วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
รัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ส่งเอกสารคำชี้แจงการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาทไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
คดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องเรื่องดังกล่าวว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านร้องขอ
โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้ว เห็นว่า กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่งประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (1) จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแจ้งให้ผู้ร้องทราบ และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 27 วรรคสาม ให้คณะรัฐมนตรี จัดทำคำชี้แจงตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด และจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
ก่อนหน้านี้ 9 พ.ค. 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569
เนื้อหาสาระมี 11 มาตรา สาระสำคัญระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานที่มีต่อประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ การรักษาความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้หยุดชะงัก และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพ รองรับเทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกให้ทันต่อเหตุการณ์ ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติ คณะรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ หรือออกตราสารหนี้ ในนามรัฐบาลมูลค่าไม่เกิน 400,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ให้เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ จะนำไปใช้เพื่อการอื่นนอกจากการดังต่อไปนี้ไม่ได้ คือ เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิล ไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและประชาชนทั่วไปให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยแผนงานหรือโครงการใช้จ่ายเงินกู้ให้เป็นไปตามคณะรัฐมนตรีอนุมัติตามบัญชีแนบท้าย โดยให้ รมว.คลัง รักษาการตามพระราชกำหนดนี้ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ขณะที่นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันในความมั่นใจ ไม่ได้ทำโครงการนี้ขึ้นมาตามที่ฝ่ายค้านร้องเรียนหรือทำเพราะหาเสียง เงินกู้ครั้งนี้ เงินทุกบาททุกสตางค์ถูกส่งไปถึงประชาชนโดยตรง ลงไปเพื่อกระตุ้นและเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประชาชนและประเทศชาติ เมื่อเอาเงินเข้าสู่ระบบแล้วรัฐบาลจะได้รับการตอบแทนกลับมาในรูปแบบของภาษี รูปแบบเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจความคล่องตัวในการใช้จ่ายเงินของประชาชน
เมื่อยืนยันว่าทำอย่างถูกต้องโปร่งใส ก็ไม่ต้องกังวลอะไรเดินหน้าทำงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปให้บรรลุผล

ม็อบโคนมบุกทำเนียบ! ทวงรัฐแก้วิกฤตน้ำนมล้นตลาด
หล่อฉ่ำระดับโลก TPN Global นำทีม 6 หนุ่ม Mister Global Thailand 2026 ขอบคุณสื่อ
พิษพายุบาหวี่! ตราดฝนพุ่งอันดับ 2 ของไทย มวลน้ำล้นสปิลเวย์กระทบ 3 อำเภอ
หวดไทยเข้าฝัก! 'ปรัชญา'ติดท็อป100ครั้งแรก-'ไหม'อันดับโลกพุ่ง
กอบศักดิ์ ชี้สงครามสหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 เริ่มแล้ว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี