วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ถือว่ากำลังไปได้สวย บนความคาดหวังของรัฐบาลว่าเม็ดเงิน 1.7 แสนล้านบาท ในรูปแบบ 60/40 จะทยอยถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือน ช่วยหมุนเวียนเม็ดเงินในระดับพื้นที่ เพิ่มรายได้ให้กับร้านค้ารายย่อย ผู้ประกอบการท้องถิ่นและธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ
ส่วนที่ว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริงระดับไหน หรือจะถูกต่อยอดไปอย่างไรนั้น คงต้องดูจากนี้ไปอีก 4 เดือนข้างหน้าหลังโครงการสิ้นสุดลง เพราะสถานการณ์วิกฤตพลังงานกลับมาน่ากังวลมากขึ้น หลังสงครามในตะวันออกกลางเริ่มปะทุรอบใหม่ ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาปิดตาย กระทบต่อการเจรจาสันติภาพถูกล้มโต๊ะไปโดยสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่มาพร้อมๆ กับโครงการไทยช่วยไทยพลัสและกำลังถูกพูดถึงอยู่ในเวลานี้คือ กรณีคณะรัฐมนตรีเห็นชอบรื้อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนใหม่ประจำปี
2569 โดยผู้ถือสิทธิเดิม 13.18 ล้านราย ต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนใหม่ตามกฎกติกาคัดกรองที่ออกมาใหม่ที่มีความเข้มงวดและแม่นยำมากขึ้น
รอบนี้ดูเหมือนกระทรวงการคลังเอาจริง เรียกว่ารีเซตบัตรคนจนใหม่ทั้งระบบ เป็นการปรับปรุงเกณฑ์ครั้งใหญ่ในรอบหลายปี โดยเพิ่มเงื่อนไขหลักเกณฑ์เข้มข้นขึ้น และเปลี่ยนวิธีพิจารณาคุณสมบัติจากเดิมใช้ฐานครอบครัวเป็นเกณฑ์มาตั้งแต่ปี 2565 แต่ในปี 2569 นี้ จะใช้คุณสมบัติรายบุคคลเพื่อคัดกรองคนจนทิพย์ออกไป แล้วดึงเอาคนที่ยากจนเดือดร้อนจริงๆ เข้ามาอยู่ในระบบแทน
ตามประกาศของทางการ ผู้ถือบัตรสวัสดิการรายเดิม 13.18 ล้านคนนั้น ต้องยืนยันตัวตนใหม่ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569 และจะประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติอีกทีคือวันที่ 17 กรกฎาคม ถ้าไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณายื่นอุทธรณ์ได้ ซึ่งการปรับปรุงฐานข้อมูลเดิมครั้งนี้ จะใช้ทั้งระบบเอไอและกลไกหน่วยงานรัฐ เก็บข้อมูลสะท้อนสถานะทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
ที่ผ่านมา บัตรคนจนนั้น ถือว่าเป็นโครงการที่รัฐยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เพื่อแก้โจทย์ความยากจนและสามารถบรรเทาความเดือดร้อนลงได้ในระดับหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า โครงการมีจุดโหว่ทำให้เกิดปัญหาคนยากจน กับคนอยากจน เกิดขึ้นมาในระบบ คือคนจนไม่จริงหรือจนทิพย์ ได้รับสิทธิ์ใช้บัตร ส่วนคนยากจนจริงๆ กลับไม่มีในฐานข้อมูล
เรื่องคนอยากจน เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่พูดกันมานานหลายปีแล้ว บางคนไม่มีทรัพย์สินในระบบเป็นชื่อตนเอง ไม่มีเงินฝากในบัญชีธนาคาร แต่มีทรัพย์สินครอบครองเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด บางพื้นที่คนมีอันจะกิน แต่ถือบัตรคนจนกันเกือบจะทั้งหมู่บ้าน เรื่องนี้แบบนี้เป็นที่รู้กันไปทั่วว่าคนจนไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้จน
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลจัดระเบียบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ทันสมัย และตรงจุดประสงค์ของโครงการที่สุด แต่ต้องคัดกรองข้อมูลอย่างจริงจังเอาแบบ 2-3 ชั้น หรือถ้าจะให้ดีเปิดระบบรับเบาะแสคัดแยกระหว่างคนยากจนกับคนอยากจน สกัดพวกจนทิพย์ออกไปให้ได้มากที่สุดถ้าคัดกรองให้ดีๆ นอกจากจะช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริงๆ แล้ว ยังช่วยประหยัดงบหลวงได้อีกไม่น้อย

สดุดีวีรบุรุษ อส.อ. อรุพงษ์ กมล เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่สุไหงปาดี
น้ำใจคนไทยสุดงดงาม! สถานทูตจีนชื่นชม คนไทยช่วย นทท. เก็บเงิน 2 หมื่น
วิวาห์หวานสะใภ้บุรีรัมย์ 'พระพาย' ควง 'หนุน ชนน์ชนก' เข้าพิธีฉลองมงคลสมรสสุดอลังการ
ยังไร้วี่แวว เร่งค้นหาหนุ่มวัย 27 ปี พลัดหลงป่าแนวชายแดนภูสิงห์ เข้าสู่วันที่ 4
ทภ.2 สยบข่าวลือ! ชี้คลิปทหารเขมรแค่หน้าฐานตัวเอง ปราสาทคนาไทยคุมเบ็ดเสร็จ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี