บทบรรณาธิการ : 5 พฤศจิกายน 2569

ความดีไม่ใช่เกราะคุ้มกันการตรวจสอบ
กรณีมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมีบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นบุคคลสำคัญในการขับเคลื่อน กำลังกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาค โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารของมูลนิธิและการโอนเงินผ่านบัญชีบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การร้องเรียนและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เรื่องนี้มีเสียงสะท้อนจากคนในสังคมไม่น้อยที่ออกมาปกป้องบุ๋ม ปนัดดา โดยให้เหตุผลว่า ที่ผ่านมา
ได้ทำประโยชน์ให้สังคมมาอย่างมากมาย ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ลงพื้นที่ในยามเกิดภัยพิบัติ และอุทิศตนทำงานเพื่อส่วนรวมมาโดยตลอด หากจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้าง ก็ควรให้โอกาสและให้อภัยกัน
แน่นอนว่า ความดีที่บุ๋ม ปนัดดา เคยทำมาไม่ใช่เรื่องที่ใครจะปฏิเสธได้ และสังคมควรให้คุณค่ากับคนที่ลงมือทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ออกก็คือการชื่นชมความดีของบุคคล กับการตรวจสอบความถูกต้องในการบริหารเงินขององค์กร เป็นคนละเรื่องกัน
การช่วยเหลือสังคมเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนความโปร่งใสในการบริหารจัดการมูลนิธิเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ควรนำมาใช้ทดแทนหรือหักล้างกัน
ต้องไม่ลืมว่า เงินที่ไหลเข้าสู่มูลนิธิองค์กรทำดีไม่ได้เกิดจากรายได้ส่วนตัวของผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหาร แต่เกิดจากความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อบุ๋ม ปนัดดา และความเชื่อมั่นในภารกิจของมูลนิธิ รวมถึงความมีน้ำใจของผู้บริจาคที่ต้องการเห็นเงินของตนถูกนำไปใช้ช่วยเหลือผู้เดือดร้อน
เงินทุกบาทจึงมีเจตนาของผู้ให้กำกับอยู่ นั่นคือการนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของผู้ก่อตั้งผู้บริหาร หรือบุคคลใดที่เกี่ยวข้อง
นี่คือหลักการพื้นฐานที่องค์กรการกุศลทุกแห่งต้องยึดถือ และต้องยิ่งตระหนักมากเป็นพิเศษในองค์กรที่ระดมเงินบริจาคจากประชาชนเป็นจำนวนมาก
การใช้เงินบริจาคจึงต้องตรวจสอบได้ ตั้งแต่ ที่มาของเงิน การรับเงิน การเบิกจ่าย ผู้มีอำนาจอนุมัติตลอดจนหลักฐานการใช้จ่ายว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์จริงหรือไม่ หากมีการโอนเงินผ่านบัญชีบุคคลหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องสามารถอธิบายเหตุผลและแสดงเอกสารประกอบได้อย่างชัดเจน
การอ้างว่าเงินถูกนำไปใช้เพื่อก่อสร้างอาคารหรือจัดทำศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ก็ต้องพิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานทางบัญชี สัญญาจ้าง ใบเสร็จรับเงิน และหลักฐานการส่งมอบงาน ไม่ใช่เพียงคำยืนยันของผู้บริหารองค์กร
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ทรัพย์สินหรือสิ่งปลูกสร้างจะเป็นประโยชน์ต่อมูลนิธิจริงหรือไม่ ก็ต้องตรวจสอบทั้งกรรมสิทธิ์ การใช้ประโยชน์ และความถูกต้องของกระบวนการใช้เงิน ไม่ใช่พิจารณาเพียงว่ามีสิ่งปลูกสร้างเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น
กรณีนี้จึงไม่ควรจบลงด้วยการตัดสินผ่านความรู้สึกว่าใครเป็นคนดี ใครเคยช่วยเหลือใคร หรือใครได้รับความนิยมมากกว่ากัน แต่ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเอกสาร และพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ มีการแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว หรือ มีการกระทำใดที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นใคร มีชื่อเสียงเพียงใด หรือเคยสร้างคุณประโยชน์ให้สังคมมามากแค่ไหนก็ตาม
เพราะหลักนิติรัฐไม่เคยมีข้อยกเว้นให้กับคนที่ทำความดี และความนิยมของสังคมก็ไม่ใช่เครื่องมือยกเว้นความรับผิด
ในอีกด้านหนึ่ง สังคมก็ไม่ควรปล่อยให้กรณีนี้กลายเป็นเหตุให้ผู้คนหมดศรัทธาต่อการบริจาคหรือการทำงานขององค์กรสาธารณกุศล เพราะยังมีองค์กรและคนทำงานเพื่อสังคมอีกจำนวนมากที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต การตรวจสอบที่ตรงไปตรงมาจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความเชื่อมั่นขององค์กรเหล่านี้ด้วย
ท้ายที่สุด สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่การเห็นบุ๋ม ปนัดดา ถูกประณาม หรือได้รับการยกเว้นเพราะความดีในอดีต แต่ต้องการเห็นความจริงปรากฏอย่างชัดเจน เงินบริจาคถูกใช้ตรงตามเจตนาของผู้ให้ และหากมีใครกระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบ
ความดีควรได้รับการยกย่อง แต่ความโปร่งใสต้องได้รับการพิสูจน์ และความผิดต้องได้รับการตรวจสอบตามกฎหมาย ไม่มีเรื่องใดควรถูกนำมาใช้ลบล้างอีกเรื่องหนึ่ง
นี่ไม่ใช่การทำลายคนทำความดี แต่เป็นการรักษามาตรฐานของการทำความดีไม่ให้ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

