วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา มีสถิติผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเฉลี่ยทั่วประเทศประมาณ 65.07% ต่ำกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่เฉลี่ยทั่วประเทศ 75% ลดลงไปเกือบ 10%
ใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศสูงถึง 7,824,040,100 บาท ประชาชนทั่วประเทศต่างตั้งความหวังไว้ว่า รัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง จะลงมือปฏิบัติตามนโยบาย แก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม มิใช่เป็นเพียงนโยบายหาเสียงเลื่อนลอย
การดำเนินการจัดการเลือกตั้งของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ถูก วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ทั้งบัตรเลือกตั้งสส. แบบเขต และบัตรเลือกตั้งสส. แบบบัญชีรายชื่อ ในประเด็นที่ถกเถียงกันว่า เมื่อผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งกาบัตรเลือกตั้งแล้ว จะเป็นความลับหรือไม่? และบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ชนิดนี้ ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีผลทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและต้องเลือกตั้งใหม่หรือไม่?
ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ว่า บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีบาร์โค้ดพิมพ์อยู่บนบัตรสีชมพู และบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต มีคิวอาร์โค้ดพิมพ์อยู่บน บัตรสีเขียว ซึ่งรหัสที่ปรากฏอยู่บนบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด จะมีความแตกต่างกันโดยไม่ซ้ำกันบนบัตรเลือกตั้งแต่ละใบซึ่งพิมพ์ ขึ้นมาสำหรับใช้ บัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ชนิด ชนิดละ 59 ล้านใบรวมทั้งสิ้นเป็น 118 ล้านใบ
จึงแสดงว่า บัตรเลือกตั้งที่พิมพ์ขึ้นมาทั้ง 118 ล้านใบ แต่ละใบจะมีอัตลักษณ์ หรือพิสูจน์ลักษณะเฉพาะของแต่ละใบได้ โดยไม่ซ้ำกัน
เมื่อมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จะต้องเซ็นชื่อรับบัตรที่ต้นขั้วใบแต่ละใบ ซึ่งหากมีการตรวจสอบย้อน โดยนำเอกสารมาเชื่อมโยงกัน จะสามารถสืบค้นได้ว่า บัตรเลือกตั้งแต่ละใบ ใครเป็นผู้กาและกาออกเสียงลงคะแนน เลือกใคร อย่างไร ซึ่งถือได้ว่า หากมีการสืบค้นเชื่อมโยงเอกสาร การกาบัตรเลือกตั้งเพื่อออกเสียงลงคะแนน ไม่เป็นความลับ
ทั้งที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2560 มาตรา 85 กำหนดให้ต้องรักษาความลับของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2561 มาตรา 96 และมาตรา 164 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ห้ามทำเครื่องหมายใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกกต. ให้ความเห็นโดยสรุป ว่า ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้ง แยกเก็บไว้คนละที่เป็นอย่างดีเป็นความลับ เป็นการยากมาก หรือเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้ใดเข้ามาตรวจสอบสืบค้นข้อมูล
เมื่อย้อนไปพิจารณาถึง การประมูลเพื่อจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งของ กกต. ใน TOR หรือ Term of Reference ซึ่งมีชื่อเป็นทางการว่า ขอบเขตของงานที่ประมูล ไม่ได้กำหนดไว้ว่า บัตรเลือกตั้งจะต้องมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด แต่กำหนดไว้เพียงว่า จะต้องมีข้อมูลหรือรหัส เพื่อตรวจสอบกรณีมีเหตุทุจริต
ดังนั้น บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด จึงเป็นสิ่งที่งอกเพิ่มขึ้นในบัตรเลือกตั้ง แต่คณะกรรมการ กกต. มีมติรับรอง ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง ดังกล่าวได้
กรณีนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นว่า บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แม้ขณะที่ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนกาบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง จะไม่มีใครทราบว่า ใครกาให้ใคร แต่หากสแกนย้อนหลังก็จะทราบได้
ความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดน่าจะแสดงให้เห็นได้ว่า กกต. หลงประเด็นในข้อกฎหมาย และหากมีการฟ้องคดีหรือดำเนินคดี อัยการซึ่งเป็นทนายของแผ่นดิน จะต้องเป็นทนายเพื่อว่าความให้ กกต.
ดังนั้น เมื่ออัยการมีความเห็นเช่นนี้แล้ว มีข้อน่าสงสัยว่า กกต. จะเหลือใครว่าความสู้คดีให้ หรืออาจต้องใช้งบของ กกต. ว่าจ้างทนายว่าความให้ตนเองเป็นการกรณีพิเศษ
หากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อพ.ศ. 2547 มีกรณีที่ กกต. จัดหน่วยเลือกตั้ง โดยให้ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งหันหลังให้ประตู เป็นเหตุให้คนที่ยืนอยู่ตรงประตูอาจมองเห็นได้ว่า ผู้ที่ใช้สิทธิเลือกตั้งกาบัตรเลือกตั้งให้ใคร
เหตุการณ์ครั้งนั้นได้ถูกดำเนินคดีทั้งศาลปกครองกลาง และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้วินิจฉัยโดยมีคำพิพากษาไปในทางเดียวกันว่า ขัดต่อกฎหมาย ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ทั้งที่ไม่มีเหตุที่แสดงให้เห็นว่า มีผู้เห็นชัดเจนว่า ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งในครั้งนั้นกาบัตรเลือกตั้งให้แก่ใครอย่างไร
สำหรับการเลือกตั้งล่าสุดในปีพ.ศ. 2569 นี้ขณะนี้ได้มีผู้จองกฐินล่วงหน้า เพื่อดำเนินคดีกับ กกต. ที่ศาลปกครองกลาง และศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เพียงแต่รอระยะเวลาตามกฎหมายที่เหมาะสม
กกต. จะเผชิญหน้ากับปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหากต้องจัดเลือกตั้งใหม่อีกครั้งหนึ่ง
เอวัง…ด้วยประการละฉะนี้!
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag

อินฟลูฯสาวเดือด บ้านโดนงัด ซัดตำรวจขอค่าเติมน้ำมัน 1,000 ถึงจะไปดูที่เกิดเหตุให้
ชัยชนะ ชง 3 แนวทางให้รัฐบาล แก้ปัญหามันพุ่ง ขอเลิกอ้างสถานการณ์สงครามมากเกินไป
ช่อง3แจงแล้ว! ปมลิฟต์เวทีพลาด คิมเบอร์ลี่-เบลล่า เกือบเกิดอุบัติเหตุ
ภาพแรกมาแล้ว! NASA เผยภาพโลกเต็มใบจากภารกิจ อาร์เตมิส 2
วิกฤตพลังงาน! อินเดียซื้อน้ำมันจากอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี