วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569
** ทีมกลยุทธ์การลงทุนธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์นี้ว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดโลกกลับมาฟื้นตัวโดดเด่น นำโดยหุ้นกลุ่ม Semiconductor และชิปความจำ หลังบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้ง นักลงทุนมีความคาดหวังถึงการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่จะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รวมถึงท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เน้นการเจรจาเพื่อยุติความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ล่าสุด ออกมาดีกว่าคาด แต่เริ่มสะท้อนการชะลอตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขณะที่การเติบโตของค่าจ้างยังไม่เร่งตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั้งสหรัฐฯ และไทยปรับลดลง จากมุมมองที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจไม่จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงเป็นเวลานาน และมีโอกาสเริ่มปรับลดดอกเบี้ยได้อย่างเร็วในช่วงปลายปีนี้
Krungthai CIO มองว่า แม้ตลาดหุ้นหลายแห่งจะปรับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดใหม่ แต่ Valuation ยังไม่ตึงตัวเกินไป เมื่อเทียบกับแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน จึงแนะนำให้นักลงทุนบริหารพอร์ตผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ การลงทุนในพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ผ่านกองทุน KTWC เพื่อกระจายความเสี่ยง การทยอยสะสมหุ้นกลุ่มคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากเทรนด์ AI ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center พร้อมกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้พอร์ต
สำหรับมุมมองด้านการลงทุน Krungthai CIO ยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม Technology, Semiconductor และ Healthcare รวมถึงธีมพลังงานทางเลือก (Renewables/Grid) และยังให้น้ำหนักการลงทุนในญี่ปุ่นและจีน พร้อมแนะนำลงทุนใน REITs ไทย เพื่อรับโอกาสจากอัตราปันผลที่น่าสนใจ พร้อมถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่า เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงต้องติดตามความคืบหน้าการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินจาก Kevin Warsh ว่าที่ประธาน FED คนใหม่ช่วงปลายสัปดาห์ และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป
การที่ Krungthai CIO ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Technology AI นั้นสอดคล้องกับผลสำรวจของ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาการ์ทเนอร์...ที่ระบุว่า การ์ทเนอร์ ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงจำนวน 469 รายทั่วโลก ครอบคลุมช่วงเวลา 3 ไตรมาส จนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 โดยพบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ 54% ของซีอีโอระบุว่าการใช้ระบบอัตโนมัติของพวกเขายังจำกัดอยู่เพียงแค่ในงานบางประเภท และภายในสิ้นปี 2028 มีเพียง 13% เท่านั้นที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับเดิม โดย 32% จะนำเครื่องมือ AI ที่มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ได้เองมาใช้เพื่อช่วยตัดสินใจ ขณะที่ 27% บอกว่าองค์กรจะดำเนินงานได้โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาควบคุม ซึ่งถือเป็นสัญญาณการก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจอัตโนมัติอย่างเต็มตัว
และซีอีโอเริ่มตระหนักว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มระบบอัตโนมัติไปอีกชั้นหนึ่ง แต่มันคือตัวเร่งปฏิกิริยาในการสร้างองค์กรขึ้นมาใหม่ การจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจอัตโนมัตินี้ผู้บริหารต้องมีกรอบความคิดแบบ 'Capabilities‑First Mindset หรือเน้นขีดความสามารถเป็นสำคัญ' โดยให้ความสำคัญกับวิธีการทำงานและการส่งมอบคุณค่าในระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาระบบอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อยๆ
"เมื่อ AI Agent เข้ามาจัดการการจัดซื้อ กำหนดราคา และเจรจาต่อรองแบบอัตโนมัติ พวกมันจะกำจัดขั้นตอนส่วนเกินและความไร้ประสิทธิภาพที่เดิมทีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมต้นทุนส่วนนั้น สิ่งนี้บีบให้ผู้บริหารต้องคิดโมเดลกำไรเสียใหม่และเปลี่ยนไปใช้โมเดลรายได้แบบต่อเนื่อง (Recurring) หรือเน้นผลลัพธ์ (Outcome-based) เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียกำไร" นักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ กล่าว
** กระบองเพชร**

‘มท.2’ เล็งนัด ’รมว.พลังงาน’ หาทางออก ปมค่าไฟสาธารณะ ออกจากบิล ประชาชน
จีนช็อก เครื่องบินเล็กพุ่งชนตึกสูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง เสียงดังสนั่นสะเทือน 108 ชั้น
ภรรยา ติ๊ก ชิโร่ วอนขอความเห็นใจ หลังโดนเรียกค่าเสียหาย 18 ล้าน ลั่นขอโอกาสให้ได้หายใจบ้าง
จูรี วอนพี่น้องชาวใต้ในกรุงเทพฯ รวมพลังกาเบอร์ 5 เลือก อนุชา เป็นผู้ว่าฯ กทม.
กทม.เป็นมากกว่านี้ได้! อภิสิทธิ์ ย้ำคนกรุง ให้เลือก อนุชา-ส.ก.ปชป. เพื่อรื้อโกง กทม.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี