หุ้นเด่น : 24 สิงหาคม 2569

‘เติบโตตามวัฏจักรการลงทุน’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) เติบโตตามวัฏจักรการลงทุน
มองบวกกับแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อใน 2H69
ทีมเศรษฐกิจของ KTB มองบวกกับแนวโน้มอัตราการขยายตัวของ GDP ใน 2H69 แม้ว่าสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์จะยังตึงเครียด และดุลการค้าจะถูกกดดันจากภาวะของการแข่งขัน ทั้งนี้มาตรการไทยช่วยไทยพลัสจะช่วยกระตุ้นการบริโภคใน 3Q69 และงบขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ของประเทศรอบสองน่าจะหนุนให้เกิดการลงทุนทั้งภาครัฐ และเอกชนในช่วงปลายปี ดังนั้นสินเชื่อที่ขยายตัว 3.6% YTD (สินเชื่อภาครัฐ +12.9%, สินเชื่อรายย่อย +1% และ สินเชื่อธุรกิจ +1.9%) น่าจะเร่งตัวขึ้นใน 2H69F โดยสินเชื่อใหม่ส่วนใหญ่จะมาจากสินเชื่อธุรกิจ และสายโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่ง ณ จุดนี้ เราใช้สมมติฐานอัตราการขยายตัวของสินเชื่อปี 2569F/2570F ที่ 5%/6% และ ใช้สมมติฐาน NIM ที่ 2.45%2.5% (จาก 2.47% ใน 1H69)
ยังมีโอกาสให้ลดค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) ลงได้อีกใน 2H69
เนื่องจากโครงสร้างสินเชื่อที่ค่อนไปทางสินเชื่อภาครัฐที่มีความเสี่ยงต่ำ และสินเชื่อรายย่อยของข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับ MOU (สินเชื่อสองกลุ่มนี้รวมกันมีสัดส่วนมากกว่า 50%) ทำให้คุณภาพสินทรัพย์ของ KTB จะประคองตัวได้ดีมาตลอด ทั้งนี้จากสัดส่วน NPL coverage ที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ มาอยู่ที่ 205% (สูงกว่าเป้าที่ 170%) และ สัดส่วน NPL อยู่ที่ 2.9% ( ต่ำกว่าเป้าที่ 3.1%) ซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถลดคชจ.สำรองฯ (credit cost) ใน 2H69 ให้ลงมาอยู่บริเวณขอบล่างของเป้าปีนี้ที่ 75-115bps ได้ ทั้งนี้เราใช้สมมติฐาน credit cost ที่ปีละ 1.04% สำหรับปี 2569F/2570F
ได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง
การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ใช้นโยบายคุมค่าธรรมเนียมธุรกรรมธนาคาร ผู้บริหารของ KTB ชี้แจงว่าจะกระทบกับรายได้ค่าธรรมเนียมเล็กน้อย คิดเป็นเพียง 2-3% ของรายได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งเมื่อพิจารณาจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปีละประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท คาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะลดลงประมาณ 600-700 ล้านบาท หรือ ประมาณ 1.3% ของกำไรสุทธิรายปี ทั้งนี้ถึงแม้ว่ากำไรในงวด 1H69 จะคิดเป็น 52% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา แต่เราใส่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อสร้าง platform สำหรับรองรับการเติบโตของรายได้ในปีหน้าเอาไว้แล้ว
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 48 บาท
ภายใต้คุณภาพสินทรัพย์ของ KTB ยังประคองตัวได้ดีขึ้น และโอกาสในการขยายสินเชื่อในวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ซึ่งสมควรที่หุ้นของธนาคารจะซื้อขายโดยมี premium จากธนาคารอื่นๆ ทั้งนี้เนื่องจาก ROE ของ KTB สูงที่สุดในกลุ่มธนาคารที่เกือบ 11% เราจึงใช้ PBV โดยให้ premium ที่ 1.3x ซึ่งทำให้ได้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนที่ 48 บาท
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

