วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
31 พฤษภาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จากเหยื่อ ‘ฮีโร่โซเชียล’ ถึงเด็กในเรือนจำ: บทเรียน 5 ปีที่ความจริงเพิ่งปรากฏ
#อาจารย์ป้อม #อัศวิณีย์หวานจริง
ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวผู้ถูกกระทำต้องจมอยู่กับตราบาปและความเข้าใจผิดของสังคม เพียงเพราะคนคนหนึ่งต้องการแสงสปอตไลท์ทางการเมือง สร้างการสื่อสารทางการเมือที่ทำให้สังคมจำนวนมากรับรู้เหตุการณ์เพียงด้านเดียว แต่สิ่งที่ อ.อัศวิณีย์ฯ สูญเสียไป… มันคุ้มกันแล้วหรือยัง?
ตราบาป 5 ปี ภายใต้ร่มเงาของวาทกรรมสร้างกระแส
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวของ อ.อัศวิณีย์ฯ ที่ตกเป็นเหยื่อต้องเผชิญกับความเข้าใจผิดและการก้าวล่วงจากสังคมออนไลน์อย่างหนักหน่วง ภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่สั่งสมมากลับถูกบิดเบือนไปในชั่วข้ามคืน
วันนี้คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 955/2569 ได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์และคืนความยุติธรรมให้แก่ อ.อัศวิณีย์ฯ แล้ว แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า บาดแผลและความเสียหายที่เกิดขึ้นตลอดครึ่งทศวรรษนั้น ได้ทิ้งรอยแผลลึกไว้ในจิตใจของครอบครัวอาจารย์ อย่างยากจะลบเลือน
การแสดงความคิดเห็นเชิงด้อยค่า บนโลกออนไลน์ในวันนั้น ถูกส่งต่อออกไปเป็นวงกว้าง มีการแชร์ข้อความกว่า 3,700 ครั้ง และมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นเชิงลบอีกเป็นจำนวนมาก ด้วยข้อความที่ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ และด้อยค่าผู้อื่น
แม้วันนี้ความจริงจะปรากฏและกฎหมายจะให้ความเป็นธรรมแล้ว แต่ชื่อเสียงและเกียรติยศที่สูญเสียไป ท่ามกลางสายตาเคลือบแคลงของสังคม ย่อมต้องใช้เวลาอีกยาวนานกว่าจะฟื้นฟูกลับคืนมาได้ดังเดิม
หากย้อนมองเหตุการณ์ที่เป็นชนวนเหตุ คือ อ.อัศวิณีย์ฯ ถูกเข้าใจผิดว่าใช้อำนาจโดยมิชอบในการคุกคามและเก็บผลงานศิลปะของนักศึกษา แต่ในข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์แล้วล้วนไม่เป็นความจริง
แต่ผลลัพธ์ที่น่าสะเทือนใจที่สุดของเหตุการณ์ตลอด 5 ปีนี้ อาจไม่ใช่การที่ อ.อัศวิณีย์ฯ ต้องทนทุกข์ หรือการที่อีกฝ่ายถูกศาลตัดสินลงโทษชดใช้ความผิดตามกฎหมาย แต่มันคือบาดแผลที่ตกอยู่กับ “เยาวชนและนักศึกษา” ที่บางคนก้าวพลาดไปในวังวนนี้
หลายคดีที่คล้ายกัน เยาวชนหลายคนมีความตั้งใจดีและมีพลังบริสุทธิ์ แต่เนื่องจากพวกเขายังเยาว์วัยและอาจจะยังไม่มีข้อมูลที่รอบด้าน จึงตกเป็นเครื่องมือและถูกชักจูงได้ง่ายจากวาทกรรมที่บางคนสร้างขึ้น
พวกเขาถูกทำให้เชื่อในข้อมูลที่บิดเบือน จนยอมก้าวออกมาเป็นแนวหน้าในการต่อสู้และแสดงออกด้วยความรุนแรง โดยไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังนั้น มีผู้ที่คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากหยาดเหงื่อและหยดน้ำตาของพวกเขา
ขณะที่กระแสสังคมออนไลน์ในเวลานั้นสร้างชื่อเสียงและแรงสนับสนุนให้กับบางฝ่าย แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบกลับต้องแบกรับบาดแผลระยะยาว
วันนี้บริบทสังคมได้เปลี่ยนผ่านไปแล้ว วาทกรรมสร้างความแตกแยก ค่อย ๆ จางหายไปตามกาลเวลา ผู้คนเริ่มตื่นรู้และมองเห็นความจริงว่าใครทำอะไรเพื่อใคร
แต่คำถามที่ยังคงไร้คำตอบคือ แล้วอนาคตของเด็ก ๆ ที่ต้องโทษและกำลังต่อสู้อยู่ในเรือนจำเวลานี้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
ในวันที่กระแสโซเชียลเปลี่ยนทิศ แกนนำที่เคยยกย่องพวกเขาว่าคือผู้ต่อสู้ เคยเหลียวแลหรือยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาชีวิตที่ดับวูบของพวกเขาบ้างหรือไม่
คดีฎีกานี้จึงเป็นหนึ่งในอุทาหรณ์ครั้งสำคัญที่เตือนสติสังคมไทย ว่าความโลภที่อยากเอาชนะในโลกออนไลน์โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง สุดท้ายแล้วไม่ได้สร้างสรรค์สิ่งใดเลย นอกจากทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในชีวิตของเหยื่อ และทำลายอนาคตของเยาวชนอย่างไม่มีวันเรียกคืนได้อีกต่อไป
______________________________________________
ข่าวนี้คือกรณีดราม่า “วิจิตรศิลป์ มช.” เมื่อปี 2564 ที่ตอนแรกสังคมจำนวนมากรับรู้ผ่านเฟรมว่า “คณบดีเก็บ/ยึดงานศิลปะของนักศึกษา” แต่ต่อมามีข้อมูลอีกชุดว่า สิ่งที่ถูกเรียกว่า “งานศิลปะ” นั้นคือวัตถุคล้ายธงชาติไทยที่ไม่มีแถบสีน้ำเงิน และมีข้อความเกี่ยวกับ ม.112/สถาบันฯ อยู่บนผืนผ้า ไม่ใช่งานศิลปะทั่วไปแบบเป็นกลางทางการเมือง
แก่นของเรื่องจึงไม่ได้อยู่แค่ “ศิลปะกับเสรีภาพ” แต่อยู่ที่การสร้างภาพในสังคมว่า รศ.อัศวิณีย์ หวานจริง ใช้อำนาจคณบดีไปรังแกนักศึกษา ทั้งที่อีกด้านหนึ่งของข้อเท็จจริงคือฝ่ายคณะ/มหาวิทยาลัยมองว่าสิ่งนั้นหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายและกระทบชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย เชียงใหม่เองเคยออกแถลงการณ์ว่า ผู้บริหารคณะปฏิบัติถูกต้องเพื่อปกป้องชื่อเสียงมหาวิทยาลัย หลังพบว่าเป็นงานศิลปะดัดแปลงธงชาติและหมิ่นเหม่ผิดกฎหมาย
ส่วนประเด็นของคดีหมิ่นประมาทจากการโพสต์/สื่อสารบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ซึ่งมีเส้นทางคดียืดเยื้อ หลักฐานข่าวพบว่า ศาลชั้นต้นเคยยกฟ้อง แต่ต่อมามีรายงานว่าศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเห็นว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาทต่อ รศ.อัศวิณีย์ และศาลตัดสินลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 20,000 บาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 955/2569 ได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์และคืนความยุติธรรมให้แก่ รศ.อัศวิณีย์ฯ หลังครอบครัวต้องเผชิญความเข้าใจผิดและการก้าวล่วงจากสังคมออนไลน์เป็นเวลาราว 5 ปี
______________________________________________
สิ่งที่ อ.ป้อม กระทำ คือ เจตนาปกป้องมหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่จากการสุ่มเสี่ยงจะเป็นการกระทำการจาบจ้วงเบื้องสูงและการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง
#อัษฎางค์ยมนาค #อ่านเกมอำนาจ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี