วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569
** สังคมต้องช่วยกันจับตามองประเด็นที่...โรงงานผู้ผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ของบริษัท ซินเค่อ หยวน จำกัด ซึ่งเป็นของกลุ่มทุนชาวจีน ใน จ.ระยอง และถูกคำสั่งของกระทรวงอุตสาหกรรมให้ปิดโรงงานชั่วคราว ตั้งแต่ปลายปี 2567 หลังจาก กระทรวงอุตสาหกรรม ได้พบว่าการผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขาดมาตรฐานในการจัดการความปลอดภัยและการจัดการสิ่งแวดล้อม...และตลอดเวลาช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาใช้ความพายามอย่างมากที่จะกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง โดยใช้วิธีดำเนินการหลากหลายวิธี...และล่าสุดนี้พบว่าโรงงานผลิตเหล็กดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ทดลองผลิตแล้ว และในวันที่ 7 หรือ 8 เมษายนนี้ อุตสาหกรรมจังหวัดจะเข้าไปตรวจสอบโรงงาน หากว่าผ่านตามมาตรฐานก็จะไดรับอนุญาตให้กลับมาผลิตได้ตามปกติอีกครั้ง
เรื่องนี้มีการตั้งข้อสงสัยกันมาก เพราะอุตสาหกรรมจังหวัดระยองดำเนินการกันแบบเงียบ อาศัยช่วงที่โรงงานผลิตเหล็กดังกล่าวไม่เป็นข่าว และสังคมกำลังสนใจอยู่กับประเด็นที่สำคัญมากกว่า เช่นกรณีราคาน้ำมัน และการเตรียมความพร้อมของประชาชนและราชการในช่วงเทศกาลหยุดยาในวันสงกรานต์ และยังเป็นช่วงรอยต่อของเปลี่ยนผ่านอำนาจ คือ รมว.อุตสาหกรรมคนเก่าที่ไม่ได้เข้าบริหารงานในกระทรวงแล้ว และ รวม.อุตสาหกรรมคนใหม่ก็ยังไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ การดำเนินการของอุตสาหกรรมจังหวัด ระยอง ครั้งนี้ รัฐมนตรีทั้งเก่าและใหม่ก็อ้างได้ว่าไม่ทราบเรื่องไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ แต่ในทางกลับกันหากไม่มีอำนาจที่สูงกว่าส่งสัญญาณมา อุตสาหกรรมจัดหวัดจะกล้าดำเนินการเองได้อย่างไร
ทำไมสังคมไทยจึงต้องให้ความสำคัญกับการกลับเข้ามาดำเนินการของโรงงานผลิตเหล็กรายนี้...คำตอบคือ โรงงานดังกล่าวใช้กระบวนการหลอมด้วยเตา Induction Furnace (IF) ซึ่งข้อจำกัดของเตาหลอมประเภทนี้ คือ ไม่มีระบบออกซิเดชัน (Oxidation) และการสร้างสแลก (slag) สำหรับกำจัดหรือดูดซับสารมลทิน เช่น ฟอสฟอรัส กำมะถัน และสิ่งเจือปนที่มากับเศษเหล็ก เช่น โบรอน เป็นต้น ทำให้ควบคุมคุณสมบัติทางเคมีตลอดจนปริมาณของสารมลทินและสิ่งเจือปนได้ยาก...และนี่เป็นเหตุผลที่ กระทรวงอุตสาหกรรมตรวจพบเหล็กเส้นที่ผลิตจากโรงงานดังกล่าวจำนวนมากไม่ผ่านมาตรฐาน มอก.
และเมื่อปีที่ผ่านมาตัวแทนจา 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย จึงได้ยื่นหนังสือถึง รมว.อุตสาหกรรมในเวลานั้น (นายธนกร วังบุญคงชนะ) ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าหน่วยงานราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง...โดยมีใจคามสำคัญว่าหาก กระทรวงอุตสาหกรรมจะอนุญาตให้โรงงานดังกล่าวกลับมาเปิดการผลิตอีก ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ มอก. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตอย่างเคร่งครัดครบถ้วน โดยเฉพาะข้อกำหนดด้าน วัสดุ การทำ และส่วนประกอบทางเคมี ที่กำหนดใน มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 ข้อ 5.2 - 5.5 โดยเฉพาะข้อ 5.2 โดยมีรายละเอียดดังนี้ ข้อ 5.2 การทำเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ใช้ทำเหล็กข้ออ้อย ต้องมีขั้นตอนกรรมวิธีการทำและการควบคุมเป็นส่วนประกอบหนึ่ง นั้น ข้อที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งคือ หัวข้อ (3) ที่ได้กำหนดว่า: “มีกระบวนการทำน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์ (refining process) อย่างเหมาะสม เช่น มีเตาปรุง (ladle furnace) หรือการลดฟอสฟอรัส และการลดกำมะถันรวมทั้งปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมี ขจัดสารฝังใน (inclusion) ได้อย่างเหมาะสม”
ทั้งนี้ ข้อกำหนดดังกล่าว ที่ใช้คำว่า “เช่น มีเตาปรุง (ladle furnace) นั้น” มีเหตุผลทางวิชาการเพื่อให้สามารถกำจัดสิ่งเจือปน (inclusions) ที่กระบวนการ IF ไม่สามารถกำจัดออกได้ ซึ่งเป็นเทคนิคขั้นพื้นฐาน หรือขั้นต่ำที่จะต้องมีและยังมีเทคนิคอื่น ๆ ที่เทียบเท่าหรือดีกว่าการใช้เตาปรุง เช่น กระบวนการ VOD (Vacuum Oxygen Degasser) ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้งานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตและสาธารณชนว่า สินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่ผลิตได้มาตรฐาน เพื่อตรวจสอบยืนยันให้มีการปฏิบัติให้ครบถ้วนตามข้อกำหนดใน มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 ข้อ 5.2 - 5.5 ดังกล่าวข้างต้น ในเรื่องกระบวนการทำน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์ (refining process)
ใจความสำคัญของเรื่องนี้ นอกจากว่า โรงงานเหล็กดังกล่าว ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ มอก. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตอย่างเคร่งครัดครบถ้วน โดยเฉพาะข้อกำหนดด้าน วัสดุ การทำ และส่วนประกอบทางเคมี ที่กำหนดใน มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 ข้อ 5.2 - 5.5 โดยเฉพาะข้อ 5.2…แล้วหรือยังก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้มีการทดลองผลิต....คือการที่อุตสาหกรรม จังหวัดระยอง จะเข้าไปตรวจสอบโรงงานนั้น...เข้าเพียงลำพัง หรือมี หน่วยงานกลาง และ หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยว เช่นเรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย เรื่องของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ฯลฯ เข้าไปด้วยหรือไม่...และ อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ก็ต้องตอบกับสังคมให้ได้ว่า..หากจะ”ปล่อยผี”โรงงานเหล็กแห่งนี้ จะต้องผ่านเกณฑ์ ทั้ง 3 เรื่องสำคัญที่ว่าไปข้างต้นหรือไม่ หรือ แค่ผ่านเพียงมาตรฐานก็ได้...เพราะต้องไม่ลืมว่า..3 มาตรฐาน ที่โรงงานแห่งนี้บกพร่องคือต้นเหตุที่ทำให้โรงงานแห่งนี้ถูกสั่งหยุดกิจการ...
เอาล่ะ...แม้ว่าเรื่องนี้ คุณณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จะมอบอำนาจให้กับ อุตสาหกรรมจังหวัดไปแล้ว...แต่เคสนี้เป็นเคนใหญ่ และอุตสาหกรรมจังหวัด ก็ขึ้นตรงกับปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม...ยังไงปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมก็ต้องร่วมรับรู้และร่วมพิจารณา และ ไม่อาจที่จะไม่ร่วมรับผิดชอบได้...ส่วนคุณวราวุธ ศิลปะอาชา รมว.อุตสาหกรรม...แม่ไม่อาจต้องร่วมรับผิดชอบทางกฎหมาย...แต่ความผิดชอบต่อสังคมและความรับผิดชอบทางการเมือง...ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน....เพราะกรณีของโรงงานผลิตเหล็กรายนี้ได้ก่อความเสียหายต่อชีวิตของคนมาแล้ว....**
**กระบองเพชร**

นายกฯ ชี้สถาบันครอบครัว เป็นอัตลักษณ์ของชาติ แซวตัวเองปีนี้ 60 ปีเข้ากลุ่มสูงวัยแล้ว ขำๆอายุเป็นเพียงตัวเลข
‘โอปอล สุชาตา’ฟาดนิ่มๆปมดราม่าเขมรจี้ลบภาพชุดไทยโบราณในเพจ Miss World
'บาส-เฟม'เฉียบ! ประเดิมดุทุบอินโดฯชิงแชมป์เอเชีย
นักแสดงหนุ่ม'ริว วชิรวิชญ์'แสดงสปิริตลูกผู้ชายสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ รับใช้ชาติด้วยหัวใจ
ปรีวิว-ฟันธง!หงส์พิงฝาบุกรังแชมป์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี