Logo วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์ / ลงมือสู้โกง โดย...ชนิภรณ์ นาทอง
ลงมือสู้โกง โดย...ชนิภรณ์ นาทอง

ลงมือสู้โกง โดย...ชนิภรณ์ นาทอง

ชนิภรณ์ นาทอง
วันพุธ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 02.00 น.
เมื่อการทุจริตมาในรูปแบบเงินรับบริจาค

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

หากพูดถึง“การให้”ในสังคมไทยซึ่งเป็นลักษณะนิสัยที่โดดเด่นเนื่องจากคนไทยนิยมทำบุญ ชอบบริจาคเงิน สิ่งของ รวมไปถึงการไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อช่วยเหลือสังคม คนยากไร้ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ผ่านหลากหลายช่องทาง เช่น องค์กรศาสนา องค์กรการศึกษา องค์กรการกุศลสาธารณประโยชน์หรือการบริจาคเงินให้แก่บุคคลธรรมดาผ่านช่องทางสื่อ Social Media เป็นต้น

ที่กล่าวว่าคนไทยนิยมทำบุญนั้น ไม่ได้มาจากจินตนาการของผู้เขียนเอง แต่มีข้อมูลเชิงสถิติสนับสนุน โดยงานสัมมนา เรื่อง “ชวนสังคมร่วมลงทุน” เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้กล่าวถึงยอดการบริจาคเงินของคนไทยในปัจจุบัน พบว่า ประเทศไทยมียอดเงินที่รับบริจาคเพื่อการกุศลโดยเฉลี่ยปีละกว่า 7 หมื่นล้านบาท ในรายละเอียดสำนักข่าวไทยพับลิก้าได้นำฐานข้อมูลภาษีของกรมสรรพากรมาวิเคราะห์พบว่าในปี 2551 มีผู้เสียภาษีนำใบเสร็จรับเงิน-ใบอนุโมทนาบัตรมาหักลดหย่อนภาษีกับกรมสรรพากร แบ่งเป็นการบริจาคเงินเพื่อการศึกษาถึง 29,929 ล้านบาท และบริจาคเงินอื่นๆ อีกกว่า 25,307 ล้านบาท ส่วนการทำบุญโดยจิตศรัทธาไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ในแต่ละปีนั้นมีมูลค่ามากน้อยเพียงใดยังคงเป็นปริศนาอยู่ เพราะยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาทำการสำรวจ แต่ผู้เขียนคาดเดาว่าคงเป็นตัวเลขที่สูงทีเดียว


อย่างไรก็ตาม ภาพความสุขของผู้ให้และผู้รับเงินบริจาคเหล่านี้ บ่อยครั้งที่ถูกเบียดบังด้วยความทุกข์จากข่าวการทุจริตเงินบริจาค เช่น การทุจริตเงินทำบุญวันที่ 1 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา สำนักข่าวไทยพีบีเอส รายงานว่า ทหารและกรมป่าไม้เข้าไปตรวจค้นสำนักปฏิบัติธรรมในจังหวัดกาญจนบุรี หลังจับกุมร่างทรงอ้างเป็น“เจ้าหญิงเมืองแก้ว” หลอกลวงเงินผู้มาทำบุญกว่า 70 ล้านบาท จะเห็นได้ว่ามิจฉาชีพเหล่านี้อาศัยความศรัทธาของประชาชนเป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน อีกกรณีจากข่าววันที่ 3 เมษายน 2560 สำนักข่าวไทยพีบีเอสรายงานหญิงชาวบุรีรัมย์ นำหลักฐานเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมเพื่อตรวจสอบและเอาผิดชาวเนเธอร์แลนด์ เปิดมูลนิธิบังหน้าขอรับบริจาคเงินอ้างจะนำไปช่วยเหลือโรงเรียนและเกษตรกรที่มีฐานะยากจน แต่กลับพบว่านำเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว

ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือเมื่อสื่อ Social Media เข้ามามีบทบาทและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของคนในสังคม และเป็นสื่อกลางกระจายข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว โดยหลายครั้งขาดการตรวจสอบข้อมูล จึงเป็นการสร้างโอกาสการทุจริตเพื่อหาผลประโยชน์จากการให้ของคนไทย เชื่อว่าผู้อ่านคงเคยเห็นการเรี่ยไรเงินผ่านช่องทางสื่อ Social Media เช่น Facebook Fanpage ชื่อดังที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก นำเสนอเรื่องราวขอรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้หรือผู้ที่เดือดร้อน โดยใช้ประโยคเรียกความน่าสงสารจากผู้อ่าน เช่น ขอคนละ 1 แชร์สงสารน้อง คนไทยไม่ทิ้งกันช่วยเหลือเด็กพิการ หรือ บริจาคเงินเพื่อไปเลี้ยงอาหารบ้านเด็กกำพร้า หากใครสนใจช่วยเหลือติดต่อมาทาง Inbox พร้อมกับโอนเงินได้

เพจเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางรวบรวมเงินบริจาคซึ่งมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจและเข้ามาช่วยเหลือผ่านการโอนเงิน แต่เราเคยตั้งคำถามไหมว่า เงินที่เราโอนไปให้เพจเหล่านี้
ถูกนำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้จริงๆ เต็มจำนวนหรือไม่ เพราะเราแทบจะไม่เคยเห็นกระบวนการใดๆ เข้ามาตรวจสอบหรือจัดการเงินบริจาคเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเลย

ดังนั้นผู้เขียนจึงได้ประมวลความรู้ความคิดจากงานวิจัยของ ภาสกร โควินท์ (2553) เรื่อง“การขอบริจาคเงินเพื่อการกุศลบนเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ : กรณีศึกษาการขอบริจาคเงินเพื่อการกุศลบนเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ hi5 ในประเทศไทย”มาสรุปเป็นข้อเสนอแนวทางในการป้องกันและตรวจสอบการจัดการเงินบริจาค เพื่อลดโอกาสการทุจริตเงินบริจาคอย่างง่ายๆ 
3 ข้อ ดังนี้

หนึ่ง ก่อนที่จะบริจาคเงินผู้บริจาคควรจะมีการตรวจสอบเนื้อหา ข้อมูล ที่มีการนำเสนอผ่านสื่อ Social Media อย่างถี่ถ้วนเพื่อพิจารณาว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ด้วยการขอข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ข้อมูลในด้านที่อยู่อาศัยของผู้ที่เดือดร้อน ซึ่งผู้ขอรับบริจาคควรจะสนับสนุนข้อมูลเหล่านี้ เช่น แสดงแผนที่ที่มีการระบุพิกัด GPS ได้อย่างชัดเจน เพื่อผู้ให้บริจาคสามารถเดินทางไปหาได้ด้วยตัวเอง เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างความโปร่งใสแล้ว ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถืออีกด้วย

สอง ผู้บริจาคควรมีการติดตามการใช้จ่ายเงินบริจาคเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตและเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ขอตรวจสอบและเรียกร้องให้มีการอัพเดทเงินในบัญชี รวมถึงให้มีการชี้แจงการใช้จ่ายเงินบริจาคอย่างสม่ำเสมอ

สาม ผู้บริจาคควรขอข้อมูลจากผู้ที่ถูกอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนหรือจากผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ผู้นำท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะประสานงานภายในพื้นที่นั้นๆ เช่น ขออี-เมลเบอร์โทรศัพท์ที่จะสามารถติดต่อได้จากเพจหรือผู้ที่นำเสนอเรื่องราวการรับบริจาคเงิน

มาถึงจุดนี้ ผู้อ่านอย่าเพิ่งกังวลว่า ทำไมแค่จะบริจาคเงินจึงต้องทำอะไรมากมายขนาดนี้ นั่นเพราะในปัจจุบันนอกจากมีหลายองค์กรที่มีชื่อเสียงที่ดีและมีความน่าเชื่อถือสูงอยู่แล้ว ยังมีช่องทางการบริจาคใหม่ๆ หลายช่องทางที่มีการสร้างความโปร่งใสที่ดี มีระบบการติดตามการใช้จ่ายเงิน และที่สำคัญคือมีกระบวนการสร้างความเข้าใจปัญหาสังคมเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริจาคสามารถมีส่วนร่วมได้มากกว่าแค่เพียงบริจาคเงินเท่านั้น เช่น เว็บไซต์ เทใจ.com ที่ช่วยคัดกรองโครงการเพื่อสังคมในด้านต่างๆที่จะเข้ามาขอรับบริจาค และติดตามการทำงานของโครงการต่างๆเหล่านี้ด้วย หรือ กองทุนธรรมาภิบาลไทย ที่แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาล เข้ามาช่วยคัดกรองโครงการที่จะมาขอรับทุนสนับสนุน เพื่อให้เงินแต่ละบาทของคนไทยสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อสังคมไทยได้จริง

แนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตเป็นเพียงปัจจัยเบื้องต้นเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามการป้องกันการทุจริตจะมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อประชาชนให้ความร่วมมือ สร้างความตระหนักรู้ที่จะเฝ้าระวังติดตามและตรวจสอบการจัดการเงินรับบริจาค อีกทั้งรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีนโยบายหรือมาตรการเข้มงวดมากขึ้นในการเข้ามาตรวจสอบการรับบริจาคเงินผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตจากตัวกลางที่อาศัยความใจบุญของผู้ให้ได้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ส่งใจเชียร์ เนเน่ บนเวที AGT วันนี้! พร้อมเตรียมสัมผัสโชว์ระดับโลก Murmuration Level 2
ไม่ใช่แค่เพลงฮิต! เอ็ดดี้ เจาะลึก ทำไม 'เนเน่' ถึงเลือกเพลงยากระดับ Hysteria
ชื่นชม เนเน่ รอยัล เจ๋งจริง บนเวที America's Got Talent เอ็ดดี้ ชี้ฝีมือระดับมืออาชีพ สมฉายาร็อกสตาร์ตัวจริง
เจ๊ปองเปิดเบื้องลึก! 'ฉลอง' ยิงนายก อบจ. ย้ำชัด ปมสังหารไม่ใช่แค่หนี้ 11 ล้าน
ขับรถเหยียบน้ำใส่คนอื่น ผิดกฎหมายไหม? กระทรวงยุติธรรมมีคำตอบ
ดูทั้งหมด
อาเซียนแทรกแซงพม่า แบบตาบอดคลำช้าง ความสัมพันธ์ยิ่งห่างเหิน
‘เมื่อสาแหรกขาดสะบั้น’
‘ปัญหายิว’คือวาระแห่งชาติ
‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง
ศรีสะเกษโมเดล
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อการทุจริตมาในรูปแบบเงินรับบริจาค

เมื่อการทุจริตมาในรูปแบบเงินรับบริจาค

14 ก.พ. 2561

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved