วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คนไทยส่วนใหญ่คาดหวังไว้สูงว่า ประเทศไทยจะถูกขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สลัดพ้นจากสารพัดปัญหารุมเร้าทั้งเศรษฐกิจการเมือง และปัญหาความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา โดยประชาชนส่งต่อความคาดหวังผ่านการลงคะแนนเสียงให้กับพรรคภูมิใจไทย ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
แต่กลายเป็นว่า การเมืองที่จะควรต้องเดินไปสู่ทิศทางที่ราบรื่นโดยเร็ว กลับต้องมาชะงักงันด้วยสถานการณ์วุ่นวายจากประเด็นข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสในกระบวนการเลือกตั้งโดยเฉพาะกรณีปัญหาจากการติดบาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง และบัตรเขย่ง จนนำไปสู่การรุมสกรัมยื่นฟ้อง ในประเด็นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น เป็นโมฆะหรือไม่
ล่าสุดคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตัดสินใจประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขตชุดแรกออกมาก่อน 396 คน โดยไม่รอขั้นตอนการพิจารณาของศาลใดๆ ก็ตามที่มีการยื่นฟ้องอยู่ขณะนี้ โดยกกต.อ้างเหตุอันควรเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ส่วนใครทุจริตก็ตามสอยทีหลัง
การตัดสินใจลุยไฟของ กกต.ครั้งนี้ มุมหนึ่งมองได้ว่า นี่คือการปลดล็อกสำคัญเพื่อให้การเมืองขับเคลื่อนต่อไปได้ เนื่องจาก กกต.เองเห็นว่า หากรอการพิจารณาตามขั้นตอนของศาลอาจต้องใช้เวลานานและไม่เป็นผลดี เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาบริหารบ้านเมือง ซึ่งเป็นการเทหน้าตักเดิมพันใหญ่ของ กกต.บนข้อตีความที่เชื่อมั่นว่า การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ
ในขณะที่ปรมาจารย์ทางด้านกฎหมายหลายคน มีความเห็นตรงข้ามกับ กกต.ว่าสุ่มเสี่ยงเป็นโมฆะเนื่องจากบาร์โค้ดบนบัตรสามารถที่จะสืบสาวไปจนถึงต้นขั้วได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยเรื่องบัตรเขย่ง และกระบวนการเลือกตั้งว่าโปร่งใสหรือไม่ ก็ถูกฟ้องร้องเป็นคดีความตามมาอีกเป็นหางว่าว
ดังนั้น อีกมุมหนึ่ง จึงมองด้วยความหวั่นวิตกลึกๆ ว่า การตัดสินใจลุยไฟไปตายเอาดาบหน้าของ กกต.โดยไม่รอความชัดเจนใดๆสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตขึ้นมา เนื่องจากประเด็นเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่าเป็นการลงคะแนนลับหรือไม่ รวมทั้งปมปัญหาเรื่องบัตรเขย่งก็ยังไม่มีคำตอบสุดท้ายว่าจะออกมาอย่างไร
ขั้นตอนสำคัญต่อไปคือ กระบวนการทางรัฐสภา และการประกาศจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตอนนี้มีเสียงอยู่ในประมาณ 300 เสียง จากพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็กพรรคน้อยมัดรวมกัน แต่สถานการณ์ยังไม่นิ่งว่า สุดท้ายแล้วจะมีพรรคกล้าธรรมเข้ามาเติมหรือไม่ ซึ่งไม่เกินสงกรานต์ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย
นี่คือไทม์ไลน์ทางการเมืองที่ตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ว่า หากระหว่างทางไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองจากคดีฟ้องร้องการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ทุกอย่างก็จะดำเนินไปตามครรลองประเทศไทยก็ไปต่อ รัฐบาลใหม่จะได้เข้ามาสะสางปัญหา และสานต่อนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ แต่ถ้าคำตอบสุดท้ายออกมาตรงกันข้ามคำถามคือจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

นฤมล ไฟเขียวหลักเกณฑ์ สรรหาอาจารย์อาชีวะ-ยกระดับตำแหน่งทางวิชาการ
ลือสนั่น! พระเอกลูกครึ่งช่องดัง ม. จีบตัวแม่เบอร์ 1 สำเร็จ?
2 สส.กล้าธรรม โต้ข่าวงูเห่า ประกาศชัดอยู่กับพรรคไม่เปลี่ยนแปลง
ชัยภูมิทลายเหมืองบิทคอยน์เถื่อน 3 จุด ยึดเครื่องกว่า 40 ตัว เสียหายหลายสิบล้าน
ธรรมนัส เข้ายิม ท่ามกลางกระแสงูเขียวเลื้อยหนุน อนุทิน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี