วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายชุมชนเมือง มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิชีววิถี ร่วมกันเปิดประสบการณ์พาชาวกรุงเทพฯ ออกไปสัมผัส “พื้นที่อิ่มสุข” ภายใต้งาน Bangkok Design Week 2026 เพื่อนำเสนอนวัตกรรมทางสังคมที่บูรณาการแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวร่วมกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ พร้อมร่วม Tour “อิ่มท้อง+สุขใจ” และเข้าชมนิทรรศการ “พื้นที่ อิ่ม+สุข” ที่ ชุมชนสวนหลวง 1 ซอยเจริญกรุง 101-103 เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร
รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. ระบุว่า สสส. เล็งเห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาในชุมชนเมืองหนาแน่น โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ในปี 2567 มีผู้หญิงได้รับความรุนแรงทำให้เสียชีวิตถึง 797 คนต่อปี หรือเฉลี่ย 2 คนต่อวัน โดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติดเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดปัญหา ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัวที่มีค่าใช้จ่ายด้านอาหารสูงถึง 48.8% ของรายได้ แต่กลับมีพื้นที่สีเขียวในเมืองเพื่อผลิตอาหารเองเพียง 5.62% เท่านั้น
.jpg)
สสส. จึงได้บูรณาการการเชื่อมโยงประเด็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และระบบอาหารปลอดภัยในชุมชนเมือง ตั้งแต่ปี 2563 มุ่งเน้นประเด็นวัตถุดิบอินทรีย์ที่ปลอดภัยและมีราคาถูกที่ทุกคนเข้าถึงได้ผ่านร้านข้าวไข่เจียวอิ่มสุขในพื้นที่เครือข่ายการทำงานของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล 5 พื้นที่ ในกรุงเทพฯ
ต่อมาในปี 2569 ได้ยกระดับความร่วมมือผ่านโครงการ “พื้นที่อิ่มสุข” ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ทางสังคมที่ สสส. ให้การสนับสนุนตามแนวคิดจากวิกฤตเมือง สู่ทางรอด DESIGN S/O/S (Sustainable Future) โดยสร้างกระบวนการกลุ่มที่เข้มแข็งพร้อมรับมือปัญหาซับซ้อนของเมืองใหญ่ ทั้งเรื่องค่าครองชีพ ปัจจัยเสี่ยงจากแอลกอฮอล์ ความรุนแรงในครอบครัว และความมั่นคงทางอาหาร
โครงการดังกล่าว มีแนวทางการดำเนินงาน 1.ลดปัจจัยเสี่ยง ใช้พื้นที่อาหารเป็นเครื่องมือลดปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติด ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของความรุนแรงในครอบครัว 2.ทลายอคติทางเพศ ปรับเปลี่ยนแนวคิด “ชายเป็นใหญ่” ที่ฝังรากลึก ผ่านกิจกรรมที่สร้างความเท่าเทียมในบ้านและชุมชน 3.สร้างความมั่นคงทางอาหาร สนับสนุนให้คนตัวเล็กในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้แม้มีพื้นที่จำกัดเพียง 1.5 ตร.ม.
.jpg)
ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ความมั่นคงทางอาหารเป็นเรื่องสิทธิพื้นฐานของทุกคน รวมทั้งเชื่อมโยงไปกับสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต จึงต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม และยังช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ (NCDs) หัวใจสำคัญคือ ทำให้ชุมชนสามารถจัดการระบบอาหารตลอดห่วงโซ่ได้ตั้งแต่ผลิตอาหารปลอดภัยในพื้นที่ กระจายและจำหน่ายผลผลิตไปสู่การบริโภคในชุมชนเพื่อให้เข้าถึงอาหารปลอดภัยได้จริง ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและสุขภาวะชุมชนที่ดีของคนในชุมชน
ทพญ.จันทนา ยังบอกอีกว่า จากการดำเนินงานบูรณาการอย่างต่อเนื่อง เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม 1.การพึ่งตนเองด้านอาหาร โดยสมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนาชุมชนไทยเกรียง พระประแดง สมุทรปราการ พัฒนาการปลูกผักในกระถางยกพื้นหนีน้ำเค็ม ช่วยสมาชิกลดรายจ่ายได้ 300-500 บาทต่อเดือน และชุมชนเคหะคลองเก้า เคหะชุมชน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ สร้างพื้นที่อาหารเพื่อดูแลกลุ่มเป้าหมายเปราะบางกว่า 200 คน
2.การสร้างอาชีพและเยียวยาจิตใจ โดยชุมชนพระเจน เขตปทุมวัน พัฒนา “ร้านข้าวไข่เจียวอิ่มสุข” เพื่อจุดกระจายอาหารปลอดภัยราคาถูกให้คนในชุมชนกว่า 100 คนต่อวัน และเป็นพื้นที่สร้างงานให้กลุ่มผู้ลด ละ เลิกเหล้า
3.นวัตกรรมพื้นที่จำกัด โดยชุมชนวัดสวัสดิ์วารีสีมาราม เขตดุสิต ปรับพื้นที่รกร้างเป็นสวนสมุนไพรอินทรีย์ และการปลูกพืชในตะกร้าที่สามารถเคลื่อนย้ายได้
4.พลังคนรุ่นใหม่ โดยชุมชนสวนหลวง 1 เขตบางคอแหลม พัฒนาทีมเยาวชนอาสาเชื่อมโยงอาหารพื้นถิ่นสู่ตลาดออนไลน์ เพื่อรักษาวัฒนธรรมอาหารดั้งเดิมและสร้างรายได้ให้ชุมชน
.jpg)
ขณะที่ นางสาวอังคณา อินทสา ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ “พื้นที่อิ่มสุข” ว่า เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิชีววิถี และสสส. เพื่อทำงานเรื่อง “ความมั่นคงทางอาหาร” ควบคู่กับการลดการดื่มแอลกอฮอล์ ลดความรุนแรงในครอบครัว และลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอื่นๆ ซึ่งชุมชนสวนหลวง 1 เป็นพื้นที่ที่ทำงานเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ และการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวมาต่อเนื่องหลายปี
โดยเมื่อมีปัญหา ชุมชนสวนหลวง 1 “ไม่ซุกปัญหาไว้ใต้พรม” แต่ใช้การยอมรับและนำสู่การแก้ปัญหา จนนำสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม “ผู้ชาย” ที่ดื่มเหล้า ทำร้ายคนในครอบครัว ให้ลด ละ เลิก แอลกอฮอล์ได้จริง ทำร่วมกันทั้งชุมชน และครอบครัว เช่น มูลนิธิชีววิถีได้สนับสนุนวิทยากรไปให้ความรู้เรื่องการปลูกผัก ปรุงดิน และลงมือทำจริง โดยใช้พื้นที่ส่วนรวมของชุมชนร่วมกันเป็นฐานการเรียนรู้ และกลายเป็นที่พึ่งพาของคนในชุมชนช่วงที่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 คือขยับสู่เรื่อง “อาหารพร้อมกิน” ผ่านโมเดล “ข้าวไข่เจียวอิ่มสุข” แล้วโมเดลนี้ค่อยๆ กระจายไปตามพื้นที่ชุมชนต่างๆ

บางพื้นที่จุดนี้ยังแปลงร่างเป็น “พื้นที่รับฟัง” และ “ให้คำปรึกษา” ผู้หญิงที่เผชิญความรุนแรงในครอบครัว ควบคู่ไปกับการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชายที่เคยมีพฤติกรรมเสี่ยง ได้เรียนรู้ ปรับเปลี่ยนตนเอง และกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลชุมชนอีกครั้ง
“ความยั่งยืนทางอาหารเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤต การปลูกผักในบ้าน แปลงเล็กๆ หรือกระถางริมรั้ว ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารบนโต๊ะ แต่เป็นกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชายที่เคยดื่มเหล้าได้ใช้เวลาว่างกับสิ่งที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง ผู้ชายหลายคนเล่าว่า การเห็นผักที่ตัวเองปลูกค่อยๆ เติบโตช่วยให้จิตใจสงบ รู้สึกผ่อนคลาย และเห็นคุณค่าในตัวเอง บางครอบครัวลดค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารได้จริง ช่วยฟื้นความสัมพันธ์ในครอบครัวและในชุมชน” ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าว
ดังนั้น จึงอยากให้ชุมชนอื่นๆ ได้เรียนรู้และนำบทเรียนจากสวนหลวง 1 ไปปรับใช้ตามบริบทของตัวเอง เพราะ “พื้นที่อิ่มสุข” ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกที่ แต่สามารถเติบโตได้ในแบบของแต่ละชุมชน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี