วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ในระหว่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กำลังเปิดดีลฟอร์มรัฐบาลชุดใหม่อย่างเป็นทางการนั้น มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ นายอนุทินได้ประกาศด้วยน้ำเสียงอันแข็งกร้าว ห้ามว่าที่ สส.ทั้ง193 คน แอบไปกางมุ้ง หรือตั้งกลุ่มรวมก๊วนทางการเมืองขึ้นภายในพรรค โดยให้เหตุผลว่า ต้องรักษาอัตลักษณ์ การมีเอกภาพ และภราดรภาพ
การส่งสัญญาณของนายอนุทินดังกล่าว สะท้อนถึงความเข้าใจบริบททางการเมืองทั้งภายในพรรคและนอกพรรคเป็นอย่างดีว่า อะไรจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งจบลงและเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์อำนาจทางการเมือง ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วจะมีภาพความเคลื่อนไหวต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างโจ๋งครึ่ม สร้างความเบื่อหน่ายให้กับกระแสสังคม
เมื่อย้อนกลับมาดูไส้ในของรัฐบาลนายอนุทิน ก็ต้องยอมรับว่า ชัยชนะอย่างถล่มทลายส่วนหนึ่งคือ มาจากยุทธศาสตร์บ้านใหญ่ที่ถูกดูดเข้ามาเสริมทัพอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ด้วยอิทธิฤทธิ์ระบบบ้านใหญ่สามารถกวาดต้อนสส.เข้ามาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ผลงานที่เห็นได้ชัดเจนคือ ปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ยกจังหวัดในหลายๆ พื้นที่
ที่ผ่านมา พรรคการเมืองที่กวาดต้อนบ้านใหญ่เข้ามาอยู่ในสังกัด ข้อดีคือช่วยทุ่นแรงทำศึกเลือกตั้ง แต่ข้อเสียก็มี เหมือนผูกระเบิดเวลาติดเอวหากไม่สมประโยชน์ดังนั้นเมื่อจัดตั้งรัฐบาล จึงต้องตอบแทนด้วยระบบโควตา จากนั้นทางกลุ่มก๊วนก็จะส่งหัวหน้ากลุ่ม หรือตัวแทนใดๆ เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีโดยไม่ได้สนใจต่อสังคมจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร
ดังนั้น หากแทงทะลุคำประกาศของนายอนุทิน หรือแปลตรงๆ ในภาษาทางการเมืองก็คือการส่งผ่านข้อความเป็นนัยๆ ถึงบ้านใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยต้องสงบเสงี่ยม เพื่อไม่ให้เกิดภาพลบ หรือแรงกระเพื่อมทางการเมือง ส่วนในทางปฏิบัติจริงนั้น จะสามารถบริหารจัดการได้หรือไม่ นี่คือบทพิสูจน์ความเป็นผู้นำของนายอนุทิน
ทั้งนี้ หากดูจากถ้อยแถลงล่าสุดของนายอนุทินบอกได้ถึงความตั้งใจที่คำนึงถึงความต้องการของประชาชนมากกว่า 9.9 ล้านคน ที่ลงคะแนนให้ผู้สมัคร สส.แบบเขต และอีก5.9 ล้านคะแนน ที่ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ นั่นคือ อย่าทำให้ประชาชนที่ลงคะแนนให้เสียศรัทธา และเสียใจกับการลงคะแนนให้กับพรรคภูมิใจไทย
จริงอยู่แม้การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)ครั้งนี้ ก็พอมองออกว่า รัฐบาลจะถูกขับเคลื่อนโดยกำลังหลักระดับมืออาชีพจาก 3 ขุนพลเอกคือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นางศุภจีสุธรรมพันธุ์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ก็ตาม แต่การทำงานเป็นทีมและคุณภาพของรัฐมนตรีกระทรวงอื่นๆ ก็มีความจำเป็นและสำคัญที่จะต้องได้มืออาชีพมาช่วยหนุนเสริมด้วยเช่นกัน
เพราะฉะนั้น การที่นายอนุทิน สั่งกำชับห้ามในพรรคมีมุ้ง หรือตั้งก๊วนทางการเมือง ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะประชาชนอยากเห็นการเมืองคุณภาพ คนเบื่อการเมืองน้ำเน่าแบบเก่าๆ ที่เข้ามาแย่งชามข้าว หรือผลประโยชน์ ยุคนี้คำพูดสำคัญกว่าการกระทำ หากสามารถทำได้จริง เป้าหมายที่จะอยู่ครบเทอม 4 ปี ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่ถ้าสุดท้ายแค่ขายฝัน ก็คงรอบเดียวจบ

จับตาสัปดาห์นี้! ครูใหญ่ภท. คุยธรรมนัส ขอ ก.เกษตรฯ มาดูแล หากไม่ลงตัวจ่อดึงปชป.เสียบแทน
เปิดตัวอีกคู่ ไผ่ ลิกค์ โพสต์ภาพคู่หวานใจฉลองวาเลนไทน์
ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ
สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด
ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี