คอลัมน์ : เขียนเพื่อคิด

ตุลาคมรำลึก
ในแต่ละเดือนของปีจะมีเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ที่มีอิทธิพลและผลกระทบต่อโลกกว้าง และในกระบวน 12 เดือน เดือนตุลาคม ก็จัดได้ว่าเป็นเดือนที่มีความโดดเด่นยิ่ง เพราะมีเหตุการณ์
สำคัญๆ ที่ก่อให้โลกเกิดความเชื่อมโยงกันมากขึ้น และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งที่ประเทศต้นทาง และประเทศที่ใกล้เคียงและที่ห่างไกล ซึ่งเหตุการณ์สำคัญๆ ก็จะมีอาทิ
- การค้นพบทวีปอเมริกาของนักเดินเรือชาวสเปน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1492
- การประกาศของนักศาสนา มาร์ตินลูเธอร์ แห่งเยอรมนี ปฏิรูป ปฏิวัติคริสตจักร ไม่ขึ้นต่อองค์สันตะปาปา สำนักวาติกัน กรุงโรม ภายใต้ชื่อ Protestant Reformation ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 1517
- กองกำลังอเมริกันได้ชัยชนะเหนือกองทัพอังกฤษเจ้าอาณานิคมที่เมือง Yorktown, Virginia อเมริกาเป็นเอกราชโดยสมบูรณ์ ในวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 1781
- กองทัพเรืออังกฤษพิชิตกองทัพเรือฝรั่งเศสและสเปน ที่ Cape Trafalgar ในวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1805 ส่งผลให้อังกฤษก้าวขึ้นไปเป็นเจ้าโลกทางทะเลและเจ้าอาณานิคม
- การปฏิวัติสังคมล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แห่งราชวงศ์ชิง ที่นำโดย ดร.ซุน ยัตเซ็น เริ่มต้นที่เมืองอู่ชางในวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1911 และสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1912 จีนเริ่มต้นเป็นสาธารณรัฐ
- การปฏิวัติสังคมล้มล้างราชอาณาจักรรัสเซีย ในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1917 รัสเซียภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์
- การล่มสลายของเศรษฐกิจโลก The Wall Street Crash ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1929
- การจัดตั้งองค์การสหประชาชาติ ในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1945
- ฝ่ายคอมมิวนิสต์จีนนำโดย เหมาเจ๋อตุง มีชัยชนะเหนือฝ่ายรักชาติ (Nationalist Kuomintang นำโดยนายพลเจียง ไคเชก) ในวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 จีนแผ่นดินใหญ่ ใช้ชื่อว่า The People’s Republic of China ส่วนฝ่ายก๊กมินตั๋งหนีอพยพไปอยู่ที่เกาะไต้หวันใช้ชื่อว่า The Republic of China จนถึงทุกวันนี้
- สหภาพโซเวียตส่งดาวเทียมสปุตนิก 1 ขึ้นสู่อวกาศเป็นประเทศแรกของโลก ในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1957
- สหภาพโซเวียตทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ซาร์บอมบาที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ ในวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1961
- วิกฤตคิวบา ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1962 จากกรณีที่สหภาพโซเวียตได้เอาขีปนาวุธติดหัวระเบิดนิวเคลียร์ไปจัดตั้งไว้บนเกาะคิวบา คุกคามสหรัฐอเมริกาจนเกือบจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพโซเวียต
สำหรับราชอาณาจักรไทยเดือนตุลาคมก็เป็นเดือนแห่งการระลึกถึงทั้งองค์บุคคลมีคุณูปการอย่างมากต่อประเทศชาติ และเหตุการณ์ทางการเมืองทั้งที่เรียกร้องการมีส่วนร่วมในความเป็นไปของบ้านเมือง และทั้งที่มีความประสงค์ที่จะรักษาฐานันดรและสถานะเดิมไว้
เดือนตุลาคมได้จารึกไว้ซึ่งการสวรรคต 3 พระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ อันได้แก่
- พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411
- พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453
- พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559
- สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568
รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ได้ปกป้องความเป็นเอกราชของราชอาณาจักรไทยจากการคุกคามของลัทธิการล่าอาณานิคมของฝ่ายตะวันตก และทำนุบำรุงบ้านเมืองให้มีความทันสมัย โดยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงเลิกระบบทาสอีกด้วย ส่วนรัชกาลที่ 9 นั้น ทรงอุทิศเวลาอย่างมากมายต่อการพัฒนาการเกษตร และชนบทของไทยและด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็เป็นเสมือนคู่มือให้ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าสามารถพัฒนาตนเองด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความเหมาะสมพอเพียง เพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ นานา ที่ประดังเข้ามาที่ราชอาณาจักรไทยในโลกแห่งยุคโลกาภิวัตน์ของการเชื่อมโยง การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และการพัฒนา และการปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อปวงชนชาวไทยจะได้สามารถยืนหยัด รับมือและพัฒนาตนเองได้ด้วยตนเองอย่างสมศักดิ์ศรี
สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก็ได้ทรงฟื้นฟู ทรงเสริมศิลปะวัฒนธรรมของชาติ พัฒนาอาชีพ และส่งเสริมความภาคภูมิใจในการเป็นหมู่ชนที่เพียบด้วยประเพณีวัฒนธรรม และความงดงามของจิตใจ
กบฏบวรเดช (11 ตุลาคม พ.ศ. 2476) เหตุการณ์กบฏนำโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช ด้วยความรักชาติบ้านเมืองในมุมมองและความเชื่อถือของตน ก็ได้มีความเห็นต่างจากคณะราษฎร นโยบายและมาตรการของฝ่ายคณะราษฎร ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาในความคิดอ่านทางด้านการเมือง แต่ท้ายสุดก็ได้พ่ายแพ้ไป และฝ่ายกบฏก็ต้องลี้ภัยไปอยู่ในต่างแดนคือ เวียดนาม (ไซง่อน) และกัมพูชา
สำหรับเหตุการณ์ประท้วงต่อผู้ถืออำนาจรัฐในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 และในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ตามลำดับนั้น ก็ควรจะต้องมองย้อนกลับไปว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองที่ปฏิเสธการใช้อำนาจเผด็จการ และต้องการให้ได้เห็นสังคมไทยอยู่ภายใต้ร่มเงาของการมีเสรีภาพหรืออิสรภาพ (Freedom)
การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็มักจะมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและผู้คัดค้าน แล้วก็ต้องขับเคี่ยวกันไปเป็นกระบวนการ ซึ่งหัวใจของเรื่องก็คือ จะใช้แบบสันติวิธี หรือจะใช้แบบการใช้กำลังเพื่อเอาแพ้เอาชนะกัน
รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ทรงใช้สันติวิธีด้วยการเจรจาทางการทูตเป็นหลัก เพราะตระหนักดีว่าพละกำลังหรือแสนยานุภาพทางทหารมีจำกัด ไม่สามารถสู้รบกับฝ่ายตะวันตกได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ การพัฒนาประเทศเพื่อเสริมสร้างความทันสมัย รวมไปถึงการที่รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จเยือนเขตปกครองของเนเธอร์แลนด์ในอินโดนีเซีย และเขตปกครองของอังกฤษในชมพูทวีป และในที่สุดก็ได้เสด็จประพาสยุโรปถึง 2 ครั้ง ทั้งเพื่อเป็นการเรียนรู้ และการไปแสดงตนว่า ราชอาณาจักรสยามมิใช่มนุษย์ป่าเถื่อน แต่เต็มไปด้วยอารยธรรม และมีความสามารถและมีความพร้อมที่จะคบหาสมาคมกันอย่างมีศักดิ์ศรี มีความทัดเทียมด้วยมิตรไมตรี
เดือนตุลาคมเกี่ยวโยงกับการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ ซึ่งมีภาระหน้าที่ในเรื่องการเสริมสร้างสันติภาพและการร่วมมือ ซึ่งตัวองค์การเองนั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับประเทศสมาชิกเป็นสำคัญ และโดยตลอดมาโลกก็มีการรบราฆ่าฟันกันมากมาย โดยล่าสุดก็ยังมีเรื่องยูเครนกับรัสเซีย เรื่องสหรัฐอเมริกากับอิสราเอล และอิหร่าน และการเผชิญหน้าคิดอ่านบ่อนทำลายซึ่งกันและกันทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
แต่โลกก็ไม่ควรที่จะสิ้นหวัง เพราะมนุษย์เป็นสัตว์อันประเสริฐที่มีสภาวะจิตใจและความนึกคิดเหนือสัญชาตญาณแห่งความเป็นสัตว์ มนุษย์ก็มีความสามารถและอยู่ในสถานะที่จะอะลุ้มอล่วยต่อกันและกันได้เมื่อมนุษย์ตั้งอกตั้งใจ และก็หวังว่าเดือนตุลาคมของทุกๆ ปีต่อไปนี้ จะเป็นเดือนที่สันติภาพมีความเบิกบานยิ่งๆ ขึ้น
กษิต ภิรมย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

