วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569 กระแสข่าวปลอมที่ระบาดอย่างหนักในโลกโซเชียลมีเดียเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือเรื่องการ “เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา” ที่สร้างความสับสนอลหม่าน เรียกเสียงด่าไปยังรัฐบาลและกองทัพ หรือก่อนหน้านี้กับข่าวการ“เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 3,000 บาท” ที่สร้างความหวังลมๆ แล้งๆ ให้กับประชาชน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องราวเข้าใจผิดธรรมดา หรือเป็นเพียงแค่เรื่องขำขันในโลกออนไลน์อีกต่อไป หากแต่เป็นสัญญาณเตือนภัยที่เด่นชัดของสภาวะ “อนาธิปไตยด้านข่าวสาร” ที่กำลังบ่อนทำลายรากฐานความคิดและเสถียรภาพของสังคมไทยอย่างน่ากลัว
ในด้านหนึ่ง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามจากการพัฒนาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ทลายกำแพงความรู้ลงโดยสิ้นเชิง ในยุคปัจจุบัน “ผู้สร้างข่าวปลอม”ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องโปรแกรมตกแต่งภาพขั้นสูง หรือมีทักษะการตัดต่อใดๆ เพียงแค่ป้อนคำสั่งไม่กี่ประโยคให้ AI ทำงาน ก็สามารถเนรมิตภาพเสมือนจริงประกอบข้อความสั้นๆ เพียง 3 บรรทัด ที่มีอานุภาพปลุกปั่นและพร้อมจะปั่นหัวผู้คนให้หลงเชื่อได้อย่างง่ายดาย
ทว่า เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น แต่ตัวการสำคัญที่ทำให้ข่าวปลอมแพร่กระจายราวกับไฟลามทุ่ง ก็คือพฤติกรรมของผู้รับสารในสังคม ที่ขาดการไตร่ตรองและละเลยการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลายคนเลือกที่จะเชื่อในทันทีเพียงเพราะข้อมูลเหล่านั้นขานรับกับ “อคติ”ในใจ ไม่ว่าจะเชื่อเพราะตรงกับความชอบ หรือเชื่อเพราะตอบสนองความเกลียดชังส่วนตัว จนทำให้ “ความจริง” ถูกมองข้ามไป
เมื่อหันมามองกลไกการรับมือของภาครัฐ กลับพบแต่วิธีการทำงานที่อ่อนด้อยและเฉื่อยชาอย่างยิ่ง แม้เราจะมีหน่วยงานมากมาย มีทั้งโฆษกรัฐบาล โฆษกหน่วยงานความมั่นคง และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือการทำงานแบบ “ตั้งรับและวัวหายล้อมคอก” รัฐมักจะปล่อยให้ข่าวปลอมแพร่สะพัดไปไกลจนกลายเป็นกระแสสังคม ฝังรากในหัวของผู้คนไปแล้ว จึงค่อยขยับตัวออกมาชี้แจง ซึ่งเป็นเวลาที่สายเกินไปเพราะต่อให้ชี้แจงอย่างไร ก็หยุดยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้ และมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับรู้ความจริงข้อใหม่นั้น
สิ่งที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่แท้จริงคือ “ทัศนคติของรัฐ” ที่ยังไม่มองว่าข่าวปลอมคือภัยคุกคามสำคัญระดับชาติ รัฐมักมองมันเป็นเพียงเรื่องกวนใจทางการเมือง หรือเรื่องบั่นทอนคะแนนนิยมของรัฐบาลเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือ ข่าวปลอมกำลังเปลี่ยนสังคมไทยให้กลายเป็นสังคมที่ผู้คนไม่รับฟังเหตุผล แต่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งนี่คืออุปสรรคที่ร้ายแรงที่สุดในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประเทศ เพราะเมื่อสังคมไม่มี “ข้อเท็จจริงพื้นฐาน” ร่วมกัน การคลี่คลายความขัดแย้งใดๆ ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเลิกทำตัวเป็น“นักชี้แจงที่มาสาย” กลไกในมือที่มีอยู่ต้องถูกนำมาใช้ในเชิงรุก ชี้แจงให้เร็วกว่าความเร็วของแสงในโลกอินเทอร์เน็ต และที่สำคัญที่สุดคือ “การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง” นำบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาจัดการกับผู้เจตนานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จอย่างเข้มแข็งและเท่าเทียม เพื่อให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า การปั่นหัวสังคมและการทำลายความจริงนั้น มีราคาที่ต้องจ่ายทางกฎหมายอย่างสาสม
หากรัฐยังคงเฉื่อยชาและปล่อยให้อนาธิปไตยด้านข่าวสารดำเนินต่อไปเช่นนี้ ในท้ายที่สุด สังคมไทยอาจไม่ต้องรอให้ล่มสลายด้วยวิกฤตเศรษฐกิจหรือสงคราม แต่จะล่มสลายลงด้วยน้ำมือของ “ความลวง”ที่เราพร้อมใจกันเชื่ออย่างหลับหูหลับตานั่นเอง

อนุทิน ลั่นฟันไม่เลี้ยง ใครเอี่ยวโดนหมด โกงสอบท้องถิ่น แม้เป็น แกนนำภูมิใจไทย ก็ไม่เว้น
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เปิดศึกฮีโร่สะเทือนจักรวาล สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม
Timeless Beauty ดึง 3 หนุ่มฮอต บุ๊ค จูเนียร์ มาร์ค อัปเดตเทรนด์ผิวสัญชาติอิตาลี
ลองนาคาเฟ่ EP 5 สัมผัสเบื้องหลังแห่งแรงบันดาลใจ กว่าจะมาเป็นคาเฟ่แห่งนี้
‘อนุทิน’ บอกไม่รู้ชายแต่งทหาร มั่วหน้างาน ให้ข้อมูลเป็นตุเป็นตะ ขณะลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี