วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ภาษาสารขัณฑ์เป็นภาษาที่ “อัศจรรย์” ยิ่งกว่าภาษาชาติไหนๆ โดยคำที่มีความหมายอย่างเดียวกัน สามารถ “ออกลูกออกหลาน” เรียกได้เป็นหลายๆ คำอย่าง “สุดเท่” ซึ่งแล้วแต่ “อารมณ์” หรือ “เป้าหมายที่ต้องการพุ่งชน” ของผู้ใช้คำเหล่านั้นที่จะสื่อไปถึง “คู่กรณี” หรือ “ผู้ฟัง” ว่าจะ “ยกย่องเชิดชูดูหมิ่น เหยียดหยามหรือข่มขู่” ให้จมดิน
“เป้าหมายที่ต้องการพุ่งชน” และ “อารมณ์” ของผู้ใช้คำที่จะให้ผู้ฟังหรือคู่กรณี “ทะลุเดือด” มีมากมาย ขอยกตัวอย่าง “จิ๊บ จิ๊บ” มาให้เห็นดังนี้
“ข้าน้อยกับเจ้านาย กระผมกับท่านครับ ตูข้ากับสูเจ้า กูกับมึง ข้ากับเอ็ง อั๊วกับลื้อและ “เรียกชื่อสัตว์ตัวผู้ กับเรียกชื่อสัตว์ตัวเมีย” ให้กับอีกฝ่าย “ถูกชิงชัง”
การใช้ “ฉายาของสัตว์” ส่วนใหญ่คือ “คำหยาบ” แต่จอม “กอมบาวก์”ทั้งหลาย ต่างสามารถ “กระติกศรีมณีเหวง” พลิกคำหยาบให้เป็นคำสุภาพได้ด้วยการ “เลี่ยงคำตลาดล่าง” เช่นเรียก “หมาเป็นสุนัข” เรียก “ควายเป็นกระบือ” เป็นต้น
“แต่บางครั้ง คำสุภาพก็กลายเป็นคำหยาบ และคำหยาบกลับพลิกผันเป็นคำสุภาพแทนอย่างไม่คาดฝัน เช่น นิทานสองเรื่องต่อไปนี้”
นิทานเรื่อง “หมากับสุนัข”
กาลครั้งหนึ่ง ผัวเมียคู่หนึ่งเป็นคนที่ “รักหมาอย่างจับใจ” และ “หลุดโลก”ถึงขั้นตั้งชื่อลูกชายที่น่ารักน่าเอ็นดูเป็น “เด็กชายหมา”
“เด็กชายหมา” เติบโตจนเข้าโรงเรียน เพื่อนทุกคนและครูทั้งหลายต่างเรียก“ไอ้หมา” อย่างสนิทใจ เอ็นดู และรักใคร่
ผ่านมาหลายปี เด็กชายหมากลายเป็นวัยรุ่นอยู่ระดับชั้นมัธยมต้นมีร่างกายล่ำสันและสุดแข็งแรง คำว่า “ไอ้หมา” หรือ “เด็กชายหมา” ก็ไม่เคยเป็นปัญหากับชีวิต
“จนวันหนึ่ง มีเพื่อนใหม่คนหนึ่งมาร่วมชั้นเรียน และชอบทำตัวเป็นหัวโจก ชอบใช้ทั้งวาจาและกำลังควบคุมเพื่อนๆ ให้อยู่ในโอวาท”
แต่เด็กชายหมาเป็นอิสรชน ไม่ยอมคนและรักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงเป็น “เด็กชายหมาหัวแข็ง” ที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับการข่มขู่ของอันธพาล
ในที่สุด “ขาใหญ่ประจำชั้นก็เดือดพล่านจนควันออกหูไฟพรูออกทางปาก”พร้อมกับท้าเด็กชายหมาให้ไปพบกันที่หลังวัด เพื่อพิสูจน์ว่า “หัวแข็ง” ที่ชื่อเด็กชายหมา กับ “หัวดุดัน” ที่เป็นจอมกร่าง ใครกันแน่ “เจ๋งกว่า”
โดยหัวดุดันจอมกร่างตะคอกใส่เด็กชายหมาว่า
“ไอ้สุนัข กูจะสั่งสอนมึงด้วยการเรียกเลือดให้ออกจากปากสุนัขอย่างเอ็งให้ได้ในวันนี้”
ถูกเปลี่ยนชื่อจาก “เด็กชายหมาเป็นไอ้สุนัข” เช่นนี้ “เด็กชายหมาจึงกลายเป็นมนุษย์หัวภูเขาไฟในทันทีทันใด” แล้วไม่ต้องรอ “วัดใจใครใหญ่กว่า”ก็ใช้กำปั้นรัวใส่จน “เจ้าหัวดุดัน” มีเลือดพุ่งออกจากปากอย่างฉับพลัน
ก่อนศึกวัดศักดิ์ศรีจะราวี ราวีไปไกลกว่านี้ ครูประจำชั้นก็เข้ามายุติการชกพร้อมกับถามเด็กชายหมาว่า “เหตุใดจึงชกเพื่อนถึงปากแตก”
เด็กชายหมาตอบครูทันใด “เพราะไอ้จัญไรมันเรียกผมว่า ไอ้สุนัขครับคุณครู”
ฉบับหน้าเป็น นิทานเรื่อง “ควายกับกระบือ” ครับ
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไฟเขียว กกต. ขอยืดเวลาชี้แจง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งออกไปอีก 7 วัน
ตูน - ก้อย โชว์ความอลังการองค์พระพิฆเนศหนึ่งเดียวในโลก ประดิษฐานในบ้านหลังงามที่ภูเก็ต
กองทัพบก สวนกลับเขมร! ปล่อยเฟคนิวส์ทหารไทยถล่มช่องอานม้า
ฟัน สิบเอก ลงโทษโหด ทบ แจ้งความทำร้ายร่างกาย ทรมานพลทหาร
สรุปดรามา ภาพวาดราคา 1.6 แสน ไม่ตรงปกเพราะศิลปินหวังดี ปรับสีให้ละมุนขึ้น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี