วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
.jpg)
** ธุรกิจประกันชีวิต...ถือว่าเป็นธุรกิจใหญ่ของประเทศ...เม็ดเงินลงทุนของบริษัทประกันชีวิต ณ ขณะนี้สูงถึง 4.6 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 1 ใน 4 ของขนาดจีดีพีไทยที่มีขนาด 19 ล้านล้านบาท)...เชื่อว่ารัฐบาลเองอยากให้เม็ดเงินก้อนนี้มีบทบาทในการกระตุ้นการลงทุนในประเทศให้มากขึ้น...ยิ่งการที่ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง...ที่ประกาศว่าปีนี้จะเป็นการแห่งการลงทุน...คงจ้องเม็ดเงินก้อนนี้ตาเป็นมัน...และในฐานะที่กำกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)...ซึ่งกำกับธุรกิจประกันชีวิตอยู่แล้ว...ก็เป็นไปได้อาจจะใช้กลไกลนี้มาเปิดช่องเพิ่มความสะดวกในการลงทุนของธุรกิจประกันชีวิตให้มากขึ้นกว่านี้...!! และตอนนี้ คปภ.เองก็ปรับลดความเสี่ยง (Risk Charge) ลงจาก 25% เหลือ 18% …ด้วยความหวังว่าจะมีเม็ดเงินจากธุรกิจประกันไหลเข้าตลาดทุนไทยเพิ่มขึ้นสัก 2 แสนล้านบาท...!! ณ เวลานี้จริงๆแล้ว ธุรกิจประกันชีวิตลงทุนในตลาดหุ้น(Stocks) ทั้งไทยและต่างประเทศอยู่แล้วถึง 8% ของพอร์ต (ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นหุ้นต่างประเทศ)...แม้ว่า คปภ. จะลด Risk Charge คำถามสำคัญคือ...ตลาดหุ้นไทยมีอะไรที่น่าสนใจกว่าที่เป็นอยู่หรือเปล่า...ธุรกิจประกันชีวิตลงทุนในหุ้นไทยเฉพาะหุ้นที่มีพื้นฐานธุรกิจแข้งแกร่งมีการจ่ายเงินปันผลที่ดีต่อเนื่อง...พวกเขาไม่ได้ลงทุนในหุ้นเพื่อหวังกำไรจากการทำราคา...แล้วในตลาดหุ้นไทยมีหุ้นสักกี่ตัวที่เข้าข่ายที่บริษัทประกันจะลงทุนได้...อันนี้สำคัญกว่าการลด Risk Charge ...** ปี 2568 ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยรับรวมอยู่ 6.7 แสนล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 3.45%...ในขณะที่ปี 2569 คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย...ประมาณการว่าจะเติบโตได้ในระดับ 2.5-3.5%...หลายคนก็เลยสงสัยว่าทำไมดูเหมือนตัวเลขมันไม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน...คุณนุสรา เธอบอกอย่างนี้ครับว่า...อัตราการเติบโตของธุรกิจมันก็จะล้อไปกับภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศนั่นแหล่ะ...และในมุมมองของเธอมองว่าเศรษฐกิจไทยจะเจอกับปัจจัยลบมากมายทั้งจากเรื่องสงครามการค้า...ความผันผวนในการเงินตลาดทุน...ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์...และยังมีจากปัจจัยภายในประเทศ...เช่นภาวะหนี้ครัวเรือนสูง...ประชาชนมีรายได้ลดลง...ปัจจัยเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยตัดสินใจซื้อประกันน้อยลง...และในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง ( Dovish Tilt)...ก็กระทบต่อรายได้จากการลงทุนของธุรกิจประกันชีวิต...TFRS 17 (ที่บังคับใช้ 1 ม.ค.2568)...บริษัทประกันชีวิตก็ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ลำบากมากขึ้น...ไหนจะต้องเจอกับความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดที่เคยเกิดมาแล้ว อย่างโควิด-19...ภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น...ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ฯลฯ...ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรใหม่มาอีกหรือเปล่า...!! ทั้งหลายทั้งปวงนี้จึงทำให้เธอไม่กล้าจะคิดแบบ “โลกสวย”...การคาดการณ์อัตราการเติบโตของปีนี้ก็จึงเป็นดั่งที่เห็น...**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์**

อภิสิทธิ์นำทัพ ปชป. ถอดรหัสเลือกตั้ง69 เติมไฟผู้สมัครภาคกลาง เมฆินทร์ย้ำ แพ้ไม่ใช่การจบภารกิจ
ทัพเรือภาคที่ 1 สกัดจับเรือประมงสัญชาติกัมพูชา ลักลอบนำอาหารทะเลส่งต่อให้เรือประมงไทย
โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร-เรียกคืนเครื่องราชฯ 15 ราย ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ธ.ก.ส. ยันชัด สมาคมฌาปนกิจฯ ยังแกร่ง ไม่มีการยุติการดำเนินงานตามข่าวลือ
โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ พันตรีหญิง เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี