วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
หากลองเปิดหน้าฟีดโซเชียลมีเดียในเวลานี้สิ่งที่เรามักจะพบเห็นจนชินตาคือระลอกคลื่นแห่งความสิ้นหวัง วาทกรรมประเภท “ไทยกำลังถอยหลังเข้าคลอง” “เรากำลังจะล่มสลาย” หรือ
“พ่ายแพ้ให้เวียดนามอย่างราบคาบ” ถูกผลิตซ้ำและแชร์ต่ออย่างเมามันโดยอินฟลูเอนเซอร์และเพจต่างๆ ราวกับว่าประเทศไทยกำลังจะพินาศย่อยยับลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
แน่นอนว่า ในระบอบประชาธิปไตยการตรวจสอบรัฐบาลคือหน้าที่อันชอบธรรมของประชาชนและสื่อมวลชน จุดไหนที่ไร้ประสิทธิภาพ จุดไหนที่มีเงื่อนงำ ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเข้มข้น แต่วันนี้คำถามสำคัญที่เราต้องคิดคือเรากำลังวิจารณ์เพื่อสร้างสรรค์ หรือเรากำลังติดหล่มอยู่กับ “สงครามวาทกรรม” จนมองไม่เห็นความจริงอีกด้าน?
เพราะในขณะที่บนโลกเสมือนจริงเต็มไปด้วยเสียงก่นด่า แต่ในโลกของความเป็นจริงและตัวเลขทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยกำลังเกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในระดับ “เปลี่ยนผ่านโครงสร้างประเทศ” ที่หลายคนอาจแกล้งมองไม่เห็น
ข้อมูลล่าสุดจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า มีนักลงทุนแห่เข้ามาขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยทะลุ 1.14 ล้านล้านบาท ซึ่งนี่ยังไม่ใช่ตัวเลขลอยๆ แต่เป็นเม็ดเงินที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต(New S-Curve) ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก โดยยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของโลกอย่าง Microsoft, Google และ Amazon Web Services (AWS) ต่างตกลงใจปักหมุดลงทุนสร้างฐานทัพดิจิทัลในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเม็ดเงินในอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่าง “ชิปและเซมิคอนดักเตอร์” ที่ทยอยตัดสินใจเข้ามาลงทุนแล้วและกำลังจะตามมาอีกระลอกใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น การที่นายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้ง “คณะกรรมการเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ” ล่าสุด ถือเป็นหมุดหมายและสัญญาณที่ชัดเจนว่า ไทยกำลังมียุทธศาสตร์ที่จับต้องได้ในอุตสาหกรรมที่เป็นเสมือน “สมองกลของโลกยุคใหม่” โดยเป็นความร่วมมือขับเคลื่อนของกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจ เพื่อกำหนดทิศทางสิทธิประโยชน์และการสร้างบุคลากรรองรับ เรารองรับทุนเหล่านี้ด้วยแผนงานที่เป็นระบบ ไม่ได้นั่งรอโชคชะตา หรือปล่อยให้ประเทศอื่นแซงหน้าไปเฉยๆ อย่างที่ใครบางคนพยายามปั่นกระแส
การเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม เพื่อเป็นแรงผลักดันนั้นเป็นเรื่องดี แต่การหยิบยกเพียงบางแง่มุมมาบลัฟประเทศตัวเองจนเกินพอดี โดยละเลยข้อเท็จจริงที่ว่าไทยยังมีข้อได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทาน ความพร้อมของพลังงานสะอาด (Green Energy) และโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อเทคโนโลยีชั้นสูงที่กลุ่ม Big Tech ระดับโลกเชื่อมั่น ถือเป็นการบิดเบือนภาพใหญ่ที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน
หากเรามัวแต่จมปลักอยู่กับการด่าทอ การตั้งเป้าโค่นล้มกันรายวัน และการสาดวาทกรรมแง่ลบใส่กันเพียงเพราะรัฐบาลนี้ “ไม่ถูกใจเรา” จนละเลยสิ่งดีๆ และโอกาสทางเศรษฐกิจที่กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า วันหนึ่งข้างหน้าเมื่อเราได้รัฐบาลที่ถูกใจ...ถึงเวลานั้น ประเทศชาติอาจจะย่ำแย่และพังพินาศจริงๆ อย่างที่เราเคยแช่งไว้ เพราะเราได้ร่วมกันทำลาย “ความเชื่อมั่น” ของประเทศจนหมดสิ้นไปแล้วด้วยมือของเราเอง
เลิกปั่นเฟคนิวส์ เลิกเสพดราม่าเกินพอดี แล้วกลับมาอยู่กับความจริงที่ว่า ประเทศไทยกำลังสู้และมีอนาคตที่ดีรออยู่ตรงหน้า หากเราช่วยกันประคับประคองและเดินหน้าไปด้วยกันอย่างมีสติ

สุดใจแล้ว!ลูกยางสาวพ่ายยูเครนหวิวเปิดVNLสนาม2
เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย
'เกมคือเป้าหมายชีวิต' ปาฏิหาริย์ย่า 82 ฟื้นตัวกลับมาเดินได้ เพราะ Roblox
ติณติณ New Country โพสต์ครั้งแรกหลังมรสุมดรามา แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ
นายกฯ เข้าเฝ้าฯ กษัตริย์บรูไน พร้อมเดินหน้าความร่วมมือ 4 ด้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี