วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569
คนที่ติดตามพฤติกรรมการเมืองของพรรคสีส้มอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด (พรรคสีส้มหมายถึงอดีตพรรคอนาคตใหม่ อดีตพรรคก้าวไกล ซึ่งปัจจุบันคือพรรคประชาชน) ย่อมต้องรู้ว่าจุดขายสำคัญของพรรคนี้คือการเผยแพร่ข้อมูลผ่านsocial media สารพัดชนิด ที่ให้ประโยชน์กับพรรคฯ เพราะการเผยแพร่ข้อมูลผ่านระบบสื่อฯ ออนไลน์ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคือเด็กเยาวชน ที่เป็น first time voters ที่ง่ายต่อการถูกล้างสมอง หรือให้ข่าวลวงสารพัดชนิด แล้วยังรวมไปถึงสื่อมวลชนที่วันๆ หนึ่งเอาแต่หาข่าวจากการจ้องดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือ และ tablet มากกว่าการออกหาข่าวโดยการสัมภาษณ์แหล่งข่าวตรงๆ
เมื่อพรรคสีส้มจับประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของคนสองกลุ่มได้แล้ว ก็จงใจปล่อยเรื่องราวต่างๆทั้งจริงและเท็จผ่าน social media เพราะข้อมูลจากพรรคสีส้มจะไหลทะลักไปยังกลุ่มเด็ก เยาวชน และคนทำสื่อฯ ได้โดยง่าย แต่ที่มากกว่านั้นคือ ข้อมูลที่ไหลไปถึงคนทั้งสองกลุ่มจะถูกส่งต่อ (forward) ไปในโลกออนไลน์ได้มากขึ้นและมากขึ้น เพราะมีตัวช่วยแพร่กระจายข้อมูลที่พร้อมตกเป็นเครื่องมือของพรรคนี้
คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเป็นคนที่น่ารัก ใส ซื่อบริสุทธิ์ แถมเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมากจนเกินไปอีกทั้งไม่มีความหวาดระแวงใดๆ กับคนที่ตนเองปักใจเชื่อว่าเขาคือคนดี เมื่อปักใจเชื่อเสียแล้ว การถูกล้างสมองก็จะบังเกิดขึ้นได้โดยง่าย ดังนั้น จึงไม่ประหลาดใจกับการที่เด็ก คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยปักใจเชื่อว่าพรรคสีส้มเป็นพรรคที่จะนำความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมาสู่ประเทศไทย เหตุที่เด็ก วัยรุ่น รวมถึงคนแก่บางจำพวกหลงเชื่อพรรคสีส้มง่ายๆ ก็เพราะคิดเอาเองว่าพรรคสีส้มจะนำความดี ความงาม ความซื่อสัตย์ สุจริตมาสู่ประเทศไทยได้ตามคำโกหก คำโฆษณาชวนเชื่อ
เครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อที่พรรคสีส้มใช้เป็นประจำ และใช้มาตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มตั้งพรรคอนาคตใหม่คือการแพร่ข้อมูลผ่านระบบ social media ดังนั้น พรรคนี้จึงมีห้องปฏิบัติการและทีม IO (Information Operations) ต้องย้ำว่าคนที่ติดตามการดำเนินกิจกรรมการเมืองของพรรคสีส้มต่างรู้ดีมาโดยตลอดว่าพรรคนี้มีทีมงานสร้างข่าว สร้างประเด็น แล้วปล่อยข่าวที่พรรคสร้างให้ฟุ้งกระจายไปตามช่องทาง social mediaแล้วก็ตามด้วยช่องทางสื่อฯ หลัก หรือ mainstreammedia (MSM) ยิ่งผู้คนก้มหน้าอยู่กับจอโทรศัพท์มือถือ และหน้าจอ tablet มากเท่าไร แล้วถ้าคนคนนั้นไม่มีแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่จะใช้ตรวจสอบทานข้อมูล ก็จะตกเป็นเหยื่อของพรรคสีส้มมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น กรณีบริษัท Spectre C ซึ่งเป็นบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำธุรกิจการด้านสื่อสารมวลชน ซึ่งบริษัทนี้ตั้งอยู่ในตึกที่ทำการเดียวกับพรรคประชาชน และกำลังถูกเปิดโปงว่ามีหรือเคยมีผู้บริหารของพรรคประชาชนเป็นเจ้าของบริษัทด้วย แต่ที่ลึกไปกว่านั้นคือ บริษัทดังกล่าวถูกระบุว่าทำหน้าที่เป็นศูนย์ IO ของพรรคประชาชน จึงทำให้มีคำถามตามมาว่า พรรคการเมืองมีบริษัทผลิตสื่อฯ หรือเข้าไปเป็นหุ้นส่วนในบริษัทสื่อฯ ได้หรือไม่ แต่หากจะว่ากันตามกฎหมายก็ต้องบอกว่ากฎหมายไม่ได้ห้ามพรรคการเมืองใดๆ เข้าไปมีหุ้นส่วนในบริษัทผลิตสื่อฯ แต่ในทางพฤตินัยแล้ว พรรคการเมืองไม่สามารถเข้าไปลงทุนในบริษัทใดๆ ได้ ไม่ว่าบริษัทนั้นจะผลิตสื่อฯ หรือไม่ก็ตาม เพราะมีข้อห้ามพรรคการเมืองทำธุรกิจแสวงหากำไร ที่ระบุไว้ในมาตรา 20 วรรคสอง แต่พรรคการเมืองจะมีรายได้โดยอ้างมาตรา 62 ดังนี้จากค่าสมาชิก จากเงินบริจาค จากการระดมทุน จากการขายสินค้าหรือของที่ระลึกที่พรรคจัดทำขึ้น รวมถึงจากเงินอุดหนุนพรรค ที่ได้ผ่าน กกต. และยังรวมถึงดอกผลและรายได้อันเกิดจากเงินทอง ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมือง
เพราะฉะนั้น ต้องขุดคุ้ยเปิดโปงให้หมดเปลือกว่าบริษัท Spectre C เป็นบริษัทที่ผู้บริหารพรรคประชาชนถือหุ้นส่วนอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ หรือต้องดูให้ชัดว่าผู้บริหารพรรคฯ เป็นเจ้าของบริษัทใช่หรือไม่ หากใช่ทั้งสองประเด็น หรือประเด็นใดประเด็นหนึ่งก็หมายความว่ามีโอกาสที่พรรคประชาชนจะถูกตัดสินยุบพรรคได้

เตือนพายุฤดูร้อน ช่วง 11-12 มี.ค. เหนือ-อีสาน-กลางตอนบน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง
จีนเรียกร้องหยุดยิงทันที! เตือนสงครามตะวันออกกลางเสี่ยงลุกลามหนัก
โจ๋วัย 17 นัดฉลองวันเกิดกับเพื่อนริมหาด พิเรนทร์เล่นมวยปล้ำ จับเพื่อนกดใต้น้ำหวิดสิ้นชื่อ
หนีไม่รอด! รวบหนุ่มเปิดบัญชีรับเงินเดือนเว็บพนัน สุดท้ายกลายเป็นบัญชีม้า
CIB รวบสาวแสบ หลอกโอนเงิน อ้างค่าภาษีพัสดุส่งจากต่างประเทศ เหยื่อหลงเชื่อ สูญเงินหลายแสน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี