วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / กฎ กติกา ธุรกิจ
กฎ กติกา ธุรกิจ

กฎ กติกา ธุรกิจ

รุจิระ บุนนาค
วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 02.00 น.
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของคนไทยหรือคนต่างด้าว

ดูทั้งหมด

  •  

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย มี 2 ระบบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ

สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งมีมาแต่เดิมและใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน ส่วนสส. แบบบัญชีรายชื่อ เริ่มมีครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และถือเป็นเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นในวงการเมืองไทย


สส. แบบบัญชีรายชื่อ เป็นการเลือกสส. ที่ประชาชนเลือกพรรคการเมือง แล้วนำคะแนนที่ได้รับเลือกจากทั้งประเทศ นำมาคำนวณเป็นสัดส่วนว่า แต่ละพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกจะมีจำนวน สส. ตามบัญชีรายชื่อที่เสนอได้สส. พรรคการเมืองละกี่คน และหากสส.แบบบัญชีรายชื่อคนใดลาออกจากการเป็น สส. ไม่จำเป็นต้องเลือกตั้งใหม่ เพราะผู้ที่มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไป จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งสส.บัญชีรายชื่อแทน

แนวความคิดการให้มี สส. แบบบัญชีรายชื่อ ประเทศไทยรับแนวความคิดมาจากประเทศเยอรมนี ที่มีแนวความคิดว่า คนมีความรู้ความสามารถ หรือนักวิชาการที่เหมาะจะเข้ามาทำงานในสภาผู้แทนราษฎร อาจไม่เก่งในเรื่องการหาเสียง การเข้าหาและการรับปากประชาชน เหมือนนักการเมืองอาชีพ จึงให้มีสส. แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนนักการเมืองอาชีพจะได้ไปหาเสียงและลงรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

แต่เมื่อประเทศไทยรับแนวความคิดในเรื่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อกลับกลายเป็นว่า ผู้ที่มีรายชื่อเป็น สส. ประเภทนี้ เป็นสส.อาวุโสที่พรรคไม่ต้องการให้เหนื่อยกับการหาเสียงเลือกตั้ง และผู้มีอุปการคุณต่อพรรค ด้วยการบริจาคเงินให้พรรคเป็นจำนวนที่สูง จะอยู่ในลำดับบัญชีรายชื่อต้นๆ ซึ่งจะมีโอกาสมากที่จะได้รับเลือกเป็นสส.แบบบัญชีรายชื่อ

สภาพและสถานะของสภาผู้แทนราษฎรไทยในขณะนี้ มีสภาพไม่ต่างกับคนง่อยเปลี้ยเสียขา ไม่สามารถประชุมลงมติในเรื่องที่สำคัญได้
เพราะมีสส.เข้าร่วมประชุมน้อยเกินไปจนไม่ครบองค์ประชุม เพราะส่วนหนึ่งลาออกไปเพื่อเข้าสมัครพรรคการเมืองใหม่ที่เห็นว่ามีโอกาสมากกว่า และส่วนหนึ่งเป็นเพราะเล่นเกมการเมือง

ในสถานการณ์เช่นนี้ หากเกิดขึ้นกับประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ สมควรที่จะยุบสภาและเลือกตั้งใหญ่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ประเทศไทยไม่ทำ อาจเป็นเพราะพรรคการเมืองใหญ่บางพรรค ที่มีบารมีสูงยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากยังไม่สามารถจัดตั้งสาขาพรรคในทุกจังหวัดที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ทันตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

แม้จะยังไม่ยุบสภาแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เริ่มเตรียมการเลือกตั้งใหญ่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

กกต.ได้กำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 400 คน แต่ละเขตเลือกตั้งจะมีสส. 1 คน

กกต.ยึดถือจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรไทย วันที่ 31 ธันวาคม 2565 จากฐานข้อมูลของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อเป็นฐานในการคำนวณจำนวน สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ข้อมูลดังกล่าวทั่วประเทศมีจำนวนราษฎรเป็นคนสัญชาติไทย 65,106,481 คน และจำนวนราษฎรที่ไม่ได้สัญชาติไทย 983,994 คน (ไม่มีเลขประชาชน 13 หลักแบบคนไทย แต่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน) รวมเป็นจำนวนราษฎร ทั่วประเทศ 66,090,475 คน

กกต.นำจำนวนราษฎรทั่วประเทศ 66,090,475 คน หารด้วยจำนวน สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คน และถือว่า สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 คน เป็นตัวแทนของราษฎรจำนวน 165,226 คน โดยเป็นประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566

ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งฉบับนี้ ได้สร้างความมึนงง และหาวเรอ ให้แก่บุคคลทั่วไปพอสมควร เพราะเป็นการยอมรับจำนวนราษฎรที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งเนื่องจากเป็นคนต่างด้าวเข้าไปด้วย

กกต. ยึดถือคำว่าราษฎรตามข้อมูลของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยเถรตรงเกินไป แบบศรีธนญชัย เพราะเจตนารมณ์ของข้อมูลนั้น มุ่งจะหาข้อมูลว่ามีคนอยู่ในระบบ ทะเบียนบ้านเป็นจำนวนเท่าใด

เมื่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานทะเบียนราษฎร แม้จะมีคำว่าราษฎรแต่คำเดียวกันนี้ ในกฎหมายนี้ ย่อมต้องคำนึงถึงจำนวนราษฎรที่มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นสำคัญ (โดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนราษฎรที่เป็นคนต่างด้าวและไม่มีสิทธิเลือกตั้ง) จึงจะถือว่าเป็นการตีความกฎหมายที่สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ตีความเถรตรงแบบศรีธนญชัย

หากยึดถือตามการตีความ กฎหมายของ กกต. จะก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยเฉพาะในเขตที่มีราษฎรมีสิทธิเลือกตั้งอยู่เต็มพื้นที่ ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องออกแรงหาเสียงมาก

ในทางตรงกันข้าม ในเขตที่มีราษฎรที่คนต่างด้าวแต่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรอยู่กันเป็นจำนวนมาก ผู้สมัครรับเลือกตั้งอาจไม่ต้องออกแรงมาก เพราะผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งจริงๆ มีอยู่จำนวนน้อยเมื่อเทียบกับเขตเลือกตั้ง

ประเด็นเรื่องการย้อนแย้งในการตีความเกี่ยวกับราษฎรผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง อาจารย์วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้รอบรู้ในเรื่องกฎหมายได้ท้วงติงและแนะนำให้ กกต. ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อให้เกิดความชัดเจน

แต่กกต. มีความเห็นว่า เป็นอำนาจของกกต. ที่จะวินิจฉัยได้เองไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

ท่ามกลาง ความเป็นห่วงและกังวลใจของบรรดานักวิชาการว่า หาก กกต.ตัดสินใจและวินิจฉัยผิดพลาด อาจจะต้องจัดการเลือกตั้งใหญ่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ใหม่อีกครั้งและที่สำคัญคือ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดสำหรับการเลือกตั้งใหม่

แม้ กกต. อาจอ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นและต้องเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ทางรัฐต้องรับผิดชอบ

แต่ในทางความเป็นจริง ตามพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ. 2539 แม้รัฐจะรับผิดชอบต่อค่าเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือทุจริต เจ้าหน้าที่รัฐต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว เมื่อเทียบกับกรณีนี้ หากผิดพลาดขึ้นมา เมื่อมีผู้แสดงความคิดเห็นทักท้วงแล้ว กกต.ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวเพราะถือว่าประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงซึ่งในทางความเป็นจริงคงไม่มีปัญญาและความสามารถที่จะรับผิดเป็นการส่วนตัวสำหรับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งทั่วประเทศได้

ในที่สุดกกต.ได้มีมติในวินาทีสุดท้าย ที่จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตีความตามคำแนะนำของอาจารย์ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

งานนี้ต้องถือว่า กกต. มาช้า ยังดีกว่าไม่มา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
15:15 น. หนาวอีกระลอก! กรมอุตุฯ ชี้ ทั่วไทย รับอากาศหนาว วันที่ 21-25 ม.ค.นี้ อุณหภูมิลดลงอีก 2-4 องศาฯ
15:15 น. 'จิมมี่'สุดภูมิใจ!คว้าปริญญาโท CICM
15:10 น. อ่านแล้วสะดุ้ง! แน็ก ชาลี โพสต์เดือดหลังฟ้องพี่สาว 4 คน คดีหมิ่นประมาท
15:06 น. หวาดระแวง‘แก๊งคอลฯ’ คนกรุง 40.1% ไม่กล้ารับสาย‘เบอร์แปลก’
14:56 น. รับ3ล้านกลับบ้าน!‘ไหม’จอดป้ายหวดออสฯโอเพ่น
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 17-23 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 16-22 ม.ค.69
ครั้งแรกในรอบ9ปี ทะเลสาบบาลาตอน กลายเป็นน้ำแข็ง ปชช.เริ่มแสดงความกังวล
ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569
ดูทั้งหมด
อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
‘เท้ง เด็กทอน’ว่าที่‘นายกฯว่าว’
ตื่นตาตื่นใจพร้อมเดินก้าวต่อไปข้างหน้า ปีใหม่ ๒๕๖๙ ด้วยสติปัญญาความจริง 3
ขว้างงูไม่พ้นคอ
ปรากฏการณ์ศุภจี
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อ่านแล้วสะดุ้ง! แน็ก ชาลี โพสต์เดือดหลังฟ้องพี่สาว 4 คน คดีหมิ่นประมาท

หนาวอีกระลอก! กรมอุตุฯ ชี้ ทั่วไทย รับอากาศหนาว วันที่ 21-25 ม.ค.นี้ อุณหภูมิลดลงอีก 2-4 องศาฯ

รับ3ล้านกลับบ้าน!‘ไหม’จอดป้ายหวดออสฯโอเพ่น

สิ้นฤทธิ์โจรทำไฟมืด รวบผัวเมียตระเวนลักสายไฟ ทำชาวบ้านเดือดร้อนนานนับเดือน

'ณัฐวุฒิ'ล้างหัว'ชาวสุพรรณฯ'บอกไม่ต้องห่วงท็อป ทั้ง'หนู-เน'ดูแลอยู่แล้ว ลั่นถึงเวลาประกาศอิสรภาพ

ฮือฮาทั้งวงการ RINOA แรปเปอร์สาวคัพ G ทิ้งไมค์เดบิวต์หนังผู้ใหญ่ (ชมคลิป)

  • Breaking News
  • หนาวอีกระลอก!  กรมอุตุฯ ชี้ ทั่วไทย รับอากาศหนาว วันที่ 21-25 ม.ค.นี้ อุณหภูมิลดลงอีก 2-4 องศาฯ หนาวอีกระลอก! กรมอุตุฯ ชี้ ทั่วไทย รับอากาศหนาว วันที่ 21-25 ม.ค.นี้ อุณหภูมิลดลงอีก 2-4 องศาฯ
  • \'จิมมี่\'สุดภูมิใจ!คว้าปริญญาโท CICM 'จิมมี่'สุดภูมิใจ!คว้าปริญญาโท CICM
  • อ่านแล้วสะดุ้ง! แน็ก ชาลี โพสต์เดือดหลังฟ้องพี่สาว 4 คน คดีหมิ่นประมาท อ่านแล้วสะดุ้ง! แน็ก ชาลี โพสต์เดือดหลังฟ้องพี่สาว 4 คน คดีหมิ่นประมาท
  • หวาดระแวง‘แก๊งคอลฯ’ คนกรุง 40.1% ไม่กล้ารับสาย‘เบอร์แปลก’ หวาดระแวง‘แก๊งคอลฯ’ คนกรุง 40.1% ไม่กล้ารับสาย‘เบอร์แปลก’
  • รับ3ล้านกลับบ้าน!‘ไหม’จอดป้ายหวดออสฯโอเพ่น รับ3ล้านกลับบ้าน!‘ไหม’จอดป้ายหวดออสฯโอเพ่น
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งแบบไทย สส. เขต และ บัญชีรายชื่อ ใช่หรือ ?

เลือกตั้งแบบไทย สส. เขต และ บัญชีรายชื่อ ใช่หรือ ?

16 ม.ค. 2569

ฟ้องคดีอาญา ยึดโยงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา คดีการเมือง?

ฟ้องคดีอาญา ยึดโยงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา คดีการเมือง?

9 ม.ค. 2569

ชำระเบี้ยประกัน ไม่ให้ถูกโกง

ชำระเบี้ยประกัน ไม่ให้ถูกโกง

26 ธ.ค. 2568

ข้อตกลงสร้างสันติภาพ ไทย-กัมพูชา

ข้อตกลงสร้างสันติภาพ ไทย-กัมพูชา

19 ธ.ค. 2568

ก.ม.แรงงานใหม่ คุ้มครองการคลอดบุตร

ก.ม.แรงงานใหม่ คุ้มครองการคลอดบุตร

12 ธ.ค. 2568

ชวนลงทุน หลอกลวง...ฉ้อโกง?

ชวนลงทุน หลอกลวง...ฉ้อโกง?

5 ธ.ค. 2568

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หนามยอกอก

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หนามยอกอก

28 พ.ย. 2568

ก.ม.อากาศสะอาด กับปัญหาเศรษฐกิจ

ก.ม.อากาศสะอาด กับปัญหาเศรษฐกิจ

21 พ.ย. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved