วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
** ทีมกลยุทธ์การลงทุนธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์นี้ว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดโลกกลับมาฟื้นตัวโดดเด่น นำโดยหุ้นกลุ่ม Semiconductor และชิปความจำ หลังบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้ง นักลงทุนมีความคาดหวังถึงการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่จะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รวมถึงท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เน้นการเจรจาเพื่อยุติความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ล่าสุด ออกมาดีกว่าคาด แต่เริ่มสะท้อนการชะลอตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขณะที่การเติบโตของค่าจ้างยังไม่เร่งตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั้งสหรัฐฯ และไทยปรับลดลง จากมุมมองที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจไม่จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงเป็นเวลานาน และมีโอกาสเริ่มปรับลดดอกเบี้ยได้อย่างเร็วในช่วงปลายปีนี้
Krungthai CIO มองว่า แม้ตลาดหุ้นหลายแห่งจะปรับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดใหม่ แต่ Valuation ยังไม่ตึงตัวเกินไป เมื่อเทียบกับแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน จึงแนะนำให้นักลงทุนบริหารพอร์ตผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ การลงทุนในพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ผ่านกองทุน KTWC เพื่อกระจายความเสี่ยง การทยอยสะสมหุ้นกลุ่มคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากเทรนด์ AI ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center พร้อมกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้พอร์ต
สำหรับมุมมองด้านการลงทุน Krungthai CIO ยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม Technology, Semiconductor และ Healthcare รวมถึงธีมพลังงานทางเลือก (Renewables/Grid) และยังให้น้ำหนักการลงทุนในญี่ปุ่นและจีน พร้อมแนะนำลงทุนใน REITs ไทย เพื่อรับโอกาสจากอัตราปันผลที่น่าสนใจ พร้อมถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่า เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงต้องติดตามความคืบหน้าการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินจาก Kevin Warsh ว่าที่ประธาน FED คนใหม่ช่วงปลายสัปดาห์ และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป
การที่ Krungthai CIO ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Technology AI นั้นสอดคล้องกับผลสำรวจของ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาการ์ทเนอร์...ที่ระบุว่า การ์ทเนอร์ ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงจำนวน 469 รายทั่วโลก ครอบคลุมช่วงเวลา 3 ไตรมาส จนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 โดยพบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ 54% ของซีอีโอระบุว่าการใช้ระบบอัตโนมัติของพวกเขายังจำกัดอยู่เพียงแค่ในงานบางประเภท และภายในสิ้นปี 2028 มีเพียง 13% เท่านั้นที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับเดิม โดย 32% จะนำเครื่องมือ AI ที่มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ได้เองมาใช้เพื่อช่วยตัดสินใจ ขณะที่ 27% บอกว่าองค์กรจะดำเนินงานได้โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาควบคุม ซึ่งถือเป็นสัญญาณการก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจอัตโนมัติอย่างเต็มตัว
และซีอีโอเริ่มตระหนักว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มระบบอัตโนมัติไปอีกชั้นหนึ่ง แต่มันคือตัวเร่งปฏิกิริยาในการสร้างองค์กรขึ้นมาใหม่ การจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจอัตโนมัตินี้ผู้บริหารต้องมีกรอบความคิดแบบ 'Capabilities‑First Mindset หรือเน้นขีดความสามารถเป็นสำคัญ' โดยให้ความสำคัญกับวิธีการทำงานและการส่งมอบคุณค่าในระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาระบบอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อยๆ
"เมื่อ AI Agent เข้ามาจัดการการจัดซื้อ กำหนดราคา และเจรจาต่อรองแบบอัตโนมัติ พวกมันจะกำจัดขั้นตอนส่วนเกินและความไร้ประสิทธิภาพที่เดิมทีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมต้นทุนส่วนนั้น สิ่งนี้บีบให้ผู้บริหารต้องคิดโมเดลกำไรเสียใหม่และเปลี่ยนไปใช้โมเดลรายได้แบบต่อเนื่อง (Recurring) หรือเน้นผลลัพธ์ (Outcome-based) เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียกำไร" นักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ กล่าว
** กระบองเพชร**

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี