ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่มักมีข้อสงสัยว่า กรณีที่เราเลี้ยงสุนัขหรือแมวไว้ในบ้าน ในห้องนอน หรืออยู่ใกล้ชิดกับคนนั้น เราควรจะต้องระมัดระวังโรคอะไรบ้างนอกจากโรคพิษสุนัขบ้าและโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับพยาธิในทางเดินอาหารก็เป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงหลายท่านกังวลใจ วันนี้เรามาคุยเรื่องนี้กันครับ
@พยาธิที่พบได้บ่อยในน้องหมาและน้องแมวมีอะไรบ้าง?
พยาธิที่สามารถพบในสุนัขและแมวมีทั้ง “พยาธิตัวกลม”และ “พยาธิตัวแบน”
ตัวอย่างของกลุ่ม พยาธิตัวกลม ได้แก่ 1.พยาธิปากขอซึ่งในประเทศไทยมีอยู่หลายชนิด บางชนิดสามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในสุนัขและแมวด้วย 2.พยาธิไส้เดือน ซึ่งมีทั้งชนิดที่อาศัยอยู่เฉพาะในสุนัข และเฉพาะในแมว รวมถึงชนิดที่สามารถพบได้ในทั้งในสุนัขและแมวอีกด้วย (ซึ่งพยาธิไส้เดือนชนิดที่พบทั้งในสุนัขและแมวนี้จะพบได้ไม่บ่อยในประเทศไทย)
@พยาธิปากขอและพยาธิไส้เดือนก่อให้เกิดอันตรายกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างไรบ้าง
ตัวเต็มวัยของพยาธิทั้งสองชนิดอาศัยอยู่ในลำไส้เล็กโดยที่...
1.พยาธิปากขอ พยาธิชนิดนี้จะมีฟันที่แหลมคม และมีกระพุ้งแก้มที่ใหญ่ ซึ่งจะทำให้พยาธิสามารถ “งับ” เยื่อบุผนังลำไส้จนเป็นแผลได้ รวมถึงสามารถเปลี่ยนตำแหน่งที่เกาะ และดูดเลือดของสุนัขและแมวเป็นอาหาร ทำให้สัตว์เสียเลือด เกิดปัญหาโลหิตจาง น้ำหนักลดลง ท้องเสียแบบมีเลือดสีดำปนในอุจจาระ
สำหรับ “ลูกสัตว์” ที่มีพยาธิปากขอในลำไส้จำนวนมาก อาจทำให้สัตว์ตายได้จากการเสียเลือดและท้องเสียอย่างรุนแรง
พยาธิปากขอสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้ง “การกิน” และ“การไชผ่านผิวหนัง” ลูกสัตว์ที่ “กิน” ตัวอ่อนของพยาธิเข้าไปนั้นในช่วงแรกพยาธิจะเคลื่อนที่ไปที่ “ปอด” เป็นอวัยวะแรกก่อนเคลื่อนที่ไปเจริญที่ “ลำไส้เล็ก” จึงทำให้มีอาการของ “ระบบทางเดินหายใจ” เช่น ไอ น้ำมูกไหล มีไข้ หรือมีอาการปอดบวมได้นอกจากนี้ ตัวอ่อนของพยาธิสามารถ “ไชผ่านผิวหนัง” จึงอาจพบอาการผิวหนังอักเสบ แดง คัน เป็นผื่นนูนตามง่ามเท้าได้
2.พยาธิไส้เดือน มักพบปัญหาของโรคที่รุนแรงได้ในลูกสุนัขเช่นกัน เนื่องจากตัวอ่อนของพยาธิจำนวนมากสามารถผ่านจากแม่สุนัขไปยังลูกได้ผ่านทาง “รก” ในขณะที่อยู่ในท้องแม่สัตว์
โดยในลำดับแรกตัวอ่อนของพยาธิจะเคลื่อนที่ผ่านตับและปอดของลูกสัตว์ ก่อนไปพัฒนาเป็นตัวเต็มวัยในลำไส้ ทำให้ลูกสัตว์ที่ติดพยาธิมีค่าการทำงานของตับที่สูงขึ้นกว่าปกติ มีอาการปอดบวม และเสียชีวิตเฉียบพลันได้ขณะที่มีอายุเพียง 2-7 วัน ซึ่งหากติดเชื้ออย่างรุนแรงแต่ไม่เสียชีวิต เราจะพบว่า นอกจากจะมีอาการท้องเสียอาเจียน ไอ ท้องผูก และมีน้ำมูกแล้ว ยังพบอาการท้องมาน(มีน้ำในช่องท้อง) เบื่ออาหาร และโลหิตจางในลูกสุนัขที่มีอายุประมาณอายุ 2-3 สัปดาห์ได้อีกด้วย
พยาธิไส้เดือนเป็นพยาธิที่มี ขนาดใหญ่ที่สุด ในสัตว์เลี้ยงพยาธิจะแย่งอาหารจากลำไส้ ลูกสุนัขและแมวที่มีพยาธิจำนวนมาก จะเบื่ออาหาร ซูบผอมแต่ท้องป่อง ลำไส้อุดตัน อาจทำให้ลำไส้แตก ช่องท้องอักเสบ และเสียเลือดมากได้
สำหรับในแมวนั้น การติดเชื้อช่วงแรก พยาธิจะเคลื่อนผ่านตับและปอดเช่นกัน ซึ่งทำให้มีอาการลำไส้อักเสบร่วมกับท้องเสีย อาเจียน โลหิตจาง และเบื่ออาหาร ในการเคลื่อนที่ของพยาธิตัวเต็มวัยผ่านกระเพาะอาหารจะสร้างความระคายเคืองแก่เยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้สัตว์อาเจียนและพบตัวพยาธิที่ยังมีชีวิตถูกขับออกมาพร้อมกับอาหารได้ ซึ่งเป็นอาการเด่นที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในแมว
สัปดาห์หน้า เรามาคุยกันถึงการติดต่อและระยะเวลาในการเติบโตของพยาธิในสัตว์จนสามารถตรวจพบได้ในอุจจาระ รวมถึงผลกระทบที่มีต่อระบบต่างๆ ในร่างกายของสัตว์เลี้ยงกันครับ
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.วรพร สุขุมาวาสี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี