วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘เลเซอร์ไอดี’พรรคประชาชน
กับมาตรฐานจริยธรรมข้อมูล
ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลเปรียบเสมือน “ทรัพย์สิน” ที่มีค่าที่สุดของพลเมือง การที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งเรียกเก็บข้อมูลระดับลึกย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่มหาศาล ประเด็นการจัดเก็บ รหัสเลเซอร์หลังบัตรประชาชน (Laser ID) ของ “พรรคประชาชน” จึงไม่ใช่แค่ข้อถกเถียงทางการเมือง แต่นี่คือบททดสอบสำคัญว่าพรรคที่ประกาศตัวว่าเป็นฟันเฟืองของประชาธิปไตย มีความเข้าใจและเคารพในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่าง “ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล”ตามหลัก PDPA มากน้อยเพียงใด
หัวใจสำคัญของกฎหมาย PDPA คือหลักการ Data Minimization หรือการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์อันชอบธรรมเท่านั้น คำถามที่สังคมต้องตั้งร่วมกันคือ: การยืนยันตัวตนสมาชิกพรรคจำเป็นต้องใช้ Laser ID จริงหรือ?
เมื่อพิจารณาจากแนวทางของกรมการปกครอง ข้อมูลหน้าบัตร 13 หลักเพียงพอแล้วสำหรับการตรวจสอบสถานะบุคคลผ่านระบบภาครัฐ การที่พรรคประชาชนก้าวข้ามเส้นแบ่งนี้ไปจัดเก็บรหัสหลังบัตร ซึ่งเปรียบเสมือน “กุญแจดอกสุดท้าย” ในการทำธุรกรรมออนไลน์และยืนยันตัวตนระดับสูง จึงเป็นการสร้าง “ความเสี่ยงเกินจำเป็น” (Excessive Risk) ให้กับประชาชน หากเกิดกรณีข้อมูลรั่วไหล (Data Breach) ผลกระทบที่ตามมาจะรุนแรงกว่าการรั่วไหลของชื่อหรือเบอร์โทรศัพท์หลายเท่าตัว เพราะนี่คือชุดข้อมูลที่สามารถนำไปสวมรอยตนเองได้อย่างสมบูรณ์
ภายใต้ PDPA เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะได้ รับความชัดเจนว่าข้อมูลของตนถูกนำไปใช้ทำอะไร ใครเข้าถึงได้บ้าง และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างไร การที่พรรคชี้แจงผ่านช่องทางรองที่มีผู้ติดตามน้อย แทนที่จะประกาศผ่านช่องทางหลักอย่างเป็นทางการ ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายความเชื่อมั่นทางการเมือง แต่ยังแสดงถึงการขาดความโปร่งใส (Transparency) ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ยิ่งไปกว่านั้น การเรียกเก็บภาพถ่ายคู่กับ บัตรประชาชน (Selfie with ID Card) ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าพรรคกำลังสร้างฐานข้อมูลแบบ Centralized Biometric & Identity ขนาดใหญ่ ซึ่งในทางจริยธรรมดิจิทัล องค์กรการเมืองไม่ควรมีอำนาจถือครองข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้เบ็ดเสร็จขนาดนี้ หากพรรคอ้างว่าเคารพสิทธิประชาชน พรรคต้องเริ่มจากการเคารพ “ความเป็นส่วนตัว” ของประชาชนก่อนเป็นอันดับแรก
การอ้างว่า “ไม่มีการเก็บถาวร” หรือ “อยู่ระหว่างปรับปรุงระบบ” เป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่ลอยตัวเกินไปในสายตาของนักคุ้มครองสิทธิ ข้อมูลระดับ Laser ID เมื่อเข้าสู่ระบบดิจิทัลแล้ว ย่อมทิ้งร่องรอย (Digital Footprint) และมีความเสี่ยงที่จะถูกสำเนาระหว่างทาง พรรคการเมืองที่มีธรรมาภิบาลควรแสดงให้เห็นถึง Privacy by Design คือการออกแบบระบบที่ป้องกันความเป็นส่วนตัวตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การเก็บข้อมูลล้นเกินแล้วค่อยมาแก้ตัวภายหลัง
หากพรรคประชาชนยังคงยืนยันที่จะใช้เกณฑ์ การเก็บข้อมูลที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานทั่วไป โดยไม่มีเหตุผลทางกฎหมายรองรับที่หนักแน่นพอ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามว่า พรรคกำลังใช้ระบบสมาชิกเป็นเครื่องมือในการสร้างฐานข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น การมอนิเตอร์พฤติกรรมหรือการจัดการข้อมูลเชิงลึก (Data Profiling) ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของ PDPA อย่างรุนแรง
ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากสิทธิส่วนบุคคลถูกละเลยภายใต้อ้างของความสะดวกหรือความปลอดภัยของระบบ พรรคประชาชนต้องพึงระลึกว่า การได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ไม่ได้มาจากการมีฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุด แต่มาจากการพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับสิทธิและเสรีภาพของทุกคน
ถึงเวลาที่พรรคต้องทบทวนนโยบายการจัดเก็บ ข้อมูลให้สอดคล้องกับหลัก PDPA อย่างแท้จริง ก่อนที่ประเด็น Laser ID จะกลายเป็นรอยด่างพร้อยที่ยืนยันว่า พรรคที่บอกว่ารักประชาชน กลับเป็นผู้ที่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของประชาชนเสียเอง

พระราชินี เสด็จฯ ถึงอิตาลี เพื่อทอดพระเนตร แข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว
ปิดฉากมหากาพย์ 8 ปี คิงส์เกต ถอนคำร้องอนุญาโตตุลาการ ไทยไม่ต้องจ่ายชดเชย
กกต.แจงปมร้อน ยอดบัตรเขย่ง กว่า 3.2 แสนใบ 390 เขตเลือกตั้ง ยันไม่เป็นความจริง
มท. คุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ เตือน ปชช.พกพาโดยไม่มีเหตุสมควร มีความผิดตามกฎหมาย
ด่วน อสส.ชี้ขาดสั่งฟ้อง บอสแซม บอสมิน คดี ดิ ไอคอน กรุ๊ป ฉ้อโกงประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี