วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงหลังจากที่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาตอกกลับ สส. ฝ่ายค้านที่โจมตีบิดเบือนโครงการรัฐบาลด้วยประโยคที่เจ็บแสบว่า “จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาดก่อน”เรื่องนี้ถ้าใครมองแค่ผิวเผินอาจจะคิดว่าเป็นแค่การสาดน้ำลายการเมืองธรรมดา แต่ในฐานะที่ตัวผมเองเคยทำหน้าที่เป็นโฆษกประจำตัว และมีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่บริหารประเทศมาหลายท่านผมมองว่านี่คือ “ยุทธศาสตร์ล่อซื้อ” ที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังใช้เล่นงานผู้นำประเทศ เพื่อหวังให้ท่านหลุดโฟกัส
ทำไมฝ่ายตรงข้ามต้องพุ่งเป้าและอยากให้นายกรัฐมนตรี ออกมาตอบโต้บ่อยๆ? จากประสบการณ์ที่ผมเคยเห็นการทำงานของผู้ใหญ่ระดับประเทศ หน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยสอนเรามาเสมอครับว่า “รัฐบาลที่ผู้นำพูดมากตอบโต้รายวัน ต่อให้มีเสียงข้างมากในสภาก็พังได้ และมักจบไม่สวยสักราย”
ถ้าย้อนกลับไปดูอดีตนายกรัฐมนตรีที่ประสบความสำเร็จและประคองรัฐบาลอยู่รอดได้อย่างมั่นคง ล้วนเป็นผู้นำที่ “พูดน้อย แต่เน้นทำ” ทั้งสิ้นดูอย่าง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่สร้างตำนาน “เตมีย์ใบ้” นิ่งสงบสยบทุกความเคลื่อนไหว ไม่ยอมลงไปเปลืองตัวเล่นสงครามน้ำลายกับใคร หรืออย่าง พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ที่เน้นนโยบายเศรษฐกิจแปรสนามรบเป็นสนามการค้า ไม่มานั่งตอบโต้เรื่องไร้สาระรายวัน ผู้นำระดับตำนานเหล่านี้ท่านรู้ดีว่า “คำพูดจะเป็นนายเรา” และการพูดมากเกินไปมีแต่จะสร้างแผลให้ฝั่งตรงข้ามหยิบมาขยี้
ตรงกันข้าม ถ้านายกฯ คนไหนหลงกลสงครามน้ำลาย ลงมาแลกหมัด ชี้แจงทุกเม็ด ตอบโต้เอามันส์ผ่านสื่อไม่เว้นแต่ละวัน ความพลั้งปากหรืออารมณ์เพียงนิดเดียว จะกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ฝ่ายค้านนำไปขยายผล ยิ่งพูดมาก พรรคร่วมรัฐบาลก็ยิ่งระแวงเสถียรภาพสั่นคลอน และสุดท้ายมักนำไปสู่จุดจบคือการล่มสลายของรัฐบาล
ฝ่ายค้านในปัจจุบันเขาทำงานบนโซเชียลเขารู้แกวนี้ดีครับ การส่ง สส. รุ่นใหม่มาท้าทายเบอร์หนึ่งของรัฐบาล มันคือการ “สร้างราคา” ให้ตัวเอง และหวังล่อซื้อให้นายกฯ เสียสมาธิลงมาติดกับดักแต่กระดูกทางการเมืองของท่านนายกฯอนุทินนั้นถือว่าเก๋าเกมมาก วาทกรรมเรื่อง “จะขึ้นเทศน์ ต้องล้างเท้าให้สะอาด” มันสะท้อนนัยที่แหลมคมว่าท่านรู้ทันเกมนี้:
สะกิดคนตรวจสอบ เตือนสติว่าคนที่ชอบชี้หน้าสั่งสอนคนอื่น เบื้องหลังตัวเองต้องสะอาด ผุดผ่อง ไม่มีแผล ไม่ใช่ข้างหลังตัวเองยังมีข้อกังขาแต่มาสวมบทผู้ทรงคุณธรรมคุมเชิงไม่เล่นตามเกม: ส่งสัญญาณตัดบทสั้นๆ ดับไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่เปิดพื้นที่ให้ฝ่ายตรงข้ามเอาไปขยายความต่อ
ข้อเสนอแนะจากคนทำงานอย่างผม ในฐานะนายกรัฐมนตรี ท่านไม่จำเป็นต้องลงไปแลกหมัดรายวันให้ศัตรูได้แสง สิ่งที่ผู้นำประเทศ “ไม่ควรทำเด็ดขาด” คือการหลงกลพูดเยอะตอบโต้ทุกเม็ด เพราะต้องรักษาภาวะผู้นำสูงสุด ไว้เหมือนดั่งผู้นำชั้นยอดในอดีต
กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ “นิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว”คุมโทนสุขุมแบบนี้ต่อไป แล้วปล่อยให้ “ขุนพลแถวสอง”หรือทีมโฆษกรัฐบาลทำหน้าที่ชนหักล้างข้อเท็จจริงในระนาบปฏิบัติการไป ส่วนตัวท่านนายกรัฐมนตรีเดินหน้าก้มหน้าก้มตาทำงาน และตบหน้าฝ่ายค้านด้วย “ผลงานและตัวเลขความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม” นั่นคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่ฝ่ายค้านไม่มีวันสู้ได้ครับ ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นของนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม
เราเชื่อว่าหลายคนในรัฐบาลอยากจะเตือนนายกฯอนุทิน ลดการให้สัมภาษณ์ การตอบโต้ลงไปบ้าง แต่ก็คงเกรงใจนายกฯ คำแนะนำของนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช น่าจะเหมาะสมที่สุด

‘โด้’ยิง6สมัยติด!พาฝอยทองคืนชีพถล่มบอลโลก
‘ในหลวง’ พระราชทานนามกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ ‘ควีนสุทิดา’ โอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
ไม่คิดว่าจะทำได้ลงคอ รูมเมทไม่ทน แฉ วีรกรรม นศ.หนุ่มเรียนดี กระทำ หนูแฮมสเตอร์ 40 ตัว ดับคาหอพัก
พาร์กินสัน... มากกว่าแค่มือสั่น! หมอวี เผย 4 อาการหลักที่ต้องรู้จัก
นารากร ฉะ ดีอี ลอยแพ IT Man 878 คน 'รมช.แนน'สวนทันควัน จับโยงมั่ว ซัดหยุดเล่นการเมือง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี