วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
คงไม่มีใครติดใจอะไรกับภาพของนายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จับมือกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างร่วมงานประชุม ASEAN Future
Forum ที่ประเทศเวียดนาม เพราะเชื่อว่านั่นคือทักทายตามมารยาทของระดับผู้นำ ไม่น่าจะมีอะไรในกอไผ่เหมือนอย่างที่โฆษกรัฐบาลออกมายืนยันไปแล้ว
แต่ที่คนไทยติดใจเอามากๆ ก็คือการละครของระดับผู้นำกัมพูชาสองพ่อลูกที่ออกมาพูดเกี่ยวกับประเด็นสถานการณ์ขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ในต่างสถานที่-ต่างเวลา แต่เป็นเรื่องเดียวกัน
วันเดียวกัน และต่อเนื่องกันเป็นระบบโดยมีการเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงทั้งในระดับนานาชาติ และเวทีชาวบ้าน ตามยุทธศาสตร์แยกกันเดิน-ร่วมกันตี
โดย ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เคลื่อนไหวระดับนานาชาติในเวทีการประชุม ASEAN Future Forum ที่ฮานอย กล่าวอ้างถึงสถานการณ์หยุดยิงไทย–กัมพูชายังเปราะบางพร้อมกับเรียกร้องประชุม JBC จัดทำหลักเขตแดนตามข้อตกลงเดิม โดยประกาศจุดยืนไม่ขอยอมรับเส้นเขตแดนและอธิปไตยที่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้กำลังฝ่ายเดียวโดยพลการ
อีกด้านหนึ่ง ฮุนเซน ปรากฏตัวในเวทีชาวบ้าน ลงไปเยี่ยมผู้อพยพจากสงครามที่ศูนย์พักพิงในจังหวัดบันเตียเมียนเจย ฝั่งตรงข้ามกับสระแก้ว แล้วปราศรัยหาเสียงชนิดเล่นทุกบทบาททั้งดุดันแข็งกร้าว ปลุกทวงคืนแผ่นดินและตีลูกอ้อน ขอโทษชาวเขมรที่ไม่เตรียมพร้อมด้านการทหารในการป้องกันประเทศ เนื่องจากไว้ใจประเทศไทยมากเกินไป
ที่ฟังแล้วตลกร้ายมากก็คือ ฮุนเซน อธิบายแก้ตัวว่า นั่นไม่ใช่ความผิดพลาดของเขา และไม่ใช่ความผิดของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต เนื่องจากพวกเขานั้นได้นำงบประมาณแผ่นดินไปใช้สร้างสะพาน ถนน สนับสนุนเรื่องสุขภาพ สร้างสาธารณูปโภคและการศึกษามากกว่าที่จะนำมาจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อป้องกันการถูกรุกราน
ภาพรวมทั้งสองเวทีนั้น ทั้งฮุนเซน และฮุน มาเนต พยายามเล่นบทเหยื่อและบอกว่า ฝ่ายกัมพูชาทั้งจริงใจ และยึดมั่นต่อหลักสันติภาพในการแก้ไขปัญหาขัดแย้งมากกว่าใช้กำลังทหาร ซึ่งเราคนไทยฟังแล้วก็ได้แต่นิ่งอึ้งแล้วส่ายหน้าใครยั่วยุ ใครรุกรานใครก่อน ใครยิงจรวดใส่พลเรือนย่อมรู้ดีแก่ใจ ไม่น่าเชื่อว่าระดับผู้นำประเทศจะกล้าตีหน้าเศร้า-เล่าความเท็จ หน้าด้านหลอกลวงชาวโลกได้ถึงขนาดนี้
จริงอยู่ว่า นี่คือการเมืองในกัมพูชาเพื่อปลุกกระแสชาตินิยม แต่ควรยืนอยู่บนข้อเท็จจริงด้วย ถ้าคำพูดของคนเป็นถึงระดับผู้นำที่บ่งบอกถึงการเอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น พูดดำให้เป็นขาว พูดขาวให้เป็นดำแบบนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าละอายและน่าสมเพชอย่างยิ่ง โดยเฉพาะที่กล่าวอ้างว่าไว้ใจประเทศไทยมากเกินไปนั้น ความจริงน่าจะเป็นคนไทยพูดมากกว่าใช่หรือไม่
แล้วที่คุยว่ารัฐบาลทุ่มงบประมาณไปกับการสร้างบ้านแปงเมืองมากกว่าสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์นั้น ดูจากสภาพปัจจุบันก็มองเห็นอยู่ทนโท่ว่า คุณภาพชีวิตชาวกัมพูชาภายใต้ระบอบฮุนเซนที่ปกครองมายาวนานนั้นเป็นอย่างไร??? คำถามง่ายๆ คือ ฮุนเซน พัฒนาประเทศแบบไหน ทำไมสแกมเมอร์เต็มบ้านเต็มเมือง จนกัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก

กรมอุตุฯ สภาพอากาศพรุ่งนี้ ทั่วไทยฝนตกหนัก กทม.-ปริมณฑลอ่วม
โลกลุกเป็นไฟ 9 ชาติมหาอำนาจผลาญงบใช้จ่ายด้าน อาวุธนิวเคลียร์ แสนล้านดอลล์
แรงทุกประโยค! เปิดคำพูด 'ก๊อท' ป้องเด็กในสังกัด ฉะเดือดทักก่อน-ขึ้นห้องเอง ใครกันแน่สำส่อน?
เพื่อนไม่ทิ้งกัน! ทนายเดชา มาเรือนจำฯ รอรับ ‘ทนายตั้ม’ หลังได้ประกันตัว
ติณติณ ค้านหัวชนฝา ปัดเสพยา-พรากผู้เยาว์ ฝ่ายหญิงหน้าถอดสี ยอมขอโทษหลังเจอเตือนเสี่ยงคุก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี