วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ในการตั้งไข่เป็นสังคมประชาธิปไตย หลายๆ ประเทศก็จะมีกระบวนการเตรียมความพร้อมของประชาชนพลเมืองด้วยการจัดให้มีการเรียนรู้และฝึกอบรมในเรื่องความเป็นพลเมือง รวมทั้งในความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องการบ้านการเมือง (Civic and Political Education) และถึงแม้ว่าประเทศเหล่านั้นสามารถพัฒนาขึ้นเป็นสังคมประชาธิปไตยได้แล้ว การเรียนการสอนในเรื่องความเป็นพลเมือง และความเป็นไปเกี่ยวกับบ้านเมือง ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุว่าโลกมีความเปลี่ยนแปลง
ฉะนั้นระบบระบอบการบ้านการเมืองของทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นประชาธิปไตยก็จะได้รับการปรับปรุง ปรับเปลี่ยน ให้ดีขึ้นเพื่อให้สามารถก้าวไปได้กับสภาพแวดล้อม
ประเทศไทยเราได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตย ไปสู่ระบอบราชอาณาจักรประชาธิปไตย หรือระบอบกษัตริย์ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) หรือระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุขเมื่อปี พ.ศ. 2475 โดยประเทศไทยเราได้มีการยกร่างและบังคับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญกันหลายฉบับ เพื่อคงความต่อเนื่องของการเป็นสังคมประชาธิปไตย และการปรับปรุง ปรับเปลี่ยน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ
แต่ทว่าวิวัฒนาการของการเป็นสังคมประชาธิปไตยของไทยเรานั้นเป็นแบบกำหนดกฎเกณฑ์กติกา แล้วก็นำมาปฏิบัติในทำนองทดลองกันใช้ จะผิดจะถูกอย่างไร หรือไม่เหมาะสมอย่างไร ก็แก้ไขปรับปรุงกันไป โดยขาดสิ่งหนึ่งที่สำคัญยิ่งก็คือ การจัดการเรียนรู้และฝึกอบรมในเรื่องการเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย (Civic and Political Education in a Democratic Context)
ทั้งนี้ ประเทศไทยเราได้มีการจัดตั้งสถาบันพระปกเกล้า ในสังกัดของรัฐสภา เพื่อให้การเรียนรู้และฝึกอบรมในเรื่องการบ้านการเมือง แต่บทบาทภารกิจของสถาบันพระปกเกล้าเป็นไปในขอบเขตอันจำกัด ไม่แพร่กระจายไปยังประชาชนพลเมืองทั้งประเทศ
อย่างไรก็ดี ในช่วงของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) ก็ได้มีการจัดทำแผนแม่บท ว่าด้วยพลเมืองศึกษาขึ้นมาและนำเสนอต่อนายกฯ ในขณะนั้น แต่มิได้มีการรับไปปฏิบัติการโดยรัฐบาลและรัฐสภาหลายๆ ชุดต่อมาแต่อย่างใด จึงกล่าวได้ว่าวิชาพลเมืองศึกษา ก็ยังอยู่ในอาณัติและในวงแคบๆ ของสถาบันพระปกเกล้า
มาบัดนี้ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนพลเมืองก็ได้ลงประชามติร่วมเกือบ 20 ล้านคน ให้มีการยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีผู้คัดค้านประมาณ 10 ล้านคน อีกทั้งการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ในวันเดียวกันนั้นประชาชนพลเมืองก็ได้ออกมาใช้สิทธิ์และทำหน้าที่พลเมืองถึงร้อยละ 60 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง บ่งบอกซึ่งความกระตือรือร้นในการเป็นพลเมืองประชาธิปไตย และบ่งบอกซึ่งความสำเร็จขึ้นมาอีกก้าวหนึ่งของการเป็นสังคมประชาธิปไตยของราชอาณาจักรไทย
ภายใต้บรรยากาศที่เอื้ออำนวยนี้ก็เป็นที่หวังว่าสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะมาให้ความสำคัญกับเรื่องพลเมืองและการเมืองศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะของการเป็นพลเมืองประชาธิปไตยและ
เสริมสร้างความแข็งแกร่งของการเป็นสังคมประชาธิปไตยของราชอาณาจักรไทย
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

พระราชินี เสด็จฯ ถึงอิตาลี เพื่อทอดพระเนตร แข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว
ปิดฉากมหากาพย์ 8 ปี คิงส์เกต ถอนคำร้องอนุญาโตตุลาการ ไทยไม่ต้องจ่ายชดเชย
กกต.แจงปมร้อน ยอดบัตรเขย่ง กว่า 3.2 แสนใบ 390 เขตเลือกตั้ง ยันไม่เป็นความจริง
มท. คุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ เตือน ปชช.พกพาโดยไม่มีเหตุสมควร มีความผิดตามกฎหมาย
ด่วน อสส.ชี้ขาดสั่งฟ้อง บอสแซม บอสมิน คดี ดิ ไอคอน กรุ๊ป ฉ้อโกงประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี