับ” – นายเอกนัฏกล่าว
นายเอกนัฏเสนอให้มีการกำหนดกรอบเพดานค่าการกลั่นในช่วงวิกฤต โดยมองว่าไม่ควรเกิน 3-4 บาทต่อลิตร
เพื่อให้นำส่วนต่างมหาศาลนี้ กลับคืนสู่ประชาชนได้ 2 ทาง คือ 1. นำไปลดภาระกองทุนน้ำมันที่กำลังติดลบหนัก หรือ 2. นำมาลดราคาขายหน้าปั๊มทันที
“ผมไม่สนใจใครครับ ถ้าต้องทุบก็ทุบ ถ้าต้องแทงก็แทง ในเวลาแบบนี้คนไทยทุกคนต้องเห็นความลำบากที่เกิดขึ้น
ในฐานะผู้ประกอบการโรงกลั่น ถ้าประชาชนใช้น้ำมันแพงแต่คุณมีผลกำไรเบิกบานในช่วงวิกฤตอย่างไตรมาสนี้แล้วประชาชนจะรู้สึกยังไง
อยากถูกด่าหรือครับ
ผมไม่ได้ห้ามมีกำไร แต่ขออย่าหากำไรเกินควรในเวลาที่ซ้ำเติมวิกฤต” – รมว.พลังงานคนใหม่กล่าว
4. น่าสนใจมาก
หากรัฐบาลอนุทิน 2 ทำให้เกิดผลลัพธ์รูปธรรมจริง จะพลิกวิกฤต สร้างศรัทธาคืนมาได้อย่างท่วมท้นแน่นอน
5. ค่าการกลั่นช่วงสงคราม แพงกว่าปกติรับฟังได้ แต่ต้องเป็นธรรม
นายสันติสุข มะโรงศรี พิธีกรข่าว Top News ระบุว่า
“ค่าการกลั่นช่วงสงคราม แพงกว่าปกติรับฟังได้ แต่ต้องเป็นธรรมครับ
ผมย้ำหลัก เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขในประเทศ ยามน้ำมันแพงครับ
เข้าใจครับว่า ค่าการกลั่น ไม่ใช่กำไรของโรงกลั่นทั้งหมด
เข้าใจครับว่า โรงกลั่นยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มช่วงสงคราม ค่าขนส่ง ประกัน ค่าใช้จ่ายในโรงกลั่น
แต่ต้องแสดงตัวเลขที่แท้จริง ต้นทุนแท้จริง ยอมรับกันได้ออกมาครับ
ความจริง ค่าการกลั่นแพงกว่าปกติ มาตั้งแต่ไต่ไตรมาส 4/2568 แล้วครับมาไตรมาสแรกปีนี้ สูงขึ้นไปอีกครับ
โรงกลั่น TOP ค่าการกลั่น (Market GRM) ไตรมาส 4/2568 ค่าการกลั่น 9.4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล (สูงขึ้นจากปี 2567 ที่อยู่ที่ 5.3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล)
ล่าสุด มีข่าวว่า ค่าการกลั่นขึ้นไปถึง 14 บาทต่อลิตร
ดังนั้น ต่อให้หักพรีเมี่ยมสงคราม คือ ค่าดำเนินการที่มันแพงขึ้นแล้ว มันก็น่าจะยังเหลือๆ ลิตรละ 7-8 บาท?
เป็นกำไรเกินควรของโรงกลั่น หรือไม่?
อย่าลืมว่า ทุกบาทเหล่านี้ ถูกส่งต่อไปเป็นราคาที่ค่าใช้จ่ายของประชาชนต่อไปนะครับ
ผมไม่มีอคติใดๆ กับโรงกลั่นเลย
ความจริง ภาวะราคาน้ำมันในตลาดโลกแพง ยังไงในบ้านเราก็ต้องขยับตามครับ (หลายประเทศขยับเร็ว แรง และแพงกว่าไทยครับ) ไอ้ที่โหยหาบ้าการเมืองว่าไม่ได้เลือกอนุทิน อยากได้น้ำมันราคาเดิม มันเป็นไปไม่ได้ครับ อย่าให้นักการเมืองมันอาศัยสถานการณ์ความทุกข์ร้อนหลอกเสี้ยมครับ
ผมย้ำหลักเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขครับ
ปล. สิ่งที่เคยเสนอไว้ อัปเดตความคืบหน้าเพิ่มเติม วันนี้ ณ 2 เม.ย.
- ลดภาษีสรรพสามิต (ครม.เห็นชอบ ล่าสุด คลังเคาะจะลด 1 บาทรอประชุมครม.ที่มีอำนาจเต็ม)
- เก็บค่าธรรมเนียมลาภลอยจากโรงกลั่น (มีคณะทำงานตรวจสอบค่าการกลั่นจะเอาข้อมูลมาดำเนินการต่อ แถมล่าสุด นายกฯอนุทินตั้ง เอกนิติ เป็นประธาน คตร.ตรวจสอบการกำหนดราคาทั้งระบบ เปิดทางรื้อโครงสร้างราคา ลุ้นต่อ)
- ปตท. ยอมลดกำไร แบ่งมาช่วยดูแลประชาชน รูปแบบใดๆ (คลังถือหุ้นอยู่เกินครึ่ง) (ยังเงียบอยู่ เดี๋ยวทวงถามต่อ)
- เช็คบิล เอาผิดผู้ลักลอบกักตุน ผิดกฎหมาย (รมว.ขิง ยันว่ามีคนกักตุนแน่นอน ไล่เช็คบิลแน่ รอดูครับ ไล่ตามเส้นทางน้ำมันรายวันย้อนหลัง เดี๋ยวก็เจอ ยธ.กำลังขยายผลคลังน้ำมันทางใต้)
- ลดการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันฯ (เลิกเพดานตรึงราคาแล้ว แต่ยังต้องให้กองทุนช่วยพยุง ล่าสุดยังอุ้มดีเซลลิตรละ 17.78 บาท)
- รัฐช่วยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย (ครม.เห็นชอบ เริ่มคำนวณเงินช่วยตั้งแต่ 1 เม.ย. เงินจะยิงตรงเข้ากระเป๋าไรเดอร์ วิน แท็กซี่ รถขนส่งสาธารณะ ฯลฯ)
- เพิ่มการใช้ไบโอดีเซล/เอทานอล เพิ่มรายได้เกษตรกร กระตุ้น ศก.ในประเทศ (เริ่มขาย b20 ให้ภาคการผลิตแล้ว เพิ่มสัดส่วนการใช้พืชพลังงานใน ปท.)...”
สารส้ม

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี