วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
อาการปลิวๆ หายๆ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยังมีต่อเนื่องเหิมเกริม ตำหนิโป๊ปเลโอที่ 14 ที่เข้ามาขอร้องให้สงครามตะวันออกกลาง สงบลง แต่ทรัมป์ ยังประกาศส่งเรือรบเข้าปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ หยุดเรือทุกลำที่จ่ายค่าผ่านทางให้อิหร่านเพื่อตอบโต้ความล้มเหลวในการเจรจาสันติภาพ หวังตัดเส้นเลือดรายได้สำคัญของอิหร่าน เหตุดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันพุ่งกระฉูดขึ้นทันตาเห็น หลังสงกรานต์นี้โลกคงต้องเดือดร้อนไปมากกว่าเดิม
ศึกนี้ยังยืดเยื้ออีกต่อไป และมีคำเตือนออกมาอย่างต่อเนื่องถึงการใช้ชีวิตของคนไทยที่ได้รับผลกระทบอย่าง รศ.ดร.วรภัทร วชิรยากรณ์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ อาทิ จากประเทศซาอุดีอาระเบีย โอมาน กาตาร์ ฯลฯ รวมแล้วมากกว่า 40% ของการนำเข้าทั้งหมด เมื่อฮอร์มุซถูกปิด ซ้ำเติมราคาปุ๋ยเคมี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนมาก่อนแล้ว ทำให้ราคาปุ๋ยเคมีในไทยปรับตัวขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่กระสอบละ 600 บาท เพิ่มเป็นกระสอบละ 2,000 บาท
ซึ่งหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ราคาพืชผัก ข้าวสาร รวมถึงน้ำมันปาล์ม ที่จะส่งผลต่อเนื่องให้ราคาน้ำมันไบโอดีเซลแพงขึ้น คาดอาจจะได้เห็นอาหารจานละ 120 บาท ซึ่งทั้งหมดนี้จะเริ่มเห็นผลกระทบในเดือนพ.ค. 2569 และจะเห็นผลกระทบอย่างเต็มที่ก่อนเดือนก.ย. 2569
ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการ 3 เรื่องใน 3 ระยะไปพร้อมๆ กัน ประกอบด้วย
ระยะเร่งด่วน ต้องเร่งแสดงจุดยืนความเป็นกลางในเวทีโลกให้ชัดเหมือนกับสวิตเซอร์แลนด์ และเดินหน้าเจรจาทำข้อตกลงกับทางรัสเซีย และจีนในการขอเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าปุ๋ยเคมีให้มากขึ้น รวมถึงกระจายแหล่งนำเข้าปุ๋ยและวัตถุดิบพร้อมกับจัดทำระบบสำรองปุ๋ยสำหรับช่วงเพาะปลูกสำคัญ และติดตามสต๊อกจริงแบบใกล้ชิด เพื่อกันความเสี่ยงด้านราคาและการขาดช่วงของอุปทาน โดยแม้ทางกระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการ อาทิ ปุ๋ยคนละครึ่ง ปุ๋ยธงเขียว หรือบัตรดินดี เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร
แต่คำถามคือจะช่วยได้จริงหรือไม่ เพราะอย่างล่าสุดทาง รมว.พาณิชย์ ระบุว่าปัจจุบันไทยมีสต๊อกปุ๋ยเคมีให้ใช้ได้ถึงแค่เดือนเม.ย. 2569 นี้ ดังนั้นปริมาณปุ๋ยที่จะใช้ภายใต้มาตรการเหล่านั้นจะมีเพียงพอกับเกษตรมากน้อยขนาดไหน และที่สำคัญปุ๋ยเหล่านี้หากเป็นสต๊อกเก่าถึงขั้นหมดอายุแล้วถ้ามีการนำใช้ไปก็แทบจะไม่ได้ช่วยอะไร หรือไม่ได้ช่วยเลยก็ได้
ถ้าเกษตรกรจะใช้ปุ๋ยตรงนี้ต้องไปดูที่ข้างกระสอบให้ดีว่าหมดอายุตอนไหน และเป็นปุ๋ยเก่าค้างสต๊อกหรือไม่ เพราะปุ๋ยเวลาทำเสร็จจากโรงงานจะเริ่มเสื่อมคุณภาพลงทุกวัน และถ้าเกินระยะเวลาการผลิตไปสัก6 เดือน ประสิทธิภาพของปุ๋ยจะเหลือ 80% ถ้าเกิน 1 ปีจะลงไปเหลือไม่ถึง 50% และถ้าเกิน 2 ปี ประสิทธิภาพจะเหลือไม่ถึง 10%
ทั้งนี้ ในฤดูกาลถัดไปควรปรับสู่ระบบเกษตรเชิงนิเวศ เพื่อร่วมช่วยการลดใช้ปุ๋ยเคมีด้วยอีกส่วน โดยผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมกับนวัตกรรมจุลินทรีย์ แนวทางนี้ช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและสารเคมี ลดการสูญเสียธาตุอาหารในดิน และเพิ่มคุณภาพผลผลิต
ระยะกลาง รัฐบาลควรเร่งสร้างศักยภาพการผลิตปุ๋ยภายในประเทศในส่วนที่ทำได้จริงก่อน เช่น การผสมปุ๋ย การปรับสูตรให้เหมาะกับดินและพืชแต่ละพื้นที่ การยกระดับโรงงาน blending การรวมอำนาจซื้อของสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชน ฯลฯ เพื่อให้ต้นทุนต่ำลง และลดการพึ่งพาผู้นำเข้ารายใหญ่เพียงไม่กี่ราย
ระยะยาว ควรเปลี่ยนแนวคิดการเพาะปลูกของประเทศจากใช้ปุ๋ยให้พอไปสู่ใช้ธาตุอาหารให้มีประสิทธิภาพ ผ่านการจัดการดิน อินทรียวัตถุ จุลินทรีย์ที่ช่วยหมุนเวียนธาตุอาหาร การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การจัดการน้ำ และ precision agriculture
เมื่อวัตถุดิบในการประกอบอาหารมีน้อยลง อาหารที่มีในประเทศก็จะน้อยลงตามไปด้วย ไทยจะกลายเป็นประเทศที่เข้าสู่ภาวะการขาดแคลนอาหาร ดังนั้นเรื่องแก้กฎหมายเพื่อปลดล็อกการผลิตปุ๋ยได้เองต้องเร่งเดินหน้า และต้องไม่ให้เป็นการพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติด้วยในการจะสร้างโรงงานผลิตปุ๋ย แต่ต้องส่งเสริมให้เกิดการลงทุนโดยคนไทยเอง
ข้อแนะนำเหล่านี้ทั้งรัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชน ต้องเก็บไปคิดว่าแนวทางใดพอจะช่วยประคับประคองชีวิตให้ผ่านวิกฤตน้ำมันนี้ได้บ้าง

อาลัย นพ.ณพล สินธุวนิช ศัลยแพทย์ชื่อดัง ด้านผ่าตัดข้อเข่า คนแห่คอมเมนต์ชื่นชมเป็นหมอที่รักยิ่ง
แพนตากอนเดือด หมดยุคสหรัฐแบกค่าใช้จ่ายกลาโหมชาติที่ร่ำรวย ชมเปาะ 6 ชาติพันธมิตรรวมไทย
เสียงสะท้อนชาวหล่มสัก! ทยอยขนของขึ้นที่สูงหลังฝนถล่ม-ผวาน้ำป่าหลากซ้ำซาก
น้าเดช เดือดจัด!!! จวกยับสภาฯยกมือ อุ้มคนมีชนัก ลั่นฟังแล้วอยากอ้วก กฎมีไว้ป้องกันโดนกลั่นแกล้ง
ททท.จับมือโตโยต้า จัดพิธีตัดมีดแรก 'ทุเรียนเทวดา' เหมาต้น 87 ลูกที่ลับแล กระตุ้นเที่ยวหน้าฝน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี