วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

นับเป็นผลงานชิ้นโบแดงสำหรับอำนาจรัฐคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ซึ่งจะไม่มีทางได้เห็นในยุครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั่นคือการสาง 2 คดีมหกรรมโคตรโกงฝีมืออัปยศรัฐบาลเลือกตั้งนั่นคือคดีแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิตเอื้อประโยชน์ธุรกิจตระกูลชิน กับมหากาพย์คดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านซึ่งยืดเยื้อมานานนับสิบปี
ในคดีแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิตเอื้อประโยชน์ตระกูลชินยุครัฐบาลทักษิณเป็นคดีเก่าที่ศาลต้องสั่งพักคดีชั่วคราวเนื่องจากจำเลยคือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก หลบหนีออกนอกประเทศซึ่งกฎหมายเดิมกำหนดไว้ว่า หากจำเลยไม่มาปรากฏตัวต่อศาลก็ไม่สามารถเดินหน้าพิจารณาคดีได้ แต่ในยุคคสช.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้ผ่านร่างกฎหมายประมวลวิธีพิจารณาความอาญาฉบับแก้ไขใหม่ซึ่งมีความสำคัญมากเพราะมีสาระสำคัญเป็นการอุดช่องโหว่แก้เผ็ดจำเลยที่หนีคดีไปเสพสุขอยู่ในต่างแดน โดยกำหนดให้ศาลสามารถพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ซึ่งทำให้ต้องจำหน่ายคดีชั่วคราวเนื่องจากจำเลยหนีคดี สามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามกระบวนการปกติ
เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2560 สำนักงานอัยการสูงสุดยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเดินหน้าคดีที่เคยยื่นฟ้อง นายทักษิณ ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตัวเองหรือผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิตด้วยการตราพระราชกำหนดอันเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจบริษัทชินคอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน)ทำให้รัฐเสียหายเป็นมูลค่า 66,000 ล้านบาท
ล่าสุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาลับหลังให้ออกหมายจับ นายทักษิณ และคดีจะเดินหน้าพิจารณาไปตามกระบวนการซึ่งหากมีคำพิพากษาว่า นายทักษิณ มีความผิดจริงก็อาจนำไปสู่การยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดกับรัฐ
นอกจากหมายจับคดีล่าสุดแล้ว นายทักษิณ เคยถูกออกหมายจับอีก 5 คดี ประกอบด้วย คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก คดีทุจริตธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าฯหรือเอกซิมแบงก์ ปล่อยกู้ให้รัฐบาลพม่า 4,000 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อสินค้าด้านสื่อสารโทรคมนาคมของตระกูลชิน คดีทุจริตหวยบนดินทำให้รัฐเสียหายหลายหมื่นล้านบาท คดีทุจริตธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้กลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร ทำให้รัฐเสียหายราว 12,000 ล้านบาท และคดีที่กองทัพบกยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท ยังไม่รวมคดีทุจริตอีกจำนวนมากที่กำลังทยอยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
มหกรรมโคตรโกงอีกคดีหนึ่งคือคดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านที่มีการอนุมัติในยุครัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำให้รัฐเสียหายมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งเครื่องบำบัดน้ำเสียจนปัจจุบันก็ยังทิ้งร้างกลายเป็นสุสานแห่งความวิบัติของแผ่นดิน โดยมหกรรมโคตรโกงโครงการนี้เป็นการสมคบกันโกงชาติปล้นแผ่นดินระหว่างผู้มีอำนาจทางการเมืองขณะนั้นหลายคนรวมทั้งบริษัทเอกชนโดยโกงทุกขั้นตอนตั้งแต่การจัดหาที่ดินนับพันไร่ในอำเภอคลองด่าน ซึ่งนักการเมืองกว้านซื้อที่ดินที่จะสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียไว้ล่วงหน้าในราคาถูก จากนั้นมีการอนุมัติโครงการโดยรัฐซื้อที่ดินจากนักการเมืองในราคาสูงกว่าราคากลางหลายเท่าตัว จากนั้นมีการโกงในทุกขั้นตอน จนภายหลังมีการฟ้องร้องต่อศาลว่ามีการทุจริตทำให้ต้องยุติโครงการ ขณะที่ฝ่ายเอกชนกลับฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐเป็นเงินกว่า 9,000 ล้านบาท หรือที่เรียกว่าคดีค่าโง่บ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน
เมื่อคสช.เข้ามามีอำนาจได้รื้อฟื้นคดีทุจริตทั้งหลายที่สร้างความเสียหายแก่รัฐอย่างร้ายแรงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดินซึ่งรวมทั้งคดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านจนนำไปสู่การยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ซึ่งในที่สุดคดีมหกรรมโคตรโกงที่ยืดเยื้อมานานนับสิบปีก็มาถึงบทสรุปเมื่อศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาให้ถอนมติของคณะอนุญาโตตุลาการในอดีตที่ให้รัฐชดใช้ความเสียหายแก่บริษัทเอกชนกว่า 9,000 ล้านบาท เนื่องจากมีการทุจริต
คดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ศาลเคยมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งในจำนวนนี้รวมทั้ง นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรมช.มหาดไทย ซึ่งขณะนี้หลบหนีโทษความผิดออกนอกประเทศ
จากตัวอย่างมหากาพย์คดีมหกรรมโกงชาติปล้นแผ่นดินทั้ง 2 คดีดังกล่าวควรที่อำนาจรัฐคสช.จะขยายผลให้ถึงที่สุดเพื่อติดตามยึดทรัพย์จากเหล่าคนโกงเพื่อนำคืนกลับมาเป็นของแผ่นดินจึงจะถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงอย่างสมบูรณ์แบบ
ทีมข่าวการเมือง

ศุภจี ร่ายยาว ไทยช่วยไทย กางแผนช่วยประชาชนลดค่าครองชีพยามวิกฤต
อดีตรองอธิการฯมธ. ตั้งคำถามเจ็บ ปมชุดเดรสแขนกุดเข้าสภา ย้ำเกียรติสถานที่ต้องมาก่อน
เช็กเลย! สิทธิทำฟันประกันสังคมโฉมใหม่ ผ่าฟันคุดเบิกได้เพิ่ม ฟันปลอมได้วงเงินสูงขึ้น
ไขปริศนาชวนเขิน ทำไมสุนัขชอบ ดมเป้า เรื่องธรรมชาติที่มาพร้อมเหตุผลทางชีววิทยา
อนุสรณ์ เชื่อมั่น ทักษิณ พักโทษ จุดประกาย เพื่อไทย ปลุกขวัญกำลังใจ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี