วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569
.jpg)
“กำนันเป๊าะ” หรือ นายสมชาย คุณปลื้ม อายุ 80 ปี ได้รับการพักการลงโทษเป็นกรณีพิเศษ
สร้างความฮือฮา และเป็นที่น่าสนใจ
1. กรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้อนุมัติพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ จำนวน 2 ราย ตามที่คณะกรรมการพักการลงโทษ กรมราชทัณฑ์ ได้นำเสนอ
ประกอบไปด้วย น.ช.สมชาย คุณปลื้ม คดีสนับสนุนให้เจ้าพนักงาน (มีหน้าที่ซื้อทรัพย์) ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต และคดีร่วมกันใช้ จ้างวาน ให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองฯ และ น.ญ.จันทร์เพ็ญ สืบเม้ย คดีมีและพยายามจำหน่ายยาบ้า
ยืนยันว่า เป็นไปตาม ข้อ 92 วรรคสาม แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2553) ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 ประกอบมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ประกอบประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดเข้าโครงการพักการลงโทษ กรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรงฯ พ.ศ. 2560
พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบายว่า หากเป็นการพักโทษกรณีปกติ จะมีหลักเกณฑ์หลักๆ คือ ต้องจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จจะเสนอไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อลงนามเสนอให้พักโทษ “ส่วนการพักโทษกรณีพิเศษ เช่น กรณีของ “กำนันเป๊าะ” นั้น ต้องถูกจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 เป็นนักโทษชราอายุ 70 ปี มีเหตุเช่นป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย เข้าโครงการดังกล่าว”
2. กำนันเป๊าะถูกตัดสินจำคุก 5 ปี 4 เดือน ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว และจำคุก 25 ปี ในคดีจ้างวานฆ่านายประยูร สิทธิโชติ หรือ กำนันยูร
รวมโทษจำคุก 30 ปี 4 เดือน
เจ้าตัวหลบหนีไปก่อนตั้งแต่ปี 2549 แต่มาถูกตำรวจจับได้คาด่านมอเตอร์เวย์ เมื่อปี 2556 จากนั้นถูกส่งตัวเข้าไปคุมขังในเรือนจำ
ระหว่างนั้น ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่นอนโรงพยาบาลมากกว่านอนในเรือนจำ
ก่อนที่กระทรวงยุติธรรมยุคพลเอกไพบูลย์ประกาศเอาจริงกับนักโทษจะต้องติดคุกจริงๆ กำนันเป๊าะถูกนำตัวกลับมาควบคุมที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่ล่าสุด มีข่าวว่า ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากมีอาการหยุดหายใจขณะนอนหลับ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาจนถึงปัจจุบัน และได้เข้าโครงการ ได้รับการพักการลงโทษในที่สุด
3. คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว ที่กำนันเป๊าะถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี 4 เดือนนั้น เข้าขั้นคลาสสิก
ควรจดจำ ศึกษาเป็นบทเรียนอย่างยิ่ง
กรณีดังกล่าว เป็นโครงการของเมืองพัทยา โดยที่กำนันเป๊าะไม่ได้ดำรงตำแหน่งในเมืองพัทยาเลย ไม่มีชื่อเป็นผู้ขายที่ดินเลย แต่สุดท้าย กระบวนการยุติธรรมก็สามารถเอาผิดกำนันเป๊าะได้ด้วยพยานหลักฐานแน่นหนา
เริ่มจากเมืองพัทยาดำเนินการจัดซื้อที่ดินสำหรับใช้เป็นที่ทิ้งขยะ
รู้ทั้งรู้ว่า ที่ดินตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 140 ไร่ ของนายพีระ หรือ เฉลียว ศิลรัตน์ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าบางละมุง”
ซื้อที่ดินมาในราคาไร่ละ 50,000 บาท แต่มีขบวนการทำให้เมืองพัทยารับซื้อที่ดินดังกล่าว จากนายพีระในราคาไร่ละ 668,000 บาท รวม 140 ไร่ เป็นเงิน 93.52 ล้านบาท
ราคาสูงเกินกว่าความเป็นจริงมาก โดยเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต เป็นการเสียหายแก่รัฐ
กำนันเป๊าะถูกศาลฎีกาตัดสินว่าผิด ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต
4. คำพิพากษาระบุชัดว่า แท้ที่จริง นายพีระ เป็นเพียงตัวแทนของกำนันเป๊าะ โดยเป็นคนสวนของกำนันเป๊าะ โดยในคำพิพากษามีพยานหลักฐานยืนยันแน่นหนา ละเอียดถึงขนาดว่า
นายสมุทร ลูกจ้างประจำของมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเป็นพี่ชายนายพีระ เบิกความว่า เดิมนายพีระชื่อเฉลียว ก่อนเกิดเหตุนายพีระทำงานเป็นคนสวนอยู่ที่บ้านของกำนันเป๊าะ เคยไปที่บ้านกำนันเป๊าะ 2-3 ครั้ง เคยติดยาเสพติดถูกจับกุมและศาลพิพากษาจำคุก หลังพ้นโทษแล้วเลิกยาได้ กำนันเป๊าะก็รับกลับเข้าทำงานเดิม
นายดาบนิพนธ์ ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรตำบลแสนสุข ยืนยันว่ารู้จักนายพีระ ก่อนเกิดเหตุนายพีระเป็นคนทำสวนอยู่ที่บ้านกำนันเป๊าะ โดยนายพีระเคยมาติดต่อขอให้ไปจับกุมคนร้ายในกรณีพี่สาวนายพีระถูกสามีแทงตาย
ศาลชี้ว่า เมื่อพิจารณาสถานภาพของนายพีระแล้วจะเห็นว่าไม่ปรากฏว่านายพีระมีบ้านหรือทรัพย์สินใดๆ ไม่ปรากฏหลักฐานถึงสถานภาพทางการเงินว่าจะเป็นผู้มีเงินหลายล้านบาทไปซื้อที่ดินมาขายให้กับเมืองพัทยา แม้แต่ค่าธรรมเนียมในการโอนขายที่ดินให้แก่เมืองพัทยายังต้องให้นายวิชัย คูหา ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาบ้านฉาง นำเงินของธนาคารมาทดรองจ่าย พฤติการณ์ตามที่โจทก์นำสืบมารับฟังได้ว่านายพีระเป็นคนทำสวนของกำนันเป๊าะ
นอกจากนี้ ยังมีพยานยืนยันในทำนองเดียวกันอีกหลายปาก
5. ที่สำคัญ ในคำพิพากษาระบุชัดเจนว่า เงินค่าที่ดินที่นายพีระรับมาจากเมืองพัทยา ในที่สุดก็ไหลไปสู่กำนันเป๊าะและภริยานั่นเอง
คำพิพากษาระบุรายละเอียดว่า ในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ครอบครอง เมืองพัทยาได้จ่ายค่าที่ดินให้นายพีระเป็นเช็คธนาคารกรุงไทย จำนวนเงิน 93,520,000 บาท ในวันเดียวกันนั้น นายพีระถอนเงิน 32,060,986 บาท ฝากเข้าบัญชีของกำนันเป๊าะ ที่ธนาคารเดียวกัน 30 ล้านบาท อีกราว 2 ล้านบาทจ่ายค่าธรรมเนียมที่ธนาคารทดรองออกไปก่อน
วันที่ 21 มิถุนายน 2536 มีการถอนเงินจากบัญชีนายพีระ 20 ล้านบาท ฝากเข้าบัญชีของกำนันเป๊าะ
วันที่ 22 มิถุนายน 2536 มีการถอนเงินจากบัญชีนายพีระ 15 ล้านบาท ฝากเข้าบัญชีของกำนันเป๊าะ
แล้วยังดำเนินการในลักษณะนี้อีกหลายครั้ง ซึ่งในคำพิพากษาจำแนกไว้หมด
โดยวันที่ 25 มิถุนายน 2536 มีการถอนเงินจากบัญชีนายพีระเป็นครั้งสุดท้าย จำนวน 6.5 ล้านบาท จนเงินหมดบัญชีและปิดบัญชี
“...จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นว่า หลังจากเมืองพัทยาจ่ายค่าที่ดินแล้ว กระแสการไหลของเงินที่นายพีระได้จากการขายที่ดินให้แก่เมืองพัทยาได้ไหลออกจากบัญชีของนายพีระไปเข้าบัญชีของจำเลยที่ ๑ (กำนันเป๊าะ) เกือบทั้งหมด... ข้อเท็จจริงยังปรากฏต่อมาว่า หลังจากกระแสเงินไหลจากบัญชีนายพีระไปสู่บัญชีของจำเลยที่ ๑ แล้ว จำเลยที่ ๑ ได้โอนเงินเข้าบัญชีของภริยารวม ๓ ครั้ง จำนวน ๗๐,๐๐๐,๐๐๐บาท คือในวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๓๖ จำนวน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐บาท วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๓๖ จำนวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๓๖ จำนวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อรวมกับเงินที่นายพีระโอนเข้าบัญชีภริยาจำเลยที่ ๑ อีก ๑๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว เท่ากับมีเงินไหลเข้าบัญชีของภริยาจำเลยที่ ๑ ถึง ๘๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท”
ยิ่งกว่านั้น ศาลชี้ด้วยว่า “...เมื่อพิเคราะห์ถึงสถานภาพของนายพีระดังวินิจฉัยข้างต้นแล้ว ยิ่งปรากฏชัดว่า นายพีระเป็นตัวแทนหรือหุ่นเชิดของจำเลยที่ ๑ (กำนันเป๊าะ) ในการโอนขายที่ดินให้แก่เมืองพัทยาในครั้งนี้”
6. กรณีกำนันเป๊าะ น่าจะเป็นกรณีศึกษา และถูกหยิบยกมาถกเถียงกันอีกหลายแง่มุมในอนาคต
ทั้งบทบาทในกรณีทุจริตข้างต้น ความเป็นตำนานผู้กว้างขวางภาคตะวันออก และรวมถึงการได้รับการพักการลงโทษในครั้งนี้ด้วย ว่าจะเป็นแบบบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตแก่ใครอีกบ้าง
สารส้ม

ที่สุดของพลังใจ อัยด้า ภรรยา รถถัง เคียงข้างในวันที่บอบช้ำ ชมคลิป
เศรษฐกิจอิหร่านเตรียมล่มสลาย?! ค่าเงิน เรียลอิหร่าน ร่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
นักเขียนซีไรต์ ชู หมอวรงค์ มือปราบวงจรอุบาทว์ กล้าปฏิวัติระบบการเมืองไทย
จับตาก้าวต่อไป ยูเออี ยังไม่คิดถอนตัวจากองค์กรอื่น ส่งสัญญาณทบทวนผลประโยชน์
สายสัมพันธ์พี่น้อง บอย ท่าพระจันทร์ ควัก 1 แสน ปลอบขวัญ รถถัง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี