วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘กกต.’ลงดาบ
สอบกปน.สุพรรณฯ
นับคะแนนใหม่ไม่ตรง
ส่อปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
กกต.สุพรรณบุรี ตั้งกรรมการสอบเอาผิด “กปน. 2 หน่วยเลือกตั้ง” เชื่อปฏิบัติหน้าที่มิชอบ“โอ๊ค” เยี่ยม “ทักษิณ” สุขภาพดีขึ้นมาก “ทนายวิญญัติ” ยันยื่นขอพักโทษแน่ ชงเรื่องเข้าอนุฯพิจารณามี.ค.นี้ ลุ้นรับอิสรภาพพ.ค.69 หลังรับโทษครบเกณฑ์2ใน3 ชี้ปมคดีม.112ไร้ผลกระทบ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ยอดส.ส.รายงานตัวสภารวม5วัน มีผู้แทนฯรายงานตัว115คน จาก‘8พรรคการเมือง’คงเหลืออีก281คน
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุพรรณบุรี (กกต.สุพรรณบุรี) เผยแพร่ข้อมูล กรณีเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์2569 การนับคะแนนเลือกตั้งสส.สุพรรณบุรี ใหม่และการดำเนินการกับผู้ที่กระทำการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย 1.สำนักงาน กกต.สุพรรณบุรี พบภาพและคลิปทางโซเชียลมีเดีย ที่ปรากฏภาพเหตุการณ์ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) นับคะแนนเลือกตั้งไม่ถูกต้องโดยไม่แสดงบัตรเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เห็นเครื่องหมายการลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งและขีดคะแนนเลือกตั้ง ในลักษณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถมองเห็นการขีดคะแนนได้
กกต.สุพรรณฯตั้งกก.สอบกปน.2หน่วย
สำนักงานกกต.สุพรรณบุรี จึงตรวจสอบข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นต่อ กกต.เพื่อพิจารณาสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2.กกต.มีคำสั่งที่ 306/2569 ลงวันที่ 24ก.พ.2569 สั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง สส.สุพรรณบุรี ใหม่ ดังนี้ 2.1 สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2, หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลบ้านช้าง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 2.2 สส.แบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 11 ตำบลสนามชัย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1, หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2, หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 3.กกต.ประจำเขตเลือกตั้งที่1และ2 ได้ประกาศกำหนดวัน เวลา และสถานที่นับคะแนนเลือกตั้งสส.ใหม่ ในวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. 2569 โดยผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ใหม่ พบว่า 3.1การนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่11 ต.สนามชัย อ.เมืองสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1, หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่2
3.2ผลการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ มีความแตกต่างจากผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 จนน่าเชื่อว่า กปน.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ, หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลบ้านช้าง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่2แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 4.ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ได้สั่งรับกรณีตามข้อ 3.2 เป็นสำนวนการสืบสวน และมอบหมายให้ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการสืบสวนและไต่สวนตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
‘โอ๊ค’ยัน’ทักษิณ’สุขภาพแข็งแรงดี
เวลา 10.40น.ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายคนโตของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือติ๊ก ภรรยาและนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ร่วมเดินทางเข้าเยี่ยมในฐานะตัวแทนครอบครัว ขณะที่หน้าเรือนจำยังคงมีมวลชนคนเสื้อแดงเดินทางมารอต้อนรับและให้กำลังใจสมาชิกครอบครัวชินวัตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบัน นายทักษิณได้รับการคุมขังมาแล้ว5เดือน21วัน
เวลา 11.30น.หลังเข้าเยี่ยม นายพานทองแท้ เปิดเผยว่านายทักษิณ มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงดี โดยการพูดคุยวันนี้เป็นการสนทนาเรื่องทั่วไป ไม่มีประเด็นอะไรเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องการพักโทษที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนั้น ไม่ได้มีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน ก่อนทั้งหมดจะกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและเดินทางกลับออกไป
ทนายย้ำขอพักโทษแน่นอนตามกม.
ด้านนายวิญญัติ เปิดเผยถึงอาการป่วยของ นายทักษิณ ว่า จากการพูดคุยพบว่า สุขภาพดีขึ้นกว่าระยะแรกๆที่เข้ามา สีหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน เนื่องจากมีลูกหลานและญาติเข้ามาเยี่ยมสม่ำเสมอ รวมถึงได้รับทราบถึงกำลังใจจากพี่น้องประชาชนและมวลชนคนเสื้อแดง สำหรับความคืบหน้ากระบวนการพักโทษนั้น ทนายวิญญัติ กล่าวว่า ตนในฐานะทนายความกำลังดำเนินการตามระเบียบและกฎกระทรวง รวมถึง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการทั้ง 3ชุดภายในเดือนมีนาคมนี้ ตามที่รมว.ยุติธรรม ได้ให้ข่าวไว้ โดยขณะนี้ นายทักษิณ เข้าสู่การคุมขังเดือนที่ 6แล้ว ซึ่งตามเกณฑ์การพ้นโทษจะต้องคุมขังให้ครบ2ใน3ของโทษทั้งหมด 8เดือน หากครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และได้รับการปล่อยตัวก็ถือเป็นเรื่องดีต่อตัวท่าน ครอบ ครัวและประชาชนที่เฝ้ารอ
คดีม.112ไม่เกี่ยวชี้ศาลยกฟ้องแล้ว
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีคดีมาตรา112 ที่มีการยื่นอุทธรณ์อยู่นั้น นายวิญญัติ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอขยายเวลาแก้อุทธรณ์ ซึ่งผลของคดีต้องกลับไปที่จุดเดิมคือ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว ท่านจึงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ การอุทธรณ์ของโจทก์ หรืออัยการ เป็นเพียงกระบวนการตามขั้นตอน ซึ่งไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาในขณะนี้ ที่สำคัญคือคดี112 เป็นคนละส่วนกับการพักโทษ เพราะการพักโทษเป็นเรื่องของคดีที่ถึงที่สุดแล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อกัน ส่วนการให้กำลังใจประชาชนที่รอคอยการได้รับอิสรภาพของ นายทักษิณ เดือนพฤษภาคมนี้ เชื่อว่าวันนั้นจะมาถึงในเร็วๆนี้ และทุกคนจะได้เห็นว่าท่านได้รับการบังคับโทษตามเกณฑ์อย่างครบถ้วนแล้ว ส่วนภารกิจของ นายทักษิณ หลังออกมาจะเป็นอย่างไรนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวที่ท่านจะดำเนินการเอง พร้อมฝากถึงประชาชนที่กำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจหรือความกังวลเรื่องการเมืองว่าขอให้ใจเย็นๆ เนื่องจากประเทศชาติมีกลไกดำเนินการอยู่
ถามโพลสำรวจที่ไหนไม่อยากร่วมรบ.
จากกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลล์ สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ว่า หาก4 พรรคเพื่อไทย, ประชาชน , พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมรัฐบาลกับ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นบอกประชาชนในส่วนของพรรคกล้าธรรม64.35%เห็นว่าไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย 34.05% ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยและ1.60 %ไม่ตอบ/ไม่สนใจ นั้น
นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะกรรมการบริหาร (กก.บห.)พรรคกล้าธรรม(กธ.)และสส.สระบุรี กล่าวว่า โพลล์ก็คือโพลล์ แต่ในส่วนพรรคกล้าธรรม โดยส่วนตัวตนอยู่พรรคกล้าธรรม เราก็อยู่ด้วยกันและพูดคุยกันตลอด แต่ประเด็นหลักสำคัญก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่และกรรมการบริหารพรรค แต่ในเรื่องของการทำงาน ตนในฐานะผู้แทนราษฎรอะไรดีที่สุดต่อพี่น้องประชาชนก็ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ไม่มีปัญหาก็ทำงานได้อย่างดี ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ต้องเข้มแข็ง เป็นฝ่ายรัฐบาลก็ต้องเข้มแข็งประเทศไทยก็ไปได้ ถ้าฝ่ายค้านอ่อนแอก็ไม่โอเค หรือถ้ารัฐบาลอ่อนแอประเทศก็ไม่โอเค ถ้าสองระบบนี้เข้มแข็งจึงจะดีที่สุด แต่โดยส่วนตัวตนอยู่ตรงไหนก็ได้
ลั่นกธ.พร้อมเป็นได้ทั้งรบ.หรือฝ่ายค้าน
‘ส่วนที่ประชาชนเชียร์ให้พรรคกล้าธรรมไม่เข้าร่วมรัฐบาลนั้น ผมก็ไม่เข้าใจว่า โพลล์ไปสอบถามประชาชนตรงส่วนไหนเพราะบางพื้นที่ก็บอกว่า อยากให้พรรคกล้าธรรมเป็นรัฐบาล เพราะทำดีทำได้ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี บางพื้นที่หรือจากที่ผมฟังสื่อกระแสก็บอกว่า อยากให้พรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน จะได้ตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเข้มแข็ง ดังนั้นจึงมีความเห็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งก็อยากให้พรรคมาเป็นรัฐบาล อีกฝ่ายหนึ่งที่อยากให้พรรคเป็นฝ่ายค้านจะทำงานได้เป็นอย่างดี พรรคกล้าธรรมยืนได้ทั้งสองฝั่ง ส่วนจะอยู่ฝ่ายค้าหรือฝ่ายรัฐบาล ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่และกก.บห.จะตัดสินใจ ส่วนเรื่องงูเขียวในพรรคก็ไม่มี เป็นเรื่องคุยกันเล่นสนุกมากกว่า เรามาด้วยกัน รักกัน อบอุ่น ขณะนี้ก็รอให้กกต.รับรองผล พวกเราก็พร้อมที่จะตามไปกับผู้บริหารพรรค คาดว่าวันที่ 5มีนาคม พรรคกล้าธรรมอาจจะไปรายงานตัวพร้อมกันที่รัฐสภาฯ’
‘ธรรมนัส’ยันไม่มีคืบหน้ตั้งรบ.
ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลกล่าวสั้นๆว่าว่า”ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ทุกอย่างยังเหมือนเดิมตามที่ได้ให้สัมภาษณ์ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว“
สส.รายงานตัววันที่5มาแล้ว115คน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรายงานตัวของสส.ชุดที่27 ที่เปิดให้รายงานตัว ที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นวันที่ 5 ตั้งแต่ช่วงเช้า ในเวลา08.30น.โดยในช่วงเช้าของวันนี้ (2 มี.ค.) มี สส.มารายงานตัวแล้ว 13 คน ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สส.อุดรธานี เขต 6 ,นางสาวนันทวัน วิเชียร สส.นครศรีธรรมราช เขต 2 , นายสุพล จุลใส สส. ชุมพร เขต 3 ,นางสาวพรพิมล ธรรมสาร สส. ปทุมธานี เขต8 , นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สส. ปราจีนบุรี เขต 2 , นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ เชียงราย เขต 5 , นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช สส.อุบลราชธานีเขต 11, นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สส.สุราษฎร์ธานีเขต 1 และ นายพิชญุตม์ พอจิต สส. อุตรดิตถ์เขต1 พรรคเพื่อไทย นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส. เลย เขต 2 , นาย สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สส. กำแพงเพชร เขต4,นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย เขต2 ขณะที่พรรคประชาชนมารายงานตัวแล้ว 1 คน คือนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต7 ทั้งนี้ ตลอด 5วัน มีสส.มารายงานตัวแล้ว 115คน จาก 8พรรค ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐและพรรคโอกาสใหม่ ยังเหลืออีก 281คน ตามที่ กกต.ประกาศรับรองสส.แบบแบ่งเขต 396คน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี