วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ญาติไรเดอร์บุกโรงพัก
หวั่นคดีพลิก
ชี้ผอ.ปปช.เป็นบิ๊กขรก
หนุ่มหมัดสั่งเข้าพบตร.
ครอบครัวไรเดอร์เหยื่อเมาแล้วขับ ผอ.ป.ป.ช. บุก สภ.บางศรีเมือง หวั่นคดีพลิกไม่ได้รับความเป็นธรรม ชี้คู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูง ระบุเงินเยียวยา 5 แสนยังไม่พอเพราะมีลูกต้องดูแลอีก 2 คน ขณะที่เพื่อนไรเดอร์มือหมัดตะบันหน้าเข้าพบ ผกก.ทุ่งครุ สาวหมัดใส่ ผอ.สำนักสืบสวน ป.ป.ช. หน้าหงาย ยอมรับผิดอารมณ์ชั่ววูบ เผยความคับแค้นใจกลัวคนตายไม่ได้รับความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายจรงค์ เกราะเหมาะ อายุ 52 ปี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขับรถกระบะพุ่งชนนายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี ไรเดอร์หนุ่มจนเสียชีวิต บนถนนต่างระดับบางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2569 ที่ สภ.บางศรีเมือง จังหวัดนนทบุรี พี่สาวและพี่ชายรวมถึงลูกทั้ง 2 คน ครอบครัวของนายศรนรินทร์ นาคงสี ไรเดอร์ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีและให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้มีการพูดคุยรายละเอียดของคดีในเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการแจ้งข้อกล่าวหากับคู่กรณี
นางสาววิยะดา นาคงสี อายุ 49 ปี พี่สาวของไรเดอร์ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาคู่กรณีได้เดินทางไปที่วัดเพื่อขอขมาศพผู้เสียชีวิต พร้อมมอบเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ส่วนเรื่องเงินเยียวยาหลังเสร็จสิ้นพิธีศพนั้นจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นมีการหารือไว้ที่ประมาณ 500,000 บาท แต่ตนมองว่าเงินจำนวนดังกล่าวยังไม่เพียงพออย่างแน่นอน และจะมีการเรียกร้องเพิ่มเติม เนื่องจากผู้เสียชีวิตยังมีภาระต้องเลี้ยงดูลูกอีก 2 คน จึงต้องการให้คู่กรณีรับผิดชอบอย่างถึงที่สุด
กังวลคู่กรณี เป็น ขรก.ระดับสูง
ส่วนกรณีที่คู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่ารู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนมองว่าเป็นการสร้างภาพมากกว่า เพราะจากคลิปเหตุการณ์ที่ปรากฏต่อสาธารณะ มีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่ หรือการยืนยันว่าไม่ได้ดื่มสุราและไม่ได้เป็นผู้ขับรถในวันเกิดเหตุ จึงยอมรับว่ารู้สึกกังวล เนื่องจากคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูง ขณะที่ครอบครัวของตนเป็นเพียงคน ชั้นล่าง จึงอยากขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา
สำหรับเหตุการณ์ที่มีชายคนหนึ่งพุ่งเข้าไปชกหน้าคู่กรณีภายในงานศพนั้นยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ญาติของครอบครัว แต่เป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิตจากการพูดคุยสาเหตุที่เข้าไปทำร้ายร่างกาย เพราะรักผู้เสียชีวิตเนื่องจากที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตคอยให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด
จี้ ‘ผอ.ป.ป.ช.’ ให้รักษาคำพูด
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คู่กรณีจะเดินทางมาขอขมาศพที่วัด ครอบครัวได้มีการพูดคุยและตกลงกันไว้แล้วว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายคู่กรณี ทุกคนเข้าใจตรงกัน เพราะต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับคู่กรณี น้องชายของตนก็ไม่สามารถกลับมามีชีวิตได้อีก
พร้อมยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นคนมีน้ำใจ คอยช่วยเหลือคนรอบข้างเสมอ จึงเป็นที่รักของเพื่อนฝูงและคนใกล้ชิดจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังฝากข้อความถึงคู่กรณีว่า “กรุณาช่วยให้เต็มที่อย่างที่เคยพูดไว้ด้วย เราไม่รู้อะไรตาสีตาสาท่านที่มีความรู้ก็อยากให้ช่วยให้เต็มที่”
เปิดคำพูดมัด ‘ผอ.ป.ป.ช.’
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2569 ที่ผ่านมา นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช.ได้พูดคุยกับลูกชายทั้ง 2 คนของผู้เสียชีวิตที่วัดทุ่งครุ ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากทำพิธีขอขมาศพ โดยรับปากว่าจะช่วยสานฝันของพ่อผู้ล่วงลับ ในการผ่อนชำระที่ดินที่จังหวัดสุพรรณบุรีให้เสร็จสิ้น พร้อมทั้งส่งมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นให้แก่พี่สาวผู้ตาย และลั่นวาจาจะส่งเสียสืบทอดดูแลเรื่องการศึกษาของลูกผู้ตายทุกคนจนจบปริญญาตรี
ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตได้เข้ามาไหว้ขอโทษนายจรงค์ กับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนสนิทของผู้ตาย ซึ่งก่อนเริ่มงานทางญาติได้สั่งห้ามเด็ดขาดแล้วว่าไม่ให้ลงมือลงไม้กับคู่กรณี แต่เพื่อนระงับอารมณ์เศร้าโศกไม่อยู่
มือหมัดสั่งเข้าพบตำรวจ
วันเดียวกัน ที่ สน.ทุ่งครุ นายธนัท (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี เพื่อนนายศรนรินทร์ ไรเดอร์ที่เสียชีวิต พร้อมนายทวีศักดิ์ซ้ายยศ ทนายความอาสาได้เข้าพบ พ.ต.อ.จุมพล สินศิริพงษ์ ผกก.สน.ทุ่งครุ เพื่อให้ข้อมูลและแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางคดี หลังก่อเหตุต่อยหน้านายจรงค์ เหมาะเกราะ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษฯ ป.ป.ช.ที่วัดทุ่งครุ เมื่อเย็นวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา
นายทวีศักดิ์ ทนายความเปิดเผยก่อนเข้าพบตำรวจว่า การที่มีการทำร้ายร่างกายกันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันโทษในคดีทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุก ซึ่งต่างจากในอดีต ตนเลยมาช่วยดูแลเรื่องกฎหมายให้ ขณะนี้ผู้เสียหายยังไม่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี แต่ก่อนหน้านี้ ทนายความของคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า ทุกการกระทำมีราคาที่ต้องจ่าย
ทั้งนี้ทางตนได้สอบถามถึงแรงจูงใจ นายธนัทอ้างว่า รู้จักกับผู้ตายกันมาระยะหนึ่ง โดยทั้งคู่ทำงานเป็นไรเดอร์ โดยนายธนัทอ้างว่าได้ติดตามข่าวดังกล่าวตั้งแต่วันแรก จึงเกิดจากความคับแค้นใจ ที่ฝั่งคู่กรณีเมาแล้วขับ แล้วชนเพื่อนตนเองจนเสียชีวิต ซึ่งปกติอาชีพไรเดอร์ก็ใช้ชีวิตยากลำบากอยู่แล้ว ยังมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกอีกทั้งคนชนยังมีพฤติการณ์คล้ายจะหลบหนี รวมถึงคนชนมีตำแหน่งใหญ่โต กลัวผู้ตายจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทนายความกล่าวต่ออีกว่าตัวไรเดอร์ที่ไปต่อยนั้นมีความผิดแน่นอน แต่ตนแค่มาช่วยดูแลด้านกฎหมายเท่านั้น และไม่คิดว่าจะมีการสู้คดี ซึ่งข้อกล่าวหาเบื้องต้นจะเป็นเรื่องการทำร้ายร่างกาย และหากมีแจ้งข้อกล่าวหาเกิดขึ้นก็คงรับสารภาพ โดยอ้างเหตุคับแค้นใจ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ดุลพินิจของศาลว่าจะเมตตาลงโทษในสถานเบาหรือไม่
ยอมรับผิดตะบันหน้า
ภายหลังการเข้าพบตำรวจนายธนัท พร้อมทนายความเดินทางออกจากห้องสืบสวน ก่อนที่นายธนัทจะเผยว่า ตนรู้จักกับผู้ตายมาประมาณ 1-2 ปี จากการทำงานเป็นไรเดอร์ โดยผู้ตายเคยช่วยเหลือเรื่องการซ่อมรถ จยย. โดยการออกค่าซ่อมรถให้ตนด้วย ทั้งนี้ตนไม่ได้เตรียมการมาต่อยคู่กรณีและไม่ทราบว่าคู่กรณีจะมา
เมื่อถามว่า ได้ยินหรือทราบหรือไม่ว่าญาติของผู้ตายแจ้งผู้ที่มาร่วมงานศพว่าคู่กรณีจะมา แล้วขอความร่วมมือว่าอย่าไปทำอะไรเขา นายธนัทอ้างว่าตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ตนอยากขอโทษและยอมรับผิดที่ไปต่อยคู่กรณี สำหรับหากมีค่ารักษาพยาบาลคู่กรณีทางนายธนัท ก็พร้อมชดใช้ ทั้งนี้ตนรู้สึกผิดและอยากขอโทษ โดยหากเจอกับคู่กรณีในครั้งหน้า ตนสามารถระงับอารมณ์ได้แน่นอน
ด้านทนายความเผยว่าเบื้องต้นในวันนี้ทางตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทางนายธนัทรู้สึกผิดและอยากจะขอโทษคู่กรณี ซึ่งอาจมีการนัดกับคู่กรณีกันต่อไป เพื่อขอโทษ
มีรายงานว่าทางตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายธนัท เนื่องจากฝั่งผู้เสียหายยังไม่มาแจ้งความดำเนินคดีโดยผู้ก่อเหตุเข้าข่ายข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่จะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายตามมาตราใด ต้องให้ฝ่ายผู้เสียหายไปตรวจร่างกายและขอใบรับรองแพทย์มาประกอบการพิจารณาการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี