วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์ / ลงมือสู้โกง โดย...ภัชชา เหมหงษา
ลงมือสู้โกง โดย...ภัชชา เหมหงษา

ลงมือสู้โกง โดย...ภัชชา เหมหงษา

ภัชชา เหมหงษา
วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.
เมื่อความผิดถูกปกปิดด้วยผ้าเหลือง

ดูทั้งหมด

  •  

“มีพนักงานบริษัทคนหนึ่งตอนกลางวันเป็นที่นับหน้าถือตาของลูกค้า ทุกคนในองค์กรต่างไว้ใจแต่พอตกกลางคืนกลับแอบยักยอกขโมยกำไรบริษัทไปใช้จ่ายส่วนตัว ปรนเปรอชีวิตหรูหราให้ตัวเองเรื่อยมา”

คุณรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ ไม่พอใจ? โกรธ? หรือคิดว่าถ้าคนส่วนมากพบเห็นการทุจริตจะรีบเข้าไปต่อว่าประจานคนทำไหม?


ทีนี้ก่อนจะตอบคำถาม ผู้เขียนขออนุญาตเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเรื่องราวเล็กน้อย…

ถ้าบริษัทที่ผู้เขียนเล่ากลายเป็นวัดแห่งหนึ่งกำไรบริษัทกลายเป็นเงินบริจาค และ “พนักงานบริษัท” กลายเป็น “พระ” แทนล่ะ?

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังทำให้คำตอบของคุณเปลี่ยนไปจากเดิมไหม? หรือเมื่อมีเรื่องของศาสนา ความศรัทธา และบทบาทในฐานะพระสงฆ์เข้ามาจะทำให้มุมมองเดิมถูกเปลี่ยนแปลง?

สถิติจากศูนย์ข้อมูลกลางทางด้านศาสนาได้ระบุไว้ว่าคนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธถึงร้อยละ 92.52 มีวัดรวมแล้วประมาณ 43,005 แห่งและการบรรจุเรื่องศาสนาพุทธในบทเรียนนับตั้งแต่สมัย ร.5 แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและศาสนาพุทธที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะความเคารพของคนไทยที่มีต่อพระสงฆ์ในฐานะผู้เผยแพร่คำสอน

แต่ถึงอย่างงั้นเราก็มักได้พบเห็นข่าวพระสงฆ์กระทำความผิดขัดกับคำสอนหรือกฎหมายอยู่เรื่อยๆ อย่างกรณีล่าสุด “พระคม-พระหมอ” ที่ร่วมมือกับพรรคพวกยักยอกเงินของวัดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท รวมถึงมีพฤติกรรมชอบเสพเมถุนกับทั้งฆราวาสทั้งพระด้วยกัน และอีกเคสของหมอปลาที่ไลฟ์สดแฉ “พระอ๋อย” ที่มีพฤติกรรมชอบให้สีกาเข้ามาหลับนอนในกุฏิ(ใครนึกไม่ออกก็คือพระที่หยิบยางมัดผมมาคาดหัวอ้างว่าแก้ปวดหัวนั่นแหละ) แต่ทั้งสองเคสมีจุดร่วมกันคือทุกครั้งที่มีการเปิดโปงความผิดขึ้น มักจะมีสาวกบางส่วนออกมาร่วมปกป้องเข้าข้างผู้กระทำผิดอยู่เสมอ และบางครั้งคนกลุ่มนี้ยังแสดงให้เห็นว่าพอจะรู้พฤติกรรมการคอร์รัปชันนี้มาโดยตลอด แต่ก็เลือกจะศรัทธากราบไหว้ผู้กระทำผิดอยู่ดี ยังมีแม้แต่สาวกช่วยกันพระผู้กระทำผิดหลบหนีจากการจับกุมเสียด้วยซ้ำสิ่งนี้เกิดจากอะไรกันแน่?

อย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นว่าศาสนาพุทธถูกซึมลึกอยู่ในเมืองไทยมานาน ผ่านการสร้างภาพจำว่า “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” เป็นสิ่งที่อยู่สูงเหนือกว่าคนทั่วไป รวมไปถึงตัวพระสงฆ์ก็ถูกมองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยเช่นกัน ซึ่งในโครงการวิจัยพุทธศาสน์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำรวจแล้วพบว่าคนไทยไม่เพียงมองพระสงฆ์ในฐานะสาวกพระพุทธเจ้า แต่ยังมองว่าเป็นผู้มีความสำคัญในการชี้นำศีลธรรมความดี พัฒนาชุมชน รักษาวัฒนธรรม และสงเคราะห์ผู้คนยามยากอีกด้วย ฉะนั้นการจะวิพากษ์หรือตรวจสอบผู้ที่นุ่งขาวห่มผ้าเหลืองจึงเป็นเรื่องที่ชาวพุทธบางส่วนหวาดกลัวว่าจะเป็นการสร้างบาปให้ตนเอง หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่ากลัว “นรกจะขึ้นหัว” ก็ว่าได้

เมื่อสังคมแปะป้ายมองว่าพระสงฆ์คือตัวแทนความดีมีศีลธรรม ก็ตรงกับแนวคิดของ Edward Lee Thorndike นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน กับทฤษฎี Halo Effect กระบวนการคิดเชิงเทิดทูน เป็นความคิดลำเอียงเชิงอคติด้วยการนำเอารูปลักษณ์ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา สถานะ หรือของสิ่งหนึ่งมาบดบังคุณสมบัติหรือข้อเท็จจริงที่เหลือ เหลือไว้เพียงแต่ “ข้อดี” ที่อยากจะมอง เช่นเดียวกับการที่คนบางกลุ่มเลือกเชื่อว่าบุคคลที่บวชสวมผ้าเหลือง หรือผ้าขาวต้องเป็นคนดีจิตใจบริสุทธิ์อย่างแน่นอน

แล้วหากถลำลึกลงไปอีกจะนำไปสู่ แนวคิด Belief Perseverance คือการเกิดความเชื่อศรัทธาในตัวบุคคลหรือบางอย่างผนึกแน่นอยู่ในหัว แม้จะมีหลักฐานแสดงความผิดต่อหน้า แต่ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงมุมมองที่บูชาสิ่งนั้นไปแล้ว ซึ่งผู้นำเผด็จการเองก็มักนิยมในการปลูกระดมแนวคิดแบบนี้ให้ประชาชนเคารพเทิดทูนโดยไม่ตั้งคำถาม ฉะนั้นจากแนวคิดอคติลำเอียงและความกลัวผิดบาป จึงอธิบายได้ว่าทำไมเมื่อมีดราม่าในวงการสงฆ์เราจึงพบเห็นสาวกที่ยังศรัทธาพร้อมที่จะช่วยเหลือ ปกปิด หรือเห็นดีเห็นงามด้วยแม้เรื่องนั้นจะเข้าข่ายฉ้อโกงหรือผิดกฎหมายมาตราอื่นๆ ร่วมด้วยก็ตาม

จากปัญหาที่ได้เล่ามาจะพบได้ว่าการกระทำของสาวกเหล่านี้ แม้อาจจะทำไปด้วยจิตศรัทธาด้วยความเข้าใจผิดว่ากำลังทำหน้าที่ของพุทธศาสนิกชน แต่ก็กลายเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการทุจริตในวงการสงฆ์ขึ้น (และยังรวมถึงผิดกฎหมายด้วย) เพื่อเป็นการป้องกันพุทธศาสนิกชนควรตระหนักระลึกถึงคำสอนจากพระพุทธเจ้าให้ดี โดยผู้เขียนได้ขอหยิบคำสอนที่เกี่ยวข้องบางส่วนมาดังนี้

“ธรรมและวินัยอันใด เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา”

(พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค)

จากประโยคที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวแปลความได้อย่างชัดเจนว่าสำหรับศาสนาพุทธแล้ว ไม่เคยได้สอนให้นับถือบูชาใน “ตัวบุคคล” อย่างเด็ดขาด แม้จะเป็นพระพุทธเจ้าเองก็ตาม แต่ควรยึดถือคำสอนระลึกเอาธรรมะเป็นหลัก และยังรวมไปถึงการวิพากษ์วิจารณ์ตามในพุทธศาสนสุภาษิต

นิธีนํว ปวตฺตารํ ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ

นิคฺคยฺหวาที เมธาวี ตาทิสํ ปญฺฑิตํ ภเช

ตาทิสํ ภชมานสฺส เสยฺโย โหติ น ปาปิโย ฯ

ผู้ฉลาด ควรเห็นว่า ผู้ที่ชี้โทษตักเตือน ในเมื่อเห็นความผิด,

กล่าวปรามให้เว้นความชั่ว, เป็นผู้มีปัญญาดี,นั้นเป็นเสมือน

ผู้บอกขุมทรัพย์ให้ และควรคบบัณฑิตเช่นนั้น

เพราะเมื่อคบอยู่มีแต่ทางดี ไม่มีทางเสียเลย

ในพุทธศาสนสุภาษิตเองพระพุทธเจ้ายังเปรียบผู้ตักเตือนเมื่อเห็นความผิดเป็นดั่งผู้บอกขุมทรัพย์ นั่นรวมไปถึงการตักเตือนพระภิกษุด้วยเช่นกัน ฉะนั้นการว่ากล่าวตักเตือนพระภิกษุที่ทำผิด จึงไม่ใช่เรื่องผิดบาปอย่างที่เราโดนฝังหัวกันมานาน

เรื่องสุดท้ายที่จะพูดถึงคือเรื่องมุมมองความเชื่อว่าผู้สวมจีวรหรือห่มขาวต้องเป็นคนดีเสมอ ทุกคนต้องอย่าลืมว่าแม้แต่ในพุทธกาลเองยังมี “พระเทวทัต” ผู้ตามจองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้าเรื่อยมา เขาได้กระทำความผิดมากมายทั้ง พูดยุแหย่พระสงฆ์ให้แตกคอ, ยุแยงให้ลูกชายก่อกบฏสังหารบิดา และ พยายามปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า ความผิดบาปเหล่านี้พระเทวทัตได้ก่อขึ้นในขณะที่มีสถานะออกบวชอยู่ และสุดท้ายตามในเรื่องพระเทวทัตก็ถูกธรณีสูบทั้งที่ยังห่มจีวรเสียด้วยซ้ำ สิ่งนี้แสดงให้เห็นชัดว่าแค่เพียงการออกบวชมาอยู่ใต้ร่มศาสนา ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะเป็นคนดีถูกต้องเสมอไป ซึ่งควรเป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนที่ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ตรวจสอบป้องกันไม่ให้ “มารในคราบผ้าเหลือง” ได้เข้ามากัดกินทำลายศาสนา หากเอาแต่ปล่อยเฉยหลับตากราบไหว้กัน ต่อไปนี้เราคงจะได้เห็นข่าวการทุจริตของพระสงฆ์บั่นทอนความศรัทธาของคนทั่วไปอยู่ตลอดแม้จะเป็นอนาคตข้างหน้าก็ตาม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:49 น. คนร้ายบุกยิง ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษดับ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ก่อนชิงปืนพกประจำกายหลบหนี
20:37 น. ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศผลการออกเสียงประชามติ อย่างเป็นทางการ
20:18 น. สถานทูตไทย กรุงเตหะราน แจ้งอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน ไปตุรกี เริ่มเดินทาง 7 และ 10 มี.ค.
20:06 น. ในหลวง พระราชินี โปรดเกล้าฯ ให้อัยการสูงสุดนำอัยการประจำกอง เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ
19:44 น. พิพัฒน์ ย้ำ ไทยมีน้ำมันสำรอง 90 วัน วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
ติ๊ก กัญญารัตน์ เปิดตัวคนพิเศษ ฉลองครบรอบ 25 ปี อ่านแคปชั่นแล้วใจละลาย
แฟนคลับช็อก รายการดังประกาศยุติออกอากาศฟ้าผ่า
ปิดตำนานไผทอุดมศึกษา! แก้วตา ขอโทษ ไม่สามารถรักษาโรงเรียนไว้ได้
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ประจำวันที่ 1-7 มีนาคม พ.ศ. 2569
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 5 มีนาคม 2569
ดารา กับ ศัลยกรรมตกแต่ง
เมื่อสงครามใกล้เข้ามา ทำไมน้ำมัน และทองคำพุ่ง แต่หุ้น–คริปโตกลับร่วง?
‘โลกป่วน’ปิด‘ช่องแคบฮอร์มุซ’
ต้านโกงให้ได้จริง ต้องเปลี่ยนระบบ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คนร้ายบุกยิง ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษดับ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ก่อนชิงปืนพกประจำกายหลบหนี

ในหลวง พระราชินี โปรดเกล้าฯ ให้อัยการสูงสุดนำอัยการประจำกอง เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ

พิพัฒน์ ย้ำ ไทยมีน้ำมันสำรอง 90 วัน วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก

​อพิโถ! บิลลี่ โอแกน ฟาดกูรูวิเคราะห์ปมสงคราม ชีวิตจริงรบแค่ยุง-หมาที่บ้าน

เปิดม่าน 7 เรื่องราวอิหร่านที่หลายคนไม่รู้ เสน่ห์เปอร์เซียใต้เงาความขัดแย้ง

อิหร่าน ประกาศชัย อ้างคุม ช่องแคบฮอร์มุซ อย่างสมบูรณ์ เตือนเรือทุกลำคือเป้าหมายขีปนาวุธ

  • Breaking News
  • คนร้ายบุกยิง ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษดับ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ก่อนชิงปืนพกประจำกายหลบหนี คนร้ายบุกยิง ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษดับ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ก่อนชิงปืนพกประจำกายหลบหนี
  • ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศผลการออกเสียงประชามติ อย่างเป็นทางการ ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศผลการออกเสียงประชามติ อย่างเป็นทางการ
  • สถานทูตไทย กรุงเตหะราน แจ้งอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน ไปตุรกี เริ่มเดินทาง 7 และ 10 มี.ค. สถานทูตไทย กรุงเตหะราน แจ้งอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน ไปตุรกี เริ่มเดินทาง 7 และ 10 มี.ค.
  • ในหลวง พระราชินี โปรดเกล้าฯ ให้อัยการสูงสุดนำอัยการประจำกอง เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ในหลวง พระราชินี โปรดเกล้าฯ ให้อัยการสูงสุดนำอัยการประจำกอง เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ
  • พิพัฒน์ ย้ำ ไทยมีน้ำมันสำรอง 90 วัน วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก พิพัฒน์ ย้ำ ไทยมีน้ำมันสำรอง 90 วัน วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อความผิดถูกปกปิดด้วยผ้าเหลือง

เมื่อความผิดถูกปกปิดด้วยผ้าเหลือง

24 พ.ค. 2566

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved