วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์ / ลงมือสู้โกง โดย...ภัทรชัย อ่อนน่วม
ลงมือสู้โกง โดย...ภัทรชัย อ่อนน่วม

ลงมือสู้โกง โดย...ภัทรชัย อ่อนน่วม

ภัทรชัย อ่อนน่วม
วันพุธ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 02.00 น.
การศึกษาไทยหลังโควิด : รอยบาดแผลที่ต้องเร่งรักษา

ดูทั้งหมด

  •  

เป็นเวลาเกือบ 2 ปี ที่เด็กนักเรียนและนักศึกษาต่างต้องนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียนออนไลน์ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ถึงแม้ว่าในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เห็นได้จากที่รัฐบาลประกาศเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564

ส่วนของภาคการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการก็ประกาศให้โรงเรียนทั่วประเทศสามารถเปิดภาคเรียน โดยสามารถสอนในห้องเรียน (On Site) ได้อย่างเต็มรูปแบบ ในเบื้องต้นโรงเรียนที่สามารถเปิดได้จะต้องผ่านเกณฑ์ต่างๆ เพื่อยื่นขอการอนุมัติให้เปิดเรียน เช่น โรงเรียนต้องผ่านการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยป้องกันโรค COVID-19 (Thai Stop Covid)ในระดับสีเขียว สัดส่วนของครูและบุคลากรภายในโรงเรียนที่ได้รับวัคซีนมากกว่าร้อยละ 85 และ นักเรียนและผู้ปกครองจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนมากที่สุด เมื่อโรงเรียนผ่านเกณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ ทางโรงเรียนสามารถยื่นขอพิจารณากับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดเพื่อทำการอนุมัติให้สามารถเปิดโรงเรียนได้


ถึงแม้แนวโน้มของสถานการณ์จะค่อนข้างดีขึ้น แต่หากเรามองย้อนกลับไปจะเห็นได้ว่าการแพร่ระบาด โควิด-19ในระลอกที่ผ่านๆ มา จนถึงปัจจุบันยังคงส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษา ทั้งเกิดเป็นปัญหาใหม่ หรือเป็นฉนวนที่เร่งให้ปัญหาที่มีอยู่เดิมมีความรุนแรงมากขึ้น วันนี้ผู้เขียนจึงอยากชวนทุกท่านมารับรู้ถึงปัญหาเหล่านี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เปรียบเสมือนรอยบาดแผลที่ต้องเร่งรักษาให้กับระบบการศึกษาไทย

ปัญหาหลักสูตรที่ขาดความยืดหยุ่น ถือเป็นปัญหาที่มีการถกเถียงกันมาเป็นระยะเวลานานในระบบการศึกษาไทย ด้วยลักษณะของตัวหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ที่เน้นการประเมินผลผู้เรียนในลักษณะการให้คะแนนหรือการตัดเกรด มีรูปแบบการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเรียนตามรายวิชาที่บังคับ และประเมินตามตัวชี้วัดหรือคุณลักษณะที่กำหนดให้ เกิดเป็นการจำกัดการเรียนรู้และสร้างค่านิยมแข่งขันกันระหว่างผู้เรียน ส่งผลให้จากรูปแบบการศึกษาที่ควรจะเป็นการเรียนรู้ตามความต้องการและความสนใจของผู้เรียน กลับกลายเป็นการศึกษาที่สร้างความกดดันให้ตนเองต้องเป็นที่หนึ่ง และทำให้ผู้เรียนไม่สามารถค้นหา
ตัวเองได้ว่าตนเองชอบ หรือมีความถนัดในด้านใด เนื่องจากการเรียนรู้ที่จำกัดอยู่ในกรอบของรายวิชาบังคับ

ยิ่งในช่วงการเรียนออนไลน์ที่ถึงแม้ครูผู้สอนหลายคนจะมีการปรับกระบวนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ตัวหลักสูตรเองไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนหรือมีการยืดหยุ่นให้สอดคล้องตาม ครูผู้สอนยังคงต้องมีการประเมินตามตัวชี้วัดหรือคุณลักษณะที่เดิมออกแบบมาใช้สำหรับในช่วงสถานการณ์ที่ปกติ แต่เมื่อเป็นการสอนออนไลน์ ซึ่งมีกระบวนการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและมีความจำกัด จึงส่งผลให้การประเมินผลผู้เรียนด้วยวิธีการให้คะแนนหรือตัดเกรดอาจไม่ใช่เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการวัดทักษะและสมรรถนะของผู้เรียนมากนัก

ปัญหาการสูญเสียการเรียนรู้ (Learning Loss) คือ สภาวะการเรียนรู้ถดถอย ส่งผลให้พัฒนาการของผู้เรียนช้ากว่าปกติ จากในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้โรงเรียนและสถานศึกษา ต่างต้องมีการปิดตัว ปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นทางออนไลน์ ซึ่งอาจไม่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับการเรียนรู้ในห้องเรียน จากส่วนหนึ่งของบทความ Covid Slide : บาดแผลใหญ่ทางการศึกษา ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่า จากการที่ สพฐ. กำหนดให้ 1 ภาคการศึกษามีประมาณ 20 สัปดาห์ แต่ในช่วงภาคการศึกษาที่ผ่านมาประเทศไทยมีการปิดโรงเรียนทั่วประเทศไป 15 สัปดาห์ และปิดบางส่วนเพิ่มเติมอีก 14 สัปดาห์ แสดงว่านักเรียนไทยไม่สามารถไปโรงเรียนเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ไปแล้วถึง 3 ใน 4 ภาคการศึกษา และเมื่อคำนวณแล้วนักเรียนไทยจะเสียการเรียนรู้ประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์ของภาคการศึกษา ปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อผู้เรียนให้มีพัฒนาการที่ล่าช้ากว่ามาตรฐาน และในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่อาจจะได้แรงงานที่มีทักษะและศักยภาพไม่เป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงาน

ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ควรเร่งแก้ไข โดย ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ. ได้ชี้แจงข้อมูลสถิติเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา ในปีการศึกษา 2564 พบว่ามีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาจำนวนประมาณ 5,654 คน และในช่วงสิ้นปีมีการคาดการณ์ว่าจะมีเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษามากถึง 65,000 คน ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เด็กหลุดจากการศึกษามีจำนวนมากขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เด็กไม่มีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ ไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น อินเตอร์เนต คอมพิวเตอร์ หรือ Smart device ต่างๆ

ซึ่งปัญหาดังกล่าวเชื่อมโยงกับปัญหาผลกระทบทางเศรษฐกิจอีกด้วย นักเรียนที่ผู้ปกครองได้รับผลกระทบต้องหยุดงานตามมาตรการควบคุมของรัฐบาล ถูกลดเงินเดือน หรือถูกจ้างให้ออก ทำให้ผู้ปกครองไม่มีต้นทุนที่เพียงพอสำหรับการจัดหาซื้ออุปกรณ์เรียนออนไลน์ให้กับบุตรหลานของตนเองได้ หรือหากเด็กมีความพร้อมในอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ก็ตาม แต่อาจจะขาดความรู้และความเข้าใจในการใช้งานรวมทั้งผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแลบุตรหลานในการติดตามและดูแลการเรียนออนไลน์ก็ส่งผลให้เด็กมีแนวโน้มสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาได้

ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดถือเป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนควรให้ความสำคัญ และต้องเร่งดำเนินการแก้ไข ผู้เขียนเล็งเห็นว่าการนำ หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) มาปรับใช้จะช่วยให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมุ่งเน้นในหลัก การมีส่วนร่วม (Participation) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหลักการของหลักธรรมาภิบาล

การที่องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร่วมกัน ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยรักษารอยบาดแผลที่เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาไทยในขณะนี้ในปัญหาด้านหลักสูตร ทางกระทรวงศึกษาธิการควรมีการพิจารณาและทบทวนถึงความเหมาะสมของหลักสูตร และเปิดพื้นที่ให้ทางคุณครู และนักเรียนได้มามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และความต้องการเพื่อสามารถออกแบบหลักสูตรที่มีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้เรียน และช่วยส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียน

ปัญหาด้านการสูญเสียการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียน และคุณครู ควรหารือร่วมกันในการที่จะปรับรูปแบบการสอนหลังจากที่สามารถเปิดโรงเรียนได้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยต้องคำนึงถึงการที่ผู้เรียนต้องได้รับการชดเชยในความรู้ที่สูญเสียไปในช่วงที่เรียนออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้ตามพัฒนาการของตนเอง

ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ถือเป็นปัญหาที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรออกนโยบายที่คุ้มครองและรองรับกับกลุ่มเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา และควรออกแนวทางการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันไม่ให้มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มมากขึ้น ส่วนทางโรงเรียน และคุณครูควรที่จะให้ความสำคัญกับเด็กนักเรียนทุกคน โดยควรคำนึงถึงการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (No one left behind) เป็นสำคัญ และในส่วนของผู้ปกครองซึ่งถือเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับตัวเด็กมากที่สุดควรที่จะให้ความสำคัญ สอดส่อง และดูแลบุตรหลานของตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาหลุดจากระบบการศึกษา

ท้ายที่สุดผู้เขียนอยากให้ทุกคนเล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบการศึกษา ระบบที่มีหน้าที่บ่มเพาะ ปลูกฝัง และมอบองค์ความรู้ให้กับเยาวชน เพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตมาเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ และมีศักยภาพ แต่สิ่งเหล่านี้ยากที่จะเกิดขึ้นได้ถ้าหากทุกภาคส่วนไม่เริ่มต้นร่วมมือกันรักษาบาดแผลของระบบการศึกษาตั้งแต่วันนี้ ซึ่งถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาวรอยบาดแผลเหล่านี้อาจยากที่จะรักษา และกลายเป็นรอยแผลเป็นที่ไม่มีทางลบเลือนไปได้ในที่สุด

ภัทรชัย อ่อนน่วม Hand Social Enterprise

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
11:16 น. คิมเบอร์ลี่ สวยสง่าในชุดไทยทำบุญวันเกิดครบ 34 ปี
10:48 น. ‘ตั๊น-เอ้’ลุยหาเสียง‘หัวหิน’ ชูเมืองท่องเที่ยวต้นแบบรองรับ‘นทท.ต่างชาติวัยเกษียณ’
10:46 น. 'ทนายแก้ว'ขอโทษที่เผลอใจ 'กอด หอม จูบ'สาวผู้เสียหายจริง ชี้พ่อน้องลั่นไม่มี10ล้านไม่ต้องมาคุย
10:40 น. 'ธนาธร'จี้'อนุทิน'เร่งจ่ายเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่
10:33 น. แม่ฟ้าหลวงเดือด! จนท.ยึดยาบ้า 8 แสนเม็ด หลังแก๊งค้ายาเปิดฉากยิงสู้หวังหลบหนี
ดูทั้งหมด
ชาวเน็ตขำท้องแข็ง เขมร ฝึกทหารหรือฝึกละครโรงเรียน ชมคลิป
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 18-24 มกราคม พ.ศ. 2569
ดรามาจนได้ หลัง ททท. ปล่อยภาพ ลิซ่า โปรโมตเที่ยวไทย ดี้ นิติพงษ์ วิจารณ์ใช้ AI ด้อยค่าศิลปิน
ครูปรีชากับพวก คดีเบิกความเท็จ ชำระเงินให้หมวดจรูญแล้ว แต่ยังขาดอีก 8 หมื่น
แม่ทัพกุ้ง ไขข้อสงสัยนักเรียน ทหารมีไว้ทำไม กลางเวทีบรรยายพิเศษที่ศรีมหาโพธิ
ดูทั้งหมด
สมบัติพ่อเฒ่าสู้กับสีเทา/ใบเทา
‘รัฐธรรมนูญ : เครื่องมือของอำนาจ’
กาเบอร์‘37’-ไม่เห็นชอบ‘แก้รัฐธรรมนูญ’
บุคคลแนวหน้า : 23 มกราคม 2569
เพลิงไหม้ ซานติก้าผับ ลามถึง บาร์ในสวิตเซอร์แลนด์
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คิมเบอร์ลี่ สวยสง่าในชุดไทยทำบุญวันเกิดครบ 34 ปี

'ธนาธร'จี้'อนุทิน'เร่งจ่ายเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่

ไม่ใช่แค่แม่ผัวลูกสะใภ้! เพจดังชี้ชัดปมร้าวบ้านเบ็คแฮม

ต้านไม่ได้ก็เข้าร่วมซะเลย! 'เชตวัน'ทำภาพหน้าดำหาเสียง จี้กกต.ทำเลือกตั้งฟรีและแฟร์

ทองพุ่งแรง! ราคาปรับขึ้น 1,450 บาท ทะลุ 73,000 บาทแล้ว

สเปนระทึกซ้ำ! เกิดอุบัติเหตุรถไฟครั้งที่ 4 ในรอบไม่ถึงสัปดาห์

  • Breaking News
  • คิมเบอร์ลี่ สวยสง่าในชุดไทยทำบุญวันเกิดครบ 34 ปี คิมเบอร์ลี่ สวยสง่าในชุดไทยทำบุญวันเกิดครบ 34 ปี
  • ‘ตั๊น-เอ้’ลุยหาเสียง‘หัวหิน’ ชูเมืองท่องเที่ยวต้นแบบรองรับ‘นทท.ต่างชาติวัยเกษียณ’ ‘ตั๊น-เอ้’ลุยหาเสียง‘หัวหิน’ ชูเมืองท่องเที่ยวต้นแบบรองรับ‘นทท.ต่างชาติวัยเกษียณ’
  • \'ทนายแก้ว\'ขอโทษที่เผลอใจ \'กอด หอม จูบ\'สาวผู้เสียหายจริง ชี้พ่อน้องลั่นไม่มี10ล้านไม่ต้องมาคุย 'ทนายแก้ว'ขอโทษที่เผลอใจ 'กอด หอม จูบ'สาวผู้เสียหายจริง ชี้พ่อน้องลั่นไม่มี10ล้านไม่ต้องมาคุย
  • \'ธนาธร\'จี้\'อนุทิน\'เร่งจ่ายเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่ 'ธนาธร'จี้'อนุทิน'เร่งจ่ายเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่
  • แม่ฟ้าหลวงเดือด! จนท.ยึดยาบ้า 8 แสนเม็ด หลังแก๊งค้ายาเปิดฉากยิงสู้หวังหลบหนี แม่ฟ้าหลวงเดือด! จนท.ยึดยาบ้า 8 แสนเม็ด หลังแก๊งค้ายาเปิดฉากยิงสู้หวังหลบหนี
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ภาษาศาสตร์เชิงต้านโกง

ภาษาศาสตร์เชิงต้านโกง

8 มี.ค. 2566

การเรียนรู้ปกติใหม่ (New Normal) ผ่านมุมมองธรรมาภิบาล

การเรียนรู้ปกติใหม่ (New Normal) ผ่านมุมมองธรรมาภิบาล

31 ส.ค. 2565

Learn & Teach Moral เรียนรู้คุณธรรม...ในแบบอาเซียน

Learn & Teach Moral เรียนรู้คุณธรรม...ในแบบอาเซียน

20 เม.ย. 2565

การศึกษาไทยหลังโควิด : รอยบาดแผลที่ต้องเร่งรักษา

การศึกษาไทยหลังโควิด : รอยบาดแผลที่ต้องเร่งรักษา

3 พ.ย. 2564

ความ (ไม่) เท่าเทียมแบบไทยๆ ผ่านวิกฤติโควิด-19

ความ (ไม่) เท่าเทียมแบบไทยๆ ผ่านวิกฤติโควิด-19

12 พ.ค. 2564

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved