วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเทศไทยเคยพูดเรื่อง “ปราบคอร์รัปชัน” มานับไม่ถ้วน รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่า แต่ล้วนเป็นเพียงคำสวยหรู ประกาศจะกวาดล้างผู้มีอิทธิพล ข้าราชการโกงจะสร้างความโปร่งใส จะคืนศรัทธาให้ประชาชน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรากลับไม่เคยเห็นความเด็ดขาดในการจัดการคนโกง ตรงกันข้าม กลับได้เห็นภาพของผู้มีอำนาจที่พร้อมปกป้องระบบเดิม หรือแม้กระทั่งอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใส ทำให้สังคมเริ่มรู้สึกว่า “อย่าพูดมาก เดี๋ยวจะเดือดร้อนเอง”
นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูลกล่าวต่อรัฐสภาอย่างชัดเจนว่า การปราบปรามคอร์รัปชันและผู้มีอิทธิพลเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งจัดการ แต่เมื่อคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดผลสำรวจ 10 หน่วยงานรัฐที่มีการรับสินบนมากที่สุด สิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรทำ คือสั่งสอบอย่างจริงจัง ไล่หาต้นตอของปัญหา และสร้างความมั่นใจให้สังคมว่ารัฐบาลเอาจริงกับการกวาดล้างการทุจริต
แต่แทนที่ผู้นำประเทศจะพูดว่า “ถ้ามีข้อมูล เราจะตรวจสอบให้ถึงที่สุด” กลายเป็นคำเตือนว่า “คนเปิดเผยข้อมูลก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ หากพิสูจน์ไม่ได้” ซึ่งฟังแล้วน่าตกใจ เพราะน้ำเสียงเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้นำไม่พร้อมที่จะยอมรับความจริง และไม่ส่งสัญญาณให้มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
นี่คือความสิ้นหวังที่น่ากลัวที่สุดของประเทศ ไม่ใช่เพราะมีคนโกง แต่เพราะคนที่มีหน้าที่ปราบโกง กลับแสดงท่าทีเหมือนรำคาญคนที่พยายามเปิดโปงมัน
กรณีของรัฐมนตรีบางคน ยิ่งสะท้อนภาพนี้ชัดเจน เมื่อกรมควบคุมมลพิษถูกระบุว่าเป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้งสูงที่สุด แทนที่รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงจะประกาศตั้งคณะตรวจสอบอย่างโปร่งใส กลับออกมาปกป้องหน่วยงานทันที พร้อมแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวใส่นักข่าว สุดท้ายก็มีการขอโทษขอโพยกัน
ที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ได้ขาดกฎหมายไม่ได้ขาดองค์กรตรวจสอบ และไม่ได้ขาดคำพูดสวยหรูเรื่องธรรมาภิบาล สิ่งที่ประเทศไทยขาด คือ “เจตจำนง” ที่แท้จริงในการจัดการคนโกง โดยไม่เลือกปฏิบัติไม่ปกป้องพวกพ้อง และไม่ทำให้คนเปิดโปงกลายเป็นผู้ต้องหวาดกลัวเสียเอง
ภาพที่เราเห็นซ้ำๆ เดิมๆ ทุกครั้งที่มีการตั้งคำถามหรือหลักฐานเชื่อมโยงกับความไม่โปร่งใสของผู้นำในสังคมหรือหน่วยงานราชการ คือการเงียบ การปฏิเสธ การโยนภาระพิสูจน์กลับไปยังประชาชน และสุดท้ายเรื่องก็ค่อยๆ หายไปจากหน้าสื่อโดยไม่มีใครต้องรับผิด
เมื่อผู้นำประเทศไม่แสดงท่าทีที่ชัดเจนในการจัดการปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ประชาชนจะเหลือความหวังอะไร หรือต้องปล่อยให้คนทั้งประเทศเข้าใจกันเองว่า “ยังไงประเทศนี้ก็ไม่มีวันปราศจากการคอร์รัปชันเสียที”
เป็นข่าวตามโซเชียลมีเดียอ้างคำพูดของ สี จิ้นผิง ผู้นำจีนปัจจุบันระบุ “วิธีหยุดนักการเมือง ข้าราชการ นายทุน เพื่อไม่ให้ทุจริตคดโกง มีวิธีเดียวคือทำให้ตายเท่านั้น”แม้ต่อมาสถานทูตจีนจะปฏิเสธเรื่องดังกล่าวว่าผู้นำของเขาไม่ได้พูด แต่ทฤษฎีนี้น่าจะช่วยปราบการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

คุณแหน: 26 พฤษภาคม 2569
ด่วน! ทรัมป์ โพสต์เดือดบีบชาติตะวันออกกลาง ลงนามเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม
รอง ผบ.ตร. ลุยจันทบุรี จับมือผู้ว่าฯ-ตำรวจ บูรณาการแก้ 9 ปัญหาความมั่นคง
พรุ่งนี้ตี 5 น้ำมันปรับลดราคา ดีเซลลงแรง 1 บาท เบนซิน-โซฮอล์ลด 60 สต.
สหรัฐรอไปก่อน! อิหร่านหักหน้าทรัมป์-รูบิโอ ยันยังไม่ลงนามข้อตกลงในเร็ววันนี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี