วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569
ช่วงที่อากาศร้อนสุดๆ แบบนี้ ปัญหาที่สามารถพบได้ไม่เฉพาะในคนแต่สามารถเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงด้วยเช่นกัน นั่นคือ “การช็อกหมดสติเนื่องจากภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงผิดปกติ” หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า “โรคลมแดด”หรือ “Heatstroke” ดังนั้นจึงอดที่จะนำเรื่องนี้มาคุยกันอีกไม่ได้ครับ
ก่อนอื่นต้องเรียนว่า ความหมายของ Heatstroke นั้น อาจเรียกกันได้หลายชื่อเช่น โรคลมแดด โรคลมร้อน โรคลมเหตุร้อน โดยมาจากคำว่าHeat ซึ่งหมายถึงความร้อนอุณหภูมิร้อน และคำว่า Stroke คือการเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หรือการอุดตันหรืออุดกั้นการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง โดยที่คำนิยามในภาษาไทยทั้งในการแพทย์และสัตวแพทย์ มักกล่าวถึง “การหมดสติที่มีสาเหตุมาจากอากาศ หรืออุณหภูมิภายนอกที่สูงขึ้น” นั่นเองครับ
@สาเหตุของโรค
โรคลมแดด เป็นสภาวะที่เกิดจากการที่อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนร่างกายระบายความร้อนออกไปไม่ทัน มีผลทำให้อวัยวะภายในถูกทำลายและหยุดทำงาน โดยเฉพาะตับ ไต สมอง และลำไส้ เป็นเหตุให้คนและสัตว์เสียชีวิตในที่สุด
@โรคลมแดดสามารถเกิดในสัตว์เลี้ยงได้หรือ?
ทราบหรือไม่ครับว่า สุนัขและแมวนั้น มีโอกาสเป็นโรคลมแดดได้ง่ายกว่าในคนเสียอีกครับ เนื่องจากผิวหนังของสุนัขนั้นถูกปกคลุมด้วยขนที่หนาอีกทั้งผิวหนังตามลำตัวของสุนัข ก็ยังไม่มีต่อมเหงื่อที่จะระบายความร้อนออกจากร่างกายเหมือนในคนอีกด้วย (เราสามารถพบต่อมเหงื่อได้เฉพาะที่อุ้งเท้ารอบปาก และรอบก้นของสุนัขเท่านั้น) ดังนั้น กลไกการระบายความร้อนออกจากร่างกายของสุนัขจึงไม่ดีเท่าของคน เพราะทำได้แค่การหายใจหอบ ไม่มีอาการเหงื่อไหลย้อยเพื่อระบายความร้อนเหมือนในคน
โดยปกติ อุณหภูมิร่างกายของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 102 องศาฟาเรนไฮต์ แต่ถ้าร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 106 องศาฟาเรนไฮต์ จะทำให้สมองเกิดความเสียหาย อวัยวะต่างๆ ล้มเหลว จนเป็นเหตุให้ตายได้ครับ
ปัจจัยที่ทำให้สัตว์มีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างเร็วนั้น ได้แก่ อากาศที่ร้อนจัด การถูกล่ามหรือถูกขังตากแดดเป็นเวลานาน รวมถึงการออกกำลังกายอย่างหนักกลางแจ้ง เป็นต้น
เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ร่างกายสัตว์จะพยายามปรับตัวโดยอ้าปากหายใจถี่ๆ เพื่อขับความร้อนออกจากร่างกาย ดังนั้นการหอบจึงเป็นทางระบายความร้อนที่ดีและเร็วที่สุดสำหรับสุนัขครับ
และที่สำคัญ อันตรายที่เกิดจะทวีความรุนแรงมากขึ้น หากเกิดในสุนัขอ้วน สุนัขแก่ สุนัขพันธุ์ขนยาว หรือสุนัขพันธุ์หน้าสั้น เช่น Pug และ Bulldog เป็นต้น
@อาการที่สังเกตเห็นได้คือ?
อาการที่พบ ได้แก่ การหอบ หายใจเร็ว ลิ้นและเหงือกแดงเข้มกว่าปกติ กระวนกระวาย ตัวร้อน ตาเหลือก น้ำลายไหล ลุกไม่ไหว ม่านตาขยาย มองไม่เห็น อาเจียน ถ่ายเหลวช็อก และหมดสติในที่สุด
@เมื่อเกิดแล้ว เบื้องต้นเราควรปฐมพยาบาลอย่างไร?
1.รีบนำสุนัขออกจากบริเวณที่ร้อนนั้น โดยนำเข้าที่ร่ม หรือที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยระบายความร้อนถอดเสื้อและปลอกคอออก แล้วรีบนำส่งสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด
2.ระหว่างนั้นให้พยายามลดอุณหภูมิของร่างกายของสุนัขลง โดยเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น อาบน้ำ หรือใช้ Cold pack ประคบตามข้อพับ ท้อง ศีรษะ และขาหนีบ และควรวัดอุณหภูมิทุกๆ 5-10 นาที เพื่อตรวจว่าอุณหภูมิของร่างกายลดลงแล้วหรือยังด้วยครับ
3.ถ้าสุนัขยังมีสติอยู่ สามารถให้สุนัขกินน้ำได้ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย และลดภาวะการขาดน้ำหรือภาวะแห้งน้ำ (dehydration) แต่หากสุนัขไม่รู้สึกตัว จงจำไว้ว่า“ห้าม” บังคับป้อนน้ำเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สุนัขสำลักและตายได้เร็วขึ้น
4.สิ่งที่สำคัญ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดครับ
@สำหรับสัตวแพทย์แล้ว หลักในการรักษาโรคนี้มีดังนี้
1.การลดอุณหภูมิของร่างกายสุนัขให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
2.การให้สารน้ำ เพื่อแก้ไขภาวะการขาดน้ำ และการให้ร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
3.การให้ยารักษาตามอาการ
4.การติดตามและการเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้เกิดการเกิดภาวะช็อก การหายใจที่ผิดปกติ ภาวะไตวาย ความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น
@เราสามารถป้องกันโรคลมแดดได้โดย
1.จัดที่อยู่ของสัตว์ให้อยู่ในสถานที่ที่เย็นสบาย มีร่มเงาตลอดทั้งวัน เลี่ยงการล่ามสุนัขในบริเวณที่มีความร้อนสูง เช่น พื้นคอนกรีต หิน หรือทราย
2.ในช่วงอากาศร้อนจัด ต้องระมัดระวังเรื่องการออกกำลัง โดยเฉพาะสุนัขที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เป็นโรคหัวใจ อ้วน อายุมาก หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ
3.ควรมีภาชนะบรรจุน้ำสะอาดให้สัตว์กินอย่างเพียงพอตลอดเวลา
4. “ห้าม” ปล่อยสุนัขทิ้งไว้ในรถ แม้จอดไว้ในร่มก็ตาม เพราะอุณหภูมิภายในรถสามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อย่าชะล่าใจหรือคิดว่าไม่เป็นไร แม้จะเป็นเวลาไม่นานก็ตามนะครับ
5.ควรพิจารณาและระวังเป็นพิเศษในการใส่ Muzzle (อุปกรณ์ที่ใช้ปิดปากในช่วงอากาศร้อน) เพราะจะทำให้สุนัขหายใจเพื่อระบายความร้อนได้ลำบากยิ่งขึ้น
6.ในวันที่อากาศร้อนจัด ควรอาบน้ำให้สุนัขเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกาย
ขอเรียนว่า นอกจากสุนัขแล้ว “สัตว์เลี้ยงอื่นๆ” ก็สามารถประสบปัญหา “โรคลมแดด” ได้เช่นกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็น แมว หนู หรือกระต่าย วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก โดยอยู่ในตัวบ้าน หรือในที่ร่ม และปฏิบัติตามคำแนะนำที่ผมได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น ก็จะสามารถป้องกันสัตว์เลี้ยงของเราให้ห่างไกลจากโรคลมแดดได้แล้วล่ะครับ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไฟไหม้อาคารจอดรถ BYD ในเซินเจิ้น โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ
กองทัพเรือยืนยัน 'ข่าวปลอม' กรณีอ้างไทยเปิดทางส่งของไปกัมพูชา
ตุรกีระทึก! อดีต นร.บุกยิงในโรงเรียน เจ็บ 16 ราย ก่อนปลิดชีพตัวเอง
นายกฯโชว์โมเมนต์ประทับใจ อวยพรวันเกิดคุณแม่ ตรงวันผู้สูงอายุพอดี
เบสท์ คำสิงห์ ปล่อยลุคบิกินีสุดฮอตรับสงกรานต์ ออร่าความแซ่บพุ่งแรง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี