วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สงครามสหรัฐ-อิหร่านเข้าสู่เดือนที่สามแล้ว แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง แม้มีกระแสความพยายามเปิดการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ แต่ก็ยังสับสนอึมครึมบนเงื่อนไขที่ร้อนระอุหลังผู้นำสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อเวลาเส้นตายหยุดยิงออกไปไม่มีกำหนด ภาพที่ออกมาดูเหมือนผ่อนคลายลง แต่ในความเป็นจริง กลับยิ่งสร้างเงาทะมึน และคาดเดาสถานการณ์ยากลงไปอีก
ทั้งนี้ เนื่องจากคำประกาศของทรัมป์นั้น ถูกมองว่าซุกซ่อนแผนการเอาไว้อย่างมีเลศนัย นั่นคือ การใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ โดยสกัดกั้นเรือที่เข้า-ออกจากท่าเรือของอิหร่านอย่างเข้มข้นระยะยาว และให้เตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ เต็มกำลัง ล่าสุดคือสั่งเรือบรรทุกเครื่องบินยักษ์ 3 ลำ แล่นเข้าสู่สมรภูมิฮอร์มุซ เพื่อเพิ่มแรงบีบอิหร่านจนกว่าจะยอมจำนน
จังหวะขยับของทรัมป์ทั้งหมด ถูกมองว่านี่คือการยกระดับ และปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การทำสงครามตะวันออกกลางออกในอีกมิติหนึ่งหลังเปิดฉากบอมบ์ด้วยขีปนาวุธ ขยายไปสู่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และขณะนี้คือกำลังใช้กองทัพเรือรบเข้าไปปิดตายทางทะเล รุกตัดขั้วหัวใจเศรษฐกิจของอิหร่านทั้งระบบ
ถามว่า ทำไมทรัมป์เปลี่ยนยุทธศาสตร์สงครามทหารมาใช้การปิดล้อมทางเศรษฐกิจ คำตอบคือ หากยังคงใช้การโจมตีทางอากาศ แม้จะบอกว่า เป้าหมายในอิหร่านพังพินาศไปแล้วกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ยังเหลือพื้นที่ให้โจมตีอีกแค่ 25 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งประกาศชัยชนะนับครั้งไม่ถ้วนก็ตาม แต่โดยสถานการณ์จริงนั้นยังเอาอิหร่านไม่ลง แม้เป็นสงครามแบบสองรุมหนึ่งก็ตาม
ชัยชนะที่ทรัมป์อ้างถึง ไม่ว่าจะเป็นการทำลายโครงสร้างอำนาจทางการปกครองด้วยการสังหารคณะผู้นำไปเกือบร้อยคน ตลอดจนการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านไปบางส่วน ถูกมองว่า เป็นแค่สงครามจิตวิทยา และลดแรงกดดันตัวเขาเองเท่านั้น เพราะสิ่งที่ทั้งโลกเห็นประจักษ์คือ ผ่านมาสองเดือน แต่อิหร่านยังมีศักยภาพสู้กับสหรัฐได้อย่างเหลือเฟือ
ขณะเดียวกัน ฝ่ายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ถูกแรงกดดันจากสงครามกระแทกกลับหนักหน่วงเช่นกัน ทั้งเรื่องงบประมาณ ผลกระทบทางเศรษฐกิจภายในอเมริกา จนฉุดคะแนนนิยมทรุดต่ำลงทุกวัน ดังนั้น หากคงรูปแบบสงครามเหมือนเดิม โอกาสที่สหรัฐจะชนะเบ็ดเสร็จในเร็ววันนี้ คงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ ยกเว้นกดปุ่มนิวเคลียร์ ซึ่งทรัมป์ก็ปฏิเสธแล้วมันจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน
ตลอดสองเดือนของสงคราม ทั้งสองฝ่ายน่าจะเรียนรู้กลยุทธ์ รู้เขา-รู้เรากันมากพอสมควร และมองเห็นว่า ระบบเศรษฐกิจคืออีกหนึ่งจุดเปราะบาง ดังนั้น ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่
ด้านพลังงานของโลก จึงถูกทั้งสองฝ่ายยกขึ้นมาใช้เป็นอาวุธสำคัญเพื่อช่วงชิงชัยชนะ จนช่องแคบนี้กลายเป็นเงื่อนไขหลัก และเป็นคำตอบสุดท้ายว่าการเจรจาสันติภาพจะบรรลุผลหรือไม่
ดังนั้น สถานการณ์ต่อจากนี้ไป มีแนวโน้มสูงว่า สมรภูมิช่องแคบฮอร์มุซจะทวีความตึงเครียดขึ้นตามลำดับ หลังสหรัฐเปลี่ยนการเผชิญหน้าทางทหารมาเป็นสงครามเศรษฐกิจ นี่คือสัญญาณอันตรายที่เราต้องเตรียมตัวสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างจริงจัง เพื่อหนีจากความผันผวนนี้เพราะช่องแคบฮอร์มุซที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงโลก แต่วันนี้มันได้ถูกสร้างให้เป็นอาวุธทำลายเศรษฐกิจโลกไปแล้ว

SME D Bank คิกออฟ‘มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ’ กระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
เตรียมความพร้อม! ผบ.กกล.สุรสีห์ ลงพื้นที่ ฐป.ต้นแม่น้ำสุริยะ รับมอบภารกิจ
นายกสมาคมทัศนมาตรแห่งประเทศไทย ร้อง กมธ.สธ. แก้ปมกฎหมายวิชาชีพล่าช้า
การันตีความมันส์ จีจ้า ญาณิน กับผลงานแอ็กชันสุดเดือด The Furious คนเดือดระห่ำ
ฉุนแม่ไม่เช่าคอนโดหรูเดือนละ 2.7 หมื่น หนุ่ม 29 ขับเก๋งพุ่งตกสระน้ำกลางจุฬาฯ ประชด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี