วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
สัปดาห์ที่แล้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงเรื่องปัญหาน้ำมันว่าตอนแรกที่รัฐบาลสั่งตรึงราคาดีเซล 15 วัน เพื่อรอดูสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางจะจบเร็วหรือไม่ แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าเป็นเรื่องยืดเยื้อไม่จบเร็วแน่ และโลกเข้าสู่วิกฤตพลังงานอย่างแท้จริง ตอนนี้รู้แล้วว่าถ้าตรึงต่อไป จะเจอปัญหากักตุนแน่นอน จึงต้องปล่อยตามกลไกตลาด เราฝืนตลาดไม่ได้ ถ้าฝืนตลาดสู้ยังไงก็แพ้
อธิบายคือรัฐบาลจำใจต้องหยุดการตรึงราคาน้ำมันแล้วในระดับหนึ่งแล้วว่ากันไปตามกลไกตลาด เมื่อนักข่าวถามว่า แนวทางกลไกราคาต้องทำงาน แสดงว่าดีเซลจะเกิน 33 บาทนายเอกนิติกล่าวว่า ใช่ครับ ตลาดโลกเป็นยังงั้น ก็ต้องปล่อยไป
สอดคล้องกับที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกฯและรมว.มหาดไทย ระบุว่าไม่มีคำว่าตรึง เมื่อไม่มีคำว่าตรึงก็ไม่มีชนเพดาน โดยต้องดูกลไกตลาด เป็นสำคัญและยอมรับว่า สถานการณ์ทุกคนเป็นทุกข์กับสถานการณ์ ซึ่งมาจากปัจจัยทางสงคราม รัฐบาลจะมีมาตรการต่างๆ ออกมา เช่น การประหยัดพลังงาน ประหยัดเชื้อเพลิง การสนับสนุนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบ เมื่อนักข่าวถามนายกฯว่า มีโอกาสที่น้ำมันดีเซลจะพุ่งทะลุลิตรละ 50 บาท ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าไม่ทราบ
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ระบุว่า ราคาน้ำมันของไทยตอนนี้ยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซียซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงไปถึงประมาณ 38.10 บาทต่อลิตร ในขณะที่อดีตราคาน้ำมันในมาเลเซียเคยถูกกว่าไทยประมาณ10 บาท และขณะนี้ รัฐบาลยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยตรึงราคาดีเซลเพื่อลดภาระค่าครองชีพ แม้ปัจจุบันกองทุนยังติดลบกว่า 28,000 ล้านบาท และเผชิญข้อจำกัดด้านการกู้เงินเพิ่มเติม โดยยืนยันว่าจะพยายามดูแลราคาให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด
ทั้งคำสัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี รมว.คลัง และรมว.คมนาคม สะท้อนให้เห็นความจริงอย่างหนึ่งว่า แม้จะพยายามจะแก้ปัญหาแล้ว แต่เอาไม่อยู่ ภัยนี้ร้ายแรงยิ่งกว่าน้ำท่วมหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบแม้แต่ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอสจูเนียร์ (Ferdinand Marcos Jr.) ของฟิลิปปินส์ ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติ เพื่อตอบสนองต่อผลกระทบจากสงครามในอิหร่าน โดยบรรยากาศในกรุงมะนิลาเต็มไปด้วยความไม่สงบ
คำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวเพื่อปกป้องความมั่นคงด้านพลังงาน เตือนถึง “อันตรายที่ใกล้เข้ามา” ต่อปริมาณเชื้อเพลิง หลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นและขัดขวางการขนส่ง
ฟิลิปปินส์ ได้พึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าจากภูมิภาคนี้เป็นอย่างมาก ฟิลิปปินส์นำเข้าน้ำมันถึง 98% จากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และราคาน้ำมันดีเซลกับน้ำมันเบนซินในประเทศได้เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ทำให้ประเทศมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
ด้านกลุ่มแรงงาน Kilusang Mayo Uno (KMU) ได้วิพากษ์วิจารณ์การกระทำดังกล่าว โดยกล่าวว่า เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลล้มเหลวในการจัดการวิกฤต และเตือนว่าการจำกัดการประท้วงอาจทำให้คนงานเงียบเสียงลง โดยคาดว่าคนงานขนส่งหลายพันคน รวมถึงคนขับรถรับส่งผู้โดยสาร จะทำการประท้วงหยุดงานในปลายสัปดาห์นี้ และพวกเขากล่าวว่า ณ ตอนนี้ แผนการเหล่านั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
สำหรับประเทศไทย แม้มีสัญญาณอันตรายเกี่ยวกับน้ำมันแต่รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาอยู่ และถ้าเกินกำลังจะรับมือได้ถ้าตัดไฟแต่ต้นลมได้ก็ควรทำแม้จะต้องถึงขั้นประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก็ตาม

พิพัฒน์ โพสต์ ขอบคุณ อนุทิน ไว้วางใจ แจงเจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก. แสดงความบริสุทธิ์ใจ
ลิซ่า ลลิษา ปล่อยช็อตเด็ดอวดลุคแซ่บริมทะเล สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปี
กบน. มติขึ้นขึ้นอีก 1.80 บาท ดัน ดีเซลทะลุ 40 บาท
ไวรัลสนั่นโลก สื่อนอกตีข่าว มิสแกรนด์ปทุมฯ วีเนียร์หลุดกลางเวทีประกวดนางงาม
โปรดเกล้าฯ นาวาอากาศเอก ธนาศักดิ์ สีขาว เป็นนายทหารราชองครักษ์ประจำพระองค์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี