วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
กรณีรัฐบาลยกธงขาวยอมยกเลิกเงื่อนไขตัดสิทธิการถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของพ่อ-แม่ที่ลูกเอาชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีหลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนั้น หากมองทางการเมืองก็ถือว่าเป็นวิธีการบริหารกระแสได้อย่างทันท่วงที เป็นการชิงตัดไฟเสียแต่ต้นลม ก่อนที่จะลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้
ส่วนเงื่อนไขอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้ตัดทิ้งเกณฑ์ไหนออกไป จากนั้นในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ก็จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเป็นทางการว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งมีผู้ถือบัตรรายเดิม พากันไปลงทะเบียนยืนยันตัวตนแล้ว 11,797,120 ราย และมีผู้ที่ยังไม่ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ 1,376,853 ราย จากทั้งหมด 13,200,000 คน
สำหรับกลุ่มตกหล่นคือ ไม่มีทั้งบัตรเดิม และไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบกระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตอนนี้คลังเปิดช่องทางพิเศษไม่ต้องเดินทางไปต่อคิวที่ธนาคารแล้ว แต่ให้ไปแจ้งชื่อผ่านกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-เขตทั่วประเทศถึง 21 มิถุนายนนี้ ภายในเวลา 23.00 น.
ที่ต้องติดตามดูก็คือ หลังปิดการลงทะเบียนแล้ว เราจะเห็นกันว่า ข้อมูลตัวเลขผู้ถือบัตรสวัสดิการ หรือบัตรคนจนปี 2569 นี้ จะลดลงหรือเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะออกมาในตัวเลขไหนย่อมสะท้อนถึงนัยสำคัญแน่นอน นอกจากจะไปผูกกับงบประมาณที่จะต้องเติมลงไปในบัตรแล้ว ยังบ่งบอกถึงจุดประสงค์หลักของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เป็นอย่างดี
อย่างแรกเลยคือ การอัปเดตฐานข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ รัฐบาลต้องการที่จะนำผู้ที่ยากจนและยากลำบากที่แท้จริง ให้ได้รับสิทธิอย่างครอบคลุมทั่วถึง ขณะเดียวกันก็ต้องการคัดกรองคนที่ไม่ได้จนจริง หรือพวกอยากจนที่แฝงตัวอยู่ในโครงการนี้ออกไปให้ได้มากที่สุด เพราะนี่คือปัญหาหลักของบัตรคนจน และถูกวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด
ประการต่อมา โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเริ่มในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการได้รับข้อมูลที่แท้จริงของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และยากจนจึงเปิดให้ลงทะเบียนในปี 2559 มีผู้มาลงทะเบียนประมาณ 8 ล้านคน จากนั้นโครงการนี้ก็เดินทางผ่านกาลเวลามาแต่ละยุคแต่ละสมัยจนถึงปัจจุบันที่รัฐบาลกำลังเขย่าข้อมูลใหม่ให้ทันสมัยที่สุด บนตัวเลข 13,200,000 คน
ดังนั้น ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้ว จำนวนตัวเลขผู้ถือบัตรคนจนจะออกมาเท่าไหร่ รัฐบาลก็ไม่ควรมองข้ามหัวใจหลักของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นั่นคือ ไม่เพียงมุ่งช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้สามารถเข้าถึงปัจจัยสี่เท่านั้น แต่ต้องหาวิธียกระดับทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเท่าเทียม หลุดพ้นจากความยากจนสู่ความมั่นคง และยั่งยืน
หากรัฐบาลยังคงหลงทางเน้นนโยบายแบบเดิมๆ คือ สำรวจข้อมูล ขึ้นทะเบียนแล้วก็แจกเงิน โดยไม่ได้จริงจังต่อยอดเพิ่มเติมความรู้ และสร้างทักษะแรงงานให้กับประชาชนกลุ่มนี้ได้มีอาชีพที่มั่นคงเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวต่อไปในวันข้างหน้า เชื่อว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็จะต้องแจกเงินแบบนี้ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด โดยไม่สามารถทำให้พวกเขาลืมตาอ้าปาก หลุดพ้นจากความยากจนได้

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
กรณ์ ณรงค์เดช-ศรีริต้า ร่วมถวายความอาลัย พร้อมเป็นจิตอาสาแจกอาหารแก่ประชาชน
ดีลสันติภาพส่อสะดุด อิสราเอลเปิดฉากถล่มเลบานอนอีกระลอก อิหร่านขู่ตอบโต้
ไชยันต์ งัดหลักจิตวิทยาวิเคราะห์ ทำไมบางคนถึงโกรธแค้นเมื่อเห็นคนร่วมไว้อาลัยให้ ลูก ของคนที่เกลียด!?
ทร.โชว์ผลของการ ปิดด่าน 100% สกัดบุหรี่เถื่อนทะลักชายแดนจันทบุรี ยึดของกลางมูลค่ากว่า 8 ล้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี