คอลัมน์ : เส้นใต้บรรทัด

การพังครืนของ‘บุ๋ม ปนัดดา’
“บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี สร้างโปรไฟล์ที่แข็งแรงไว้ ทั้งในวงการนางงาม นักแสดง และวงการจิตอาสา เมื่อถูกเปิดเผยแกม “กระชากหน้ากาก” ว่า เอาเงินบริจาคในนาม “มูลนิธิองค์กรทำดี” ไปใช้ส่วนตัวและบ้างก็กล่าวรุนแรงถึงขั้นว่า “ปรนเปรอผัว” การพังครืนของความน่าเชื่อถือของเธอจึงสร้างแรงกระแทกที่รุนแรงมาก
ลำดับเหตุการณ์มหากาพย์ดราม่าและการตรวจสอบบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และ มูลนิธิองค์กรทำดี เรียงลำดับไทม์ไลน์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงสถานการณ์ล่าสุดในปัจจุบัน (พฤศจิกายน 2569) มีรายละเอียดดังนี้
1) ช่วงเริ่มต้น: จุดกำเนิดและปมบัญชีคู่ขนาน (ปี 2557 - 2565)
• ปี 2557: บุ๋ม ปนัดดา เริ่มก่อตั้งกลุ่มจิตอาสาในชื่อ “องค์กรทำดี” โดยเปิดบัญชีธนาคารชื่อ “องค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” เพื่อใช้รับเงินสนับสนุนและบริจาคในการทำสาธารณประโยชน์
• ปี 2565: มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็น “มูลนิธิองค์กรทำดี” อย่างเป็นทางการ และเปิดบัญชีในนามมูลนิธิฯ
แต่ยังคงใช้บัญชีแรกควบคู่กัน เนื่องจากประชาชนจดจำบัญชีเดิมได้ โดยทางมูลนิธิฯ ระบุว่ามีมติคณะกรรมการรับรองการใช้บัญชีเดิมเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565
2) ปมรอยร้าวชีวิตคู่และปัญหาที่ดิน (ปลายปี 2567 - ตุลาคม 2569)
• ปลายปี 2567: ความสัมพันธ์ระหว่าง บุ๋ม ปนัดดา และสามี (ก๊อต อธิป อนันทวรรณ) เริ่มมีปัญหาเรื่องหนี้สินและการเงินส่วนตัว บุ๋มระบุภายหลังว่าเงินในตู้เซฟหายไปราว 7 ล้านบาท และได้แยกห้องกันอยู่ตั้งแต่ช่วงนี้
• 5 ตุลาคม 2567: บุ๋มเปิดเผยว่าพบสัญญาซื้อขายที่ดินในตู้เซฟของสามี มูลค่า 2.5 ล้านบาท ซึ่งตนไม่เคยทราบมาก่อน
• 19 - 25 ตุลาคม 2569: บุ๋ม โพสต์ตัดพ้อในโซเชียลเรื่องการไว้ใจคนผิด พร้อมมีประเด็นเพจดังขุดคุ้ยเรื่องการใช้พื้นที่รัฐ (ที่ราชพัสดุ) กว่า 100 ไร่ ใน อ.บ้านนา จ.นครนายก ทำรีสอร์ทและสนามวิ่งเทรล ซึ่งโยงไปถึงสามี
3) มรสุมเงินบริจาค 45 ล้าน และการแฉจากผู้รับเหมา (27 - 28 ตุลาคม 2569)
• 27 ตุลาคม 2569: เพจตรวจสอบสังคม (เช่น เพจ“ออยศรีและผองเผือก”) ตั้งคำถามเสียงดังถึงความโปร่งใสของมูลนิธิองค์กรทำดี ว่าเหตุใดจึงยังใช้บัญชีชื่อส่วนตัวของบุ๋มรับบริจาค และมีการจัดการเงินอย่างไร
• 28 ตุลาคม 2569: บุ๋ม ปนัดดา ไลฟ์ชี้แจงทั้งน้ำตา ยอมรับว่าหละหลวมเรื่องการเบิกจ่ายเพราะความไว้ใจ โดยเงินบริจาคที่ถูกโอนออกไปนั้น เป็นการจ่ายค่าก่อสร้างศูนย์ต้านภัยพิบัติที่คลอง 8 จ.ปทุมธานี วงเงินประมาณ 50 ล้านบาท และเพจข่าวขยายผลคำให้การของ “ช่างเอ๋” ผู้รับเหมาพูลวิลล่าที่ภูเก็ต ที่แฉว่ามีเงินจากบัญชีองค์กรทำดีโอนเข้าบัญชีตน ก่อนที่ก๊อต อธิป จะสั่งให้โอนกลับเข้าบัญชีส่วนตัวของก๊อต รวมยอดหมุนเวียนกว่า 45 ล้านบาท บุ๋มยืนยันว่าเพจข่าวทั้งหลายเพิ่งทำให้ตนรู้เรื่อง “เงินทอน” นี้ และตนถูกสามีหลอก
4) มูลนิธิฯ สั่งพักงานประธาน - ระงับบริจาค (29 ตุลาคม 2569)
• 29 ตุลาคม 2569: ฝ่ายกฎหมายมูลนิธิองค์กรทำดี ออกแถลงการณ์ด่วน มีมติให้ บุ๋ม ปนัดดา ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานมูลนิธิฯ เป็นการชั่วคราว และแต่งตั้งรองประธานขึ้นรักษาการแทน พร้อมทั้งสั่งปิดรับบริจาคทุกช่องทาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบบัญชีและติดตามเอกสารโครงการก่อสร้างจากฝั่งของก๊อต อธิป
5) เจ้าหน้าที่รัฐลุยตรวจ - คนดังแห่ให้ปากคำ (31 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2569)
• 31 ตุลาคม 2569: “ออยศรี” นำกลุ่มผู้เสียหายและหลักฐานไทม์ไลน์การโอนเงินเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม
• 3 พฤศจิกายน 2569: บุ๋ม ปนัดดา เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ก๊อต อธิป และช่างเอ๋ ในข้อหาฉ้อโกง มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ, หนุ่ม กรรชัย และ พุทธ อภิวรรณ ซึ่งเป็นผู้บริจาครายใหญ่ (รายละ 8 แสน - 1 ล้านบาท) เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจ บก.ปอศ. ในฐานะพยาน, ในค่ำวันเดียวกัน ชมพู่ อารยา ดารานักแสดงชื่อดัง ซึ่งเคยบริจาคเงินให้มูลนิธิฯ ก็ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน ปอศ. เพื่อให้ถ้อยคำเช่นกัน
6) สถานการณ์ปัจจุบัน (4 พฤศจิกายน 2569)
• การตรวจสอบเส้นเงิน: พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. แถลงความคืบหน้าว่า จากพยานหลักฐานเบื้องต้น พบข้อมูลว่า บุ๋ม ปนัดดา มีการนำเงินบริจาคของมูลนิธิฯ ไปใช้จ่ายส่วนตัว ทำให้พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อข้ออ้างที่ว่า “ถูกสามีหลอกทั้งหมด” เนื่องจากเธอมีตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลบัญชีโดยตรง
• จ่อออกหมายเรียก/หมายจับ: ทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ระบุว่าพบยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีที่เกี่ยวข้องสูงมาก และ ผบช.ก. ได้ขีดเส้นเวลาอีก 1-2 วัน ในการประชุมสรุปสำนวนพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ใน 3 ข้อหาหลัก คือ ฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน
• การปูพรมตรวจทรัพย์สิน: มีการเข้าตรวจสอบโกดังเก็บของบริจาคขนาดใหญ่พื้นที่ 20 ไร่ ที่ จ.ปทุมธานี
และตรวจสอบประเด็นการสั่งระงับก่อสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ตที่เชื่อมโยงกับเงินก้อนดังกล่าว ขณะที่ทางตำรวจเตรียมเชิญดาราดังรายอื่น เช่น เบลล่า ราณี เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมในฐานะผู้บริจาครายถัดไป
7) พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางเงินและการดำเนินกิจการมูลนิธิองค์กรทำดี ของนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่โอนเงินบริจาคไปแล้วบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่รับรู้ข้อความการเชิญชวนบริจาคว่าต้องบริจาคผ่านช่องทางไหน รวมถึงช่วงเวลาที่บริจาค จำนวนเงินที่บริจาค รวมถึงข้อเท็จจริงที่พบว่าเงินดังกล่าวไม่ได้นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยรูปคดีของผู้เสียหายไม่มีความซับซ้อนและมีรูปแบบการกระทำที่ชัดเจน
สำหรับประเด็นข้อต่อสู้ของ บุ๋ม ปนัดดา ซึ่งอ้างว่าตนเองเป็นเหยื่อถูกสามีหลอกลวง รวมถึงประเด็นที่อ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นนั้นพนักงานสอบสวนไม่ได้ให้น้ำหนักกับคำกล่าวอ้างดังกล่าว เพราะ บุ๋ม ปนัดดา มีสถานะเป็นประธานมูลนิธิ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการการเงิน บัญชี การติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินให้ตรงตามวัตถุประสงค์ รวมถึงมีหน้าที่ลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินและรายงานประจำปีต่อกรมสรรพากร
“การที่สามี บุ๋ม ปนัดดา อ้างว่าภรรยาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาสามารถกล่าวอ้างได้ แต่ในทางคดีและพยานแวดล้อม รวมถึงผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีบ่งชี้ไปในทิศทางอื่น การอ้างลักษณะนี้ฟังไม่ขึ้น ซึ่งตำรวจไม่เชื่ออยู่แล้ว และหากพิจารณาจากความสามารถและสถานะทางกฎหมาย การกระทำที่ทำซ้ำ ๆ ต่อเนื่องกัน จะอ้างว่าไม่รู้ย่อมเป็นไปไม่ได้”
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวอีกว่า ส่วนการออกหมายเรียกหรือหมายจับ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและต่อจิ๊กซอว์คดีให้มีความสมบูรณ์ที่สุด โดยพิจารณาจากองค์ประกอบความร้ายแรงของคดี ผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างและพฤติการณ์ความเสี่ยงในการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งแม้ข้อหาจะมีอัตราโทษสูงและสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับได้ทันที แต่พนักงานสอบสวนจะพิจารณาเลือกใช้ช่องทางและมาตรการตามกฎหมายที่เหมาะสมต่อไป
ขณะที่การเรียกสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับเหมา โดยเฉพาะช่างเอ๋ ผู้รับเหมาก่อสร้างพูลวิลล่า ที่ จ.ภูเก็ต พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไปแล้วเมื่อคืนนี้ ส่วนช่างเอ็ม ผู้รับเหมาก่อสร้างมูลนิธิที่คลอง 8 จ.ปทุมธานี ได้นัดหมายให้มาสอบปากคำวันนี้ เวลา 14.00 น. โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณาจำแนกสถานะบุคคลเหล่านี้ว่าเป็นเพียงพยานใกล้ชิดเหตุการณ์หรือมีส่วนร่วมกระทำความผิดในฐานะผู้ร่วมขบวนการวงแรกหรือไม่
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า ตามแนวทางการตรวจสอบเส้นทางการเงินทุกขั้นตอนต้องมีความสมเหตุสมผลตามหลักธุรกิจทั่วไป ตั้งแต่การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดิน การทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน การว่าจ้างผู้รับเหมา การทำสัญญาว่าจ้างที่มีการกำหนดราคาและงวดงานอย่างชัดเจน ไปจนถึงบุคคลที่เข้ามาเป็นพยานในสัญญาและการชำระเงิน หากพบความผิดปกติ เช่น การไม่มีสัญญาจ้างหรือการจ่ายเงินสูงกว่ามูลค่างานจริงโดยไม่มีเหตุผลสมควร สิ่งเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลในการพิสูจน์เจตนาที่แท้จริงของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
“ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรายละเอียดเส้นทางการเงินทั้งหมดอย่างรอบคอบ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงทางคดีและดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด แต่ยืนยันว่า บุ๋ม ปนัดดา มีการ
นำเงินบริจาคของมูลนิธิฯ ไปใช้จ่ายส่วนตัว ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า บุ๋ม ปนัดดา นำเงินจากมูลนิธิ 800 ล้านบาท มาใช้จ่ายส่วนตัวนั้นตำรวจยังไม่มีข้อมูลในประเด็นนี้”
บทสรุป : ไม่เร็วและไม่ง่ายที่ “บุ๋ม ปนัดดา”จะฟื้นตัวกลับมาเป็นที่เชื่อมั่นเชื่อใจของสังคม และเรื่องนี้ยังลามเลยไปสู่การตรวจสอบ “นักบุญทุนคนอื่น”อีกหลายราย
จิตกร บุษบา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

