คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

ราคาต่อรอง
“เป็นต่อ เป็นรองและเสมอ” ถือเป็น “3 คำเฉียบฉมัง” ที่นักพนันมวย นักพนันบอล และนักพนันเกมราวีทุกชนิด ต่างนำมาใช้ในการ “ตัดสินใจ” เป็น “ราคาต่อรอง” ทางการพนัน
“3 คำดังกล่าว” สามารถ “เปลี่ยนแปลง” อย่างฉับพลันไปมาได้ตลอดเวลา ตั้งแต่ก่อนเวลาขึ้นเวทีของคู่ต่อสู้ ไปจนถึงยกแรกของการ “พันตู” จนถึงยกสุดท้ายของการ “ตุ๊บตั๊บ”
“สงครามชิวหา ระหว่างพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลในสารขัณฑ์ก็เช่นกัน โดยจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7 ถึง 11 ธันวาคม จนถูกสื่อตั้งชื่อเป็น “ศึกเซเว่น-อีเลฟเว่น”
ตั้งแต่เดือนตุลาคมมาแล้ว “ฝ่ายค้านเริ่มโหมโรง” ประกาศขอเปิด “ศึกม.151” จะเป็น “วันสลิ้งแตก” ฝ่ายค้านจะ “ไล่ล่า 18 มนุษย์ทองคำสวมเสื้อกั๊กสีน้ำเงิน ให้จบชีวิตไปเกิดใหม่เป็น 18 มนุษย์ทองเหลือง”
ปรากฏว่า สื่อสารขัณฑ์ต่างให้ “เรตติ้ง” ฝ่ายค้าน “เป็นต่อรัฐบาลอย่างท่วมท้น” เพราะ “รัฐบาลบริหารงานด้านแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ปัญหาเศรษฐกิจและความไม่โปร่งใสทางการเมืองจนถูกฝ่ายค้านขยี้ขย้ำอย่างสุดมันตั้งตัวแทบไม่ติด”
“แต่แล้ว ด้วยเก๋าเกมยกกำลัง 5 รัฐบาลตีกรรเชียงถอยอย่างสุดเก่ง เด้งเชือกอย่างสุดเจ๋ง จนคะแนนต่อรองตีตื้นขึ้นมาเสมอกัน”
“แล้วที่สุด รัฐบาลปล่อยอาวุธสุดดุดัน นอกจากลากยาวให้สงครามชิวหาในศึกม.151 ไปรบกันในวันหยุดยาวของชาวสารขัณฑ์ เป็นสงครามเซเว่น-อีเลฟเว่น ระหว่างวันที่ 7 ถึง 11 ธันวาคม จนทำให้ความร้อนแรงแห่งการรบขาดความสนใจจนหมดสีสันอย่างคาดไม่ถึง”
ล่าสุด รัฐบาลยัง “เสริมใยเหล็กให้แก่ตนเอง” ด้วยยุทธการ “อาหารสะกดจิต” สองมื้อติดๆ กันคือ
มื้อแรก “อาหารอินเดีย” ปรุงด้วย “มนต์ขลังของพระฤๅษีโคบุตร” จนพรรคสีเขียวจากฝ่ายค้าน 57 เสียงจะมายกให้รัฐบาลค่อนข้างแน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง
มื้อสอง “อาหารอีสานจุดจี๊ดจ๊าด บวกด้วยขนมหวานจับใจไม่รู้ลืม” จนทำให้แกนนำพรรคเสื้อแดงออกมา “ยืนยัน นั่งยัน นอนยันและตีลังกายัน”ว่า “74 เสียง พรรคสีแดงต่างเป็น สส.ร่วมรัฐบาลที่มีวินัย” ดังนั้น
“ศึกเซเว่น-อีเลฟเว่น” ทุกมือและทุกเสียงต่างถูกการันตี “ใช่เลยพี่น้อง”
ทันทีที่ “สองมื้ออาหารอัศจรรย์จบลง” สื่อทั้งหลายต่างออกมา “ทำนาย” สงครามชิวหา ม.151 ครั้งนี้ “ราคาต่อรอง” จะจบลงตรงที่ “ฝ่ายรัฐบาลจะชนะอย่างขาดลอย” หรือ “เป็นต่อ” โดยไม่มีราคา “เสมอหรือเป็นรอง” มาข้องแวะ
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

