วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ปัจจุบัน การ “ไลฟ์ คอมเมิร์ซ” (Live Commerce) ขายทุเรียน มีอยู่มากหลาย คึกคักมาก
บางราย ขายลูกละ 25 บาท
บางราย 3 ลูกร้อย
พิมรี่พาย ประกาศขายทุเรียนลูกละ 100 บาท เป็นต้น
แต่ทั้งหมด คือ เทคนิคการตลาดของพ่อค้าแม่ขาย ในการดึงดูดคนให้มาติดตามการ live ขายทุเรียนสด และก็จะมีการขายทุเรียนส่วนที่ราคาแพงกว่านั้นอยู่ด้วยเสมอ
ยิ่งกว่านั้น ปัจจุบัน ยังอินฟลูฯชาวจีน มา Live ขายทุเรียนไปยังผู้บริโภคชาวจีนด้วย
1. เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียนปี 2569 ที่จังหวัดจันทบุรี
ได้ร่วมไลฟ์ขายทุเรียนกับคุณเยี่ยน กงจู่ เยี่ยน เจินเสี่ยน อินฟูลเอนเซอร์จีนเพื่อขายทุเรียนไทยไปยังตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของทุเรียนไทย (ปีที่แล้วไทยส่งออกทุเรียนไปจีน 9 แสนตัน)
แต่ภาพใหญ่ของการลงพื้นที่ของรองนายกฯ ศุภจี คือ ไปติดตามดูแลและจัดการปัญหาทุเรียน “ทั้งระบบ”
คุณศุภจี อธิบายว่า เนื่องจากในปี 2569 เราคาดว่า ผลผลิตทุเรียนทั้งประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 33%
โดยภาคตะวันออกเป็นพื้นที่สำคัญ เพราะมีผลผลิตประมาณ 0.998 ล้านตันหรือคิดเป็น 48% ของทั้งประเทศ และผลผลิตจะออกสู่ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การบริหารจัดการต้องทำทั้งระบบ
“...ได้หารือกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี สมาคมทุเรียน ผู้ประกอบการล้ง หอการค้าจังหวัด และเกษตรกร แบบนั่งล้อมวงหารือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ทั้งข้อมูล ความเห็น และข้อแนะนำ
เพราะเราต้องรับมือกับทุเรียนที่ในปีนี้จะมีผลผลิตมากขึ้นถึง 33% และหากผลผลิตออกมามากและส่งออกไม่ทัน ก็อาจจะส่งผลกระทบกับราคา
ดังนั้น สิ่งที่คุยกัน ครอบคลุมตั้งแต่ต้องเพิ่มการแปรรูป เพิ่มมูลค่า ยืดอายุสินค้า และกระจายรายได้ทั้งปี ด้วยวิธีที่หลากหลาย
โดยเฉพาะการแปรรูป ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกิน เช่น การพัฒนาทุเรียนแช่แข็ง ที่กระทรวงพาณิชย์พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือดูแลในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งห้องเย็นและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงเพื่อให้ทุเรียนผลสดของไทยสามารถขายได้ทั้งปี ด้วยคุณภาพที่ดี เพราะ “คุณภาพต้องมาก่อน” และต้องได้ราคาที่ดีด้วย
เรายังมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการบริโภคในประเทศ เพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและรักษาเสถียรภาพราคา
เนื่องจากปัจจุบัน ทุเรียนไทยส่งออกประมาณ 70% และบริโภคในประเทศ 30%
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับทุกภาคส่วน ตั้งเป้าระบายผลผลิตในประเทศ ไม่ต่ำกว่า 450,000 ตัน ผ่านการเชื่อมโยงตลาดกลาง ห้างโมเดิร์นเทรดกว่า 350,000 ตัน ควบคู่กับการขายผ่านไปรษณีย์ไทยและช่องทางออนไลน์
กระทรวงพาณิชย์จะทำงานแบบบูรณาการ ด้วยการผนึกความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล
เราจะทำงานร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของการควบคุมคุณภาพผลผลิต รวมถึงเร่งประสานงานกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการบริหารน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรจากปัญหาภัยแล้ง
การลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรับฟังปัญหาและเติมเต็มสิ่งที่เกษตรกรยังขาด ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้พี่น้องเกษตรกร ทั้งด้านตลาด การแปรรูป และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเราพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้ค่ะ”
2. หลังเกิดประเด็นดราม่าการเมือง โจมตีรัฐมนตรีศุภจี ทำนองว่า ร่วมกับพิมรี่พายขายทุเรียนในราคาต่ำ ทำลายราคาทุเรียน ฆ่าชาวสวน ทำลายกลไกตลาดทุเรียน ฯลฯ
รมต.ศุภจี ชี้แจงว่า
“ขออนุญาตอธิบายประเด็นการทำ ‘ไลฟ์ คอมเมิร์ซ’ (Live Commerce) ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ เพิ่มเติมดังนี้ นะคะ
1) เราคาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีผลผลิตทุเรียนมากกว่าปีก่อน 33%
2) เราจึงมีการวางแผนการตลาดเชิงรุก ทั้งการตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ เพื่อไม่ให้มีผลผลิตส่วนเกิน แล้วมาแก้ที่ปลายเหตุ
3) หนึ่งในช่องทางการตลาด คือ Live Commerce ซึ่งจะสามารถช่วยกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
4) เราได้มีการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์หลายคนทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งแต่ละท่านมีวิธีการตลาดที่แตกต่างกันไป โดยกระทรวงไม่ได้มีการสนับสนุนรายใดเป็นพิเศษค่ะ
.png)
5) ในส่วนของคุณพิมรี่พาย ทราบว่าเธอมีความตั้งใจจะช่วยเหลือเกษตรกร โดยการซื้อ/ขายเป็นการตกลงตามความพอใจระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ สำหรับเทคนิคการขายและการทำโปรโมชันของคุณพิมรี่พายอาจจะมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาเฉพาะของเธอ
ส่วนที่หลายคนกังวลว่า สินค้าอาจจะไม่ตรงปก เข้าใจว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นนะคะ เพราะกระแสตอบรับจากพี่น้องประชาชนแรงมากขนาดนี้ จะเป็นที่จับตา และหน่วยงานกำกับดูแลก็ควรติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้วค่ะ
6) ส่วนเรื่องราคาทุเรียน ณ ปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ดีตามที่โฆษกกระทรวงพาณิชย์ได้ให้ข้อมูลไปแล้วว่า ราคาท้องตลาด เกรดส่งออก AB อยู่ที่กิโลกรัมละ 135 -150 บาท เกรด C
อยู่ที่กิโลกรัมละ 90 – 100 บาท เกรด D อยู่ที่กิโลกรัมละ 70 - 80 บาท เกรดคละอยู่ที่กิโลกรัมละ 125 - 130 บาท โดยในแต่ละช่วงราคาจะแตกต่างกันตามคุณภาพของผลผลิต
ขอเรียนว่า วัตถุประสงค์ของความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ ในการทำ Live Commerceก็เพื่อบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกินที่กำลังจะออกมามาก และเพื่อให้ผลผลิตส่งถึงมือผู้บริโภค ที่เป็นพี่น้องประชาชนในประเทศ ได้อย่างรวดเร็วที่สุดค่ะ” - ศุภจี สุธรรมพันธุ์
3. นายสันติสุข มะโรงศรี พิธีกรข่าว Top News โพสต์ความเห็น ปรากฏว่ามีคนแชร์ต่อจำนวนมาก ระบุว่า
“...“คุณสันติสุข ทุเรียนต้นฤดู ถ้าใครไปกดราคา สวนไหนก็ไม่บ้าขายให้หรอกครับ
ลูกขนาด1-2โล ตกไซส์ หรือตกเกรดส่งนอก ในตลาดก็มีขายนะครับ (แต่ถ้าเป็นทุเรียน ไซส์ A/B ส่งนอก ตอนนี้ราคาที่ล้ง 135+ต่อกิโล ใครจะบ้าขายลูกละ100)
ไอ้ที่โวยวายหนักตอนนี้ คือ พวกพ่อค้าที่ซื้อจากสวน แล้วกะฟันกำไรต้นฤดูจากคนอยากกินทุเรียน นั่นสิโมโหที่ถูกศุภจีจัดโปรโมชั่นขายกระหึ่ม พวกนี้กะโกยเงินต้นฤดูไม่แบ่งชาวสวน 555”
.... แหล่งข่าวบอกมาครับ 555
ความจริง คือ ทุเรียน 2 ล้านตันที่จะออกมาปีนี้ ถ้าคิดลูกละสองกิโล นี่มันมากกว่า 1,000 ล้านลูกเลยนะครับ
ถ้ากองพะเนินเทินทึก นี่มันภูเขาทองหลายลูกเลยนะครับ
มันมากกว่าผลผลิตปีที่แล้ว 33% (หรือเพิ่มมา 1 ใน 3 ) ปีที่แล้วเราส่งออกไปจีนได้ 9 แสนกว่าตัน
คนบริหารภาพรวมเขารู้ เขาก็ต้องเร่งสร้างกระแสด้านดีมานด์ ทั้งในและต่างประเทศเอามาจัดโปรโมชั่นสักลูกจากพันลูก มันจะแปลกอะไร
ทุเรียนพันล้านลูกนี่ มันไม่ใช่ทุกลูกจะขายได้ลูกละ 250 บาทอยู่แล้ว มันหลายเกรดมันมีพวกอร่อย แต่ตลาดนอกไม่นิยมก็มี (พิมรี่พายขาย แม่ค้าก็ต้องบอกว่าของเลิศอยู่แล้วและเขาก็ไม่ได้ขายแต่ลูกละร้อยนะ)
ผมว่าให้คุณศุภจีแกทำงานเถอะ ดีแล้ว
ส่วนพวกล็อกเป้าถล่มหวังดิสเครดิตการเมือง ประเภททำอะไรก็ด่า ขนาดทรงผมยังแขวะ ช่วยรถพุ่มพวงยังด้อยค่า (สมัยลุงตู่ก็โดน) พวกนี้นับวันจะไร้ประโยชน์ ไม่ช่วยแล้วยังขัดแข้งขัดขา
....ยิ่งกว่า “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ”
คือ มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ แล้วยังเอาไม้พายตีหัวคนพาย
ย้ำว่า ทุเรียนปีนี้ ผลผลิตมากขึ้น 30% (คาดการณ์รวมกว่า 2.071 ล้านตัน)ต้องขยายตลาดทุกมิติครับ
พาณิชย์คุยกับจีนตั้งแต่ต้นปี
นายกฯหนู+ศุภจีคุยกับทูตจีน(ที่ส่งข้าวลอตแรก 4 หมื่นตันจาก5แสนตัน นั่นน่ะเขาคุยเรื่องทุเรียนด้วย)
ส่งคนไปตรวจด่าน ไปดูตลาดที่จีน
พอทุเรียนเริ่มออก ก็เร่งช่วยกระตุ้นตลาด สร้างกระแสกินทุเรียน ทั้งในไทยและในจีน
ดึงอินฟลูจีนมาไทย ดึงอินฟลูไทยช่วยขาย เอาทุเรียนเกรดรอง(คนละเกรดกับส่งออก)มาขายราคาถูก จัดโปรโมท ฯลฯ
ฝ่ายค้านบางพรรคถ่มถุย อวดฉลาด ปั่นว่าศุภจีทำตัวเป็นแม่ค้าออนไลน์ ขายทุบตลาด (ทุเรียน 2 ล้านตัน ใจคอจะไม่มีโปรโมทกระตุ้นตลาดอะไรเลยหรือ คนค้าขายเขาคิดได้หมด)
จริงๆ คือ พยายามด้อยค่าศุภจีตามแผนทำลายทางการเมืองตะพึดตะพือ...” – สันติสุข มะโรงศรี พิธีกรข่าว Top News
4. คุณอนิศ โอสถานุเคราะห์ Anit Osathanugrah วิเคราะห์น่าสนใจ ระบุว่า
“ทุเรียน ลูกละร้อย ผิดไหม
ดราม่า เรื่องการขายทุเรียน หนาหูจังช่วงนี้ เลยออกมาเล่าให้ฟัง สักหน่อย ในฐานะคนเคยทำส่งออก มาพักนึง
แล้วเจ๊งนะ 55
ทุเรียนไทย มีหลายภาค ใต้ก็มีเยอะ แต่เขาว่าจันทบุรี ดีที่สุด
จำนวนทุเรียน ที่ผลิตมาทั้งหมดของประเทศ ถ้าเก็บไว้กินประเทศไทยทั้งหมด รับรองว่าเหลือบานเบะ ทิ้งเละเทะแน่
เพราะกลไกตลาด ถูกสร้างปลูกมาเพื่อส่งออก ประเทศจีน เหมาหมด เกือบ 90%
....สรุป กลไกราคาเรา มันอยู่ที่จีน เพราะเขาบริโภคสูงสุด
ถ้าเขาพร้อมใจแกล้งไม่รับ ตายยกจังหวัด แต่ไม่ง่าย เพราะ demand มันสูง
คราวนี้ ที่พี่แต๋มทำ คือ อ่านเกมแล้ว ผลผลิตปีนี้มันเกิน ถ้าไม่ดูดออก ส่งตลาดในประเทศ เดี๋ยวราคาเดี้ยง เลยไปหาพิมรี่พายช่วยหน่อยสักล้านลูก
ดราม่ามาตรึม ว่า ไปทำลายกลไกตลาด
แต่เดี๋ยวๆๆ พี่แต๋มเขาไม่ได้ให้กระทรวงปลูกแข่งกับเอกชน แล้วเอาของกระทรวงมาขายถูกแข่ง เขาให้พิมรี่พายไปรับซื้อจากชาวสวน ใครไม่พอใจราคานี้ ก็ไม่ต้องขายดิแต่ถ้ามีคนพอใจขายที่ราคานี้ แสดงว่ามันกำไรพอ คนบ่นก็ไม่ต้องขายเขา ตามหลัก ดีมานด์ ซัพพลาย ง่ายๆ เอง
สรุปที่พี่แต๋มทำ
1. ดูดซับ สภาพคล่อง ทุเรียนที่เกินออกจากตลาด 1 ล้านลูก ในราคาที่ชาวสวน กลุ่มหนึ่งพอใจขายให้
แสดงว่ามีกำไรพอควร ไม่งั้นใครจะบ้าขาย มีคนจีนรอซื้ออยู่เยอะแยะ
2. สร้างดีมานด์เพิ่ม ในประเทศ ให้ตลาดมันฟูขึ้นมา
3. ติดต่อตลาดใหม่ มาคานอำนาจ เช่นที่ UAE ถ้าทำให้ฮิตได้ แขกมาแย่งจีนซื้อ คราวนี้ รวยแน่ แบบไม่ต้องทำไรเพิ่ม ของอะไร คนอยากได้เยอะ แต่ ดีมานด์เท่าเดิม ราคาขึ้นอัตโนมัติ เรื่องนี้เชียร์ใจขาดเลย
แค่นี้ทำไมดราม่ากันจัง
การให้รัฐบาล เป็นตัวกลางส่ง ให้ราคาเพิ่มกับชาวสวนทำไม่ได้ เพราะจะเจอแบบผม ให้เอกชนเสี่ยงแทนดีแล้ว แค่หาตลาดเพิ่ม ให้แขก มาแย่งจีนซื้อ จบ ซึ่งที่อ่านมาพี่แต๋มทำอยู่
ส่วนที่ดราม่ากัน อุ๊ยอ๊าย ผมว่าเขาด่าเอามัน
เพราะถ้าคนซื้อพอใจซื้อ คนขายพอใจขาย
เรื่องมันก็มีอยู่แค่นั้น ใคร ไม่ขายพิมรี่พาย ก็ไปขายจีน หรือไลฟ์ขายเอง ไม่ได้มีใครห้าม
ส่วนเรื่อง ทำลายกลไกตลาด ผมว่าไม่น่าเกี่ยว มีชาวสวนยอมขายในราคานี้ ตั้งล้านลูกแสดงว่าเขามีกำไร ส่วนคนโวยวาย บอกขาดทุน ลองไปปรึกษาสวนที่เขาขายดูว่า เขาทำยังไง ถึงกำไร เพราะสุดท้าย คุณก็ต้องแข่งกับ สวนนั้น ในตลาดอยู่ดี
เล่าให้ฟังสนุกๆ ตามประสาคนเคยเจ๊งนะ” - อนิศ โอสถานุเคราะห์
สารส้ม

เปิดบันทึกความทรงจำ! เรื่องราวสุดประทับใจ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา' ช่วงเป็นอัยการฝึกหัด
กำหนดการถ่ายทอดสดขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
แต้มประวัติศาสตร์!'แคนาดา'ฮึดตีเจ๊า'บอสเนียฯ'บอลโลก
สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ดี้ นิติพงษ์ โพสต์กลอนอาลัยสุดซึ้ง น้อมส่งเสด็จ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
คนไทยคนแรก! ‘ลิซ่า’แสดงโชว์พิธีเปิดฟุตบอลโลก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี