วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เมื่อพูดถึง “การผ่าคลอด” สำหรับในคนนั้นถือเป็นเรื่องปกติที่นิยมมาหลายสิบปีแล้ว ในสัตว์เลี้ยงล่ะ มีการทำบ่อยไหม มีอะไรแตกต่างจากในคนหรือไม่ มีอันตรายมากน้อยอย่างไร วันนี้ผมมีข้อมูลจาก รศ.น.สพ.ดร.สุดสรร ศิริไวทยพงศ์ จากภาควิชาสูติศาสตร์เธนุเวชวิทยาและวิทยาการสืบพันธุ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มาฝากกันครับ
@ การผ่าคลอดในสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างไร
ในทางการสัตวแพทย์นั้น การคลอดได้เองตามธรรมชาติถือว่าเป็นเรื่องปกติและน่าอุ่นใจสำหรับเจ้าของ เพราะสัตว์ที่จะคลอดนั้น ไม่สามารถเลือกได้เอง ว่าขอให้คุณหมอช่วยผ่าคลอดให้เพราะกลัวเจ็บ ทั้งหมดนั้นอยู่ที่การตัดสินใจของเจ้าของ (ร่วมกับการพิจารณาของคุณหมอ) ทั้งสิ้น
ในปัจจุบัน การผ่าคลอดในสัตว์เลี้ยงนั้น เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ด้วยหลากหลายปัจจัย เช่น พันธุ์ของสัตว์ที่คลอดเองตามธรรมชาติได้ยาก (เช่น สุนัขพันธุ์หน้าสั้นหรือหัวโต ได้แก่ บูลด็อก ปั๊ก ชิวาวา เป็นต้น) นอกจากนี้ยังขึ้นกับการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อม หรือแม้แต่ประสบการณ์ของผู้เลี้ยงที่มีความแตกต่างกันไป รวมทั้งปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะคลอดยาก ทั้งจากแม่สัตว์เองรวมถึงขนาด ท่าทาง และตำแหน่งของลูกสัตว์ในมดลูกด้วย (เช่นเดียวกับในคน)
@การผ่าคลอดในสัตว์ใช้ในกรณีใดบ้าง
การผ่าคลอดนั้น มีทั้งกรณีฉุกเฉิน (emergency caesarean section) และกรณีวางแผนที่จะผ่า (elective /planned caesarean section) ซึ่งจะเห็นว่าคล้ายในคน ที่ในปัจจุบันเริ่มมีการวางแผนการผ่าคลอดมากขึ้นในสัตว์เลี้ยง ด้วยปัจจัยที่ได้กล่าวไปแล้ว
@ การผ่าคลอดในสัตว์เลี้ยงมีความปลอดภัยเพียงใด
ปัจจุบัน ทั้งเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการสัตวแพทย์นั้นมีความทันสมัยมาก เมื่อเทียบกับในอดีตแล้ว ยาสลบต่างๆ ก็มีการพัฒนาให้เกิดความปลอดภัยแก่ทั้งแม่สัตว์และลูกในท้องสูงมาก แต่อย่าลืมว่า นี่คือ “life science” นั่นคือ ทุกครั้งในการวางยาสลบ จะมีความเสี่ยงเสมอ ไม่ว่าจะต่อแม่หรือลูกสัตว์ก็ตาม
@ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการผ่าตัดนั้นมีอะไรบ้าง
ความสำเร็จของการผ่าตัดนั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ
1. ในแง่ของสัตวแพทย์
- หมอต้องมีความรู้ ความชำนาญ มีการวางแผนการผ่าตัดอย่างรอบคอบ
- มีการซักประวัติอย่างละเอียด พิจารณาวันที่ผสมพันธุ์ วิธีการผสมพันธุ์ จำนวนครั้งที่ผสม การตรวจวันผสม เพื่อประมาณระยะเวลาการตั้งท้องคร่าวๆ ให้ใกล้เคียงที่สุด
- มีการประเมินระยะการคลอด และตรวจสภาพร่างกายสัตว์ทั่วไป เช่น อุณหภูมิ ความดันเลือด ชีพจร ฯลฯ อาการที่สัตว์แสดงออก ของเหลวที่ไหลจากช่องคลอด ซึ่งทุกอย่างต้องละเอียด เพราะสีของเหลว ระยะเวลาที่ออกมา มีความสำคัญต่อการประเมินทั้งสิ้น
- มีการตรวจช่องคลอดทุกครั้งทั้งก่อนและหลังผ่า เพราะอาจมีลูกสัตว์ที่ต้องการความช่วยเหลือค้างอยู่ในมดลูกได้
- ควรเอกซเรย์เพื่อดูจำนวนลูก ท่าทาง (position and presentation) ของลูกในมดลูก สัดส่วนความกว้างของกะโหลกลูก กับช่องเชิงกรานแม่ หรือความผิดปกติอื่นของลูกและแม่ (เช่นเชิงกรานแม่เคยหักมาก่อน เป็นต้น)
- ควรทำอัลตราซาวด์ เพื่อดูการมีชีวิตและอัตราการเต้นของหัวใจของลูก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ และรวมถึงเพื่อการวัดขนาด เพื่อคำนวณวันครบกำหนดคลอด (กรณีไม่ทราบวันผสม) เพราะถ้าผ่าคลอดก่อนกำหนดเกินไปจะทำให้ลูกสุนัขมีโอกาสเสียชีวิตได้
2.ในด้านเจ้าของสัตว์
- ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และละเอียดเพียงพอ ตั้งแต่วันที่ของการผสมพันธุ์ การตั้งท้อง และ อาการที่แสดง
- ต้องไม่ปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูล เช่น เห็นเบ่งตอนไหน (ถ้าตอนเค้าเริ่มเบ่งแต่เจ้าของกำลังหลับ ก็ต้องแจ้ง เพราะอาการที่เพิ่งเห็นตอนตื่น ไม่ได้หมายถึงเวลาที่เริ่มเบ่ง
- เริ่มเห็นของเหลวจากช่องคลอดตั้งแต่เมื่อไหร่ สีอะไร มีปริมาณมากน้อยแค่ไหน หากไม่ทราบ ก็บอกตรงๆ ว่า ไม่ทราบหรือไม่ได้สังเกต หากให้ข้อมูลผิดจะทำให้การประเมินผิดพลาดได้ (ดังนั้นหากท่านรักสัตว์เลี้ยงของท่าน ต้องดูแลและหมั่นสังเกตนะครับ)
- เจ้าของได้ทำการดูแลขณะสัตว์ตั้งท้องบ้างหรือไม่ อย่างไรเช่นฝากท้องหรือไม่ เคยพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจ เพื่อประเมินสุขภาพ รับคำแนะนำต่างๆ หรือไม่
- “ไม่ชี้นำหรือบังคับ”สัตวแพทย์ “ให้ผ่าเลย” หรือ “อย่าเพิ่งผ่าให้รอไว้ก่อน” ซึ่งสิ่งนี้ควรเป็นการพิจารณาของสัตวแพทย์ หลังจากตรวจอย่างละเอียดแล้วว่า ควรทำอย่างไร มีทางเลือกอย่างไรบ้าง
3.ในด้านตัวสัตว์
- สุขภาพของแม่สัตว์ ได้รับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอหรือไม่มีการป้องกันโรคติดเชื้อหรือปรสิตอะไรบ้าง ระหว่างตั้งท้องได้ทำการตรวจสุขภาพใดบ้าง ได้รับอาหารและอาหารเสริมเพียงพอ/มากเกินไปหรือไม่ อาการที่แสดงออกเมื่อใกล้คลอดเป็นอย่างไร
- พันธุ์สัตว์ และจำนวนลูกในมดลูก (น้อยกว่า 2-3 หรือ มากกว่า 8-9) มีภาวะผิดปกติอื่นไหม เช่น ระบบกระดูก ระบบทางเดินหายใจ หรือระบบเลือด
- ระยะเวลาของการอยู่ในมดลูก น้อยกว่าปกติหรือยาวนานกว่าปกติหรือไม่ โดยเฉลี่ยจะประมาณ 60 วัน (57-68 วัน)
- ชนิดยาสลบที่ใช้ ระยะเวลาที่ใช้ ตั้งแต่ขั้นตอนวางยาสลบ จนถึงขั้นตอนการนำลูกออกทั้งหมดยาวนานเพียงไร การดูแลลูกภายหลังจากการผ่าตัดเป็นอย่างไร ฯลฯ
จะเห็นได้ว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความปลอดภัยในการผ่าคลอดนั้นมีมากมาย สิ่งที่สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จคือ ประวัติและข้อมูลจากการสังเกตของผู้เลี้ยง รวมถึงการดูแลเอาใจใส่สุขภาพของสัตว์ระหว่างการตั้งท้อง ดังนั้น หากคิดว่าสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในครอบครัว แล้ว ควรดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย ไม่ว่าจะเกิดจากความผิดพลาดของส่วนใดก็ตาม
หมอโอห์ม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ และฝ่ายประชาสัมพันธ์
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นึกว่าสาวเกาหลี นุ่น วรนุช สวมฮันบกท่ามกลางหิมะ สดใสท้าลมหนาว
กู้ภัยแจ้งเบาะแสเด็กหาย พบร่างหนูน้อยวัย 3-4 ขวบ กลางป่าสระบุรี
ยอดขายถล่มทลาย ม้า อรนภา ห่อหมกหมดในพริบตาหลังโดนร้องเรียน
‘เซ็นทรัลพัฒนา’นิวไฮ 3 ปีซ้อน ‘รายได้-กำไรสุทธิ-ปันผล-ทราฟฟิก’ปี68โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แสงเหนือเป็นเหตุ สรยุทธโพสต์ภาพเลียนแบบ ผู้กองธรรมนัส ทำโซเชียลแห่แซวยับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี