วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
นสพ.เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ วันที่ 22 ม.ค. รายงานว่า นายทักษิณ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปเยือนถิ่นฐานบรรพบุรุษที่เมืองเหวยโจ ในมณฑลกวางตุ้ง แต่การเยือนครั้งนี้จืดชืดเย็นชา ไม่ครึกครื้นอบอุ่นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่มีคนออกมาต้อนรับเหมือนคราวก่อน เจ้าของร้านชำคนหนึ่งบอกว่าตระกูลชินวัตรถูกหมางเมินเพราะมีข้อครหาในประเทศไทย ประกอบกับทางการจีนปิดกั้นไม่ให้เข้าพบบุคคลทั้งสอง คนในหมู่บ้านจึงแสดงออกถึงความสัมพันธ์ไม่ได้
สื่อกระแสหลักกระแสรองที่เคยเสนอข่าวโปรโมตพี่น้องสัมภเวสีหนีคุกทุกความเคลื่อนไหวจน “พี่คนดี” ทนไม่ได้รจนาเป็นบทกวีว่า “โจรเป็นพ่อคุณหรือไงสื่อชิดหาย จึงช่วยโจรป่าวขยายขายภาพสวย โจรเป็นแม่คุณหรือไงสื่อเฮงซวย คุณจึงช่วยโจรโฉดโฆษณา..” สื่อที่ “พี่คนดี” ตำหนิไม่ได้เสนอข่าวเรื่องที่คนในหมู่บ้านเหมยโจ หมางเมินเย็นชาต่อสัมภเวสีพี่น้องซึ่งเป็นภาพฟ้องให้เห็นว่ารัฐบาลปักกิ่งไม่นิ่งดูดายต่อการเหิมเกริมของพี่น้องสัมภเวสีที่ทำธุรกรรมอำพราง สร้างความเสียหายในประเทศจีน
สัญญาณว่าปักกิ่งไม่นิ่งดูดาย สังเกตได้จากที่นายฮุนเซ็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกคำสั่งริบหนังสือเดินทางจากนายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ นายฮุนเซ็นซึ่งมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและซับซ้อนกับตระกูลชินวัตร ถ้าไม่ถูกจีนกดดันก็ไม่มีวันทำให้ทักษิณเสียใจ รัฐบาลพนมเปญปฏิเสธว่าไม่ได้ออกหนังสือเดินทางให้น.ส.ยิ่งลักษณ์และโบ้ยไปว่าหนังสือเดินทางที่น.ส.ยิ่งลักษณ์นำไปใช้อาจเป็นของปลอม
ความจริงเรื่องซื้อหนังสือเดินทางซื้อสัญชาติเพื่อให้ได้ถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นที่รู้กันทั่วไปว่านายทักษิณ ถือหนังสือเดินทางสัญชาติมอนเตเนโกร นิการากัว กัมพูชาและอื่นๆ รวมกันถึง 6 เล่ม และด้วยนิสัยชอบคุยโม้ อดไม่ได้ที่จะให้สมุนบริวารที่เทิดทูนบูชาได้รู้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ศาลตัดสินจำคุก 5 ปี หนีไปจากเมืองไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่แสนสบายได้เป็นผู้บริหารท่าเรือขนาดใหญ่ในประเทศจีน
ข่าวที่จงใจปล่อยออกมาว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เป็นประธานบริหารท่าเรือซัวเถาได้รับการส่งเสริมขยายความจากสื่อกระแสหลักตลอดถึงสื่อในเครือข่ายสมุนบริวาร ทำให้กลุ่มการเมืองที่กำลังล่มสลายได้มีชีวิตชีวาฮึดสู้ขึ้นมาอีกครา แต่นักการเมืองในเครือข่ายชื่นใจอยู่ได้ไม่นานก็ฝันสลาย เมื่อนสพ.ในฮ่องกงเสนอรายงานสืบสวนสอบสวนแฉว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาเป็นเอกสารทางการเพียงฉบับเดียวจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท พี.ที.คอร์เปอเรชั่น
บริษัท พี.ที.คอร์เปอเรชั่น จัดตั้งโดยน.ส.ยิ่งลักษณ์และมีอำนาจเต็มเพียงผู้เดียว ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาเพียงฉบับเดียวเป็นเอกสารทางการจัดตั้งบริษัท แต่สามารถผลักดันให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เป็นประธานบริษัทบริหารท่าเรือที่มีมูลค่ากว่า 800 ล้านยูเอสดอลลาร์ เมื่อ นสพ.เซาท์ ไชน่ามอร์นิ่ง โพสต์ สอบสวนจึงพบความไม่ชอบมาพากล กล่าวคือ ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาเพียงฉบับเดียวเป็นเอกสาร ใช้คฤหาสน์หรูของนางเฉิน ฮ่วย ตัน เป็นถิ่นที่อยู่ในการจดทะเบียนบริษัท บริษัทจดทะเบียนสำนักไว้ในที่เดียวกันกับสำนักงานใหญ่บริษัท แปซิฟิก อินเตอร์เนชั่นแนล แคปิตัล ซึ่งมีชื่อนางเฉิน ฮ่วย ตัน เป็นผู้อำนวยการ
นสพ.สืบสาวต่อไปพบว่านางเฉิน นอกจากเป็นผู้อำนวยการบริษัทแปซิฟิกฯ แล้วยังเป็น CEO บริษัทตลาดหลักทรัพย์ในสิงคโปร์และยังมีบริษัทที่ปรึกษาเลขานุการและเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้บริษัทพี.ที.คอร์เปอเรชั่น ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งจดทะเบียนเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 โดยไม่แจ้งว่าทำธุรกิจอะไร แล้วจู่ๆ ในเดือนธันวาคม 2561 เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานบริหารท่าเรือซัวเถา
เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ สอบถามบริษัทฮัธซิสันพอร์ต (ฮ่องกง) ซึ่งมีชื่อเป็นผู้บริหารท่าเรือซัวเถาและผู้ถือหุ้นบริษัทท่าเรือซัวเถา 70 เปอร์เซ็นต์ ได้รับคำตอบว่าบริษัทได้ขายหุ้นให้นักลงทุนชาวสิงคโปร์ผู้ไม่ประสงค์เปิดเผยนามไปแล้ว ส่วนขายเมื่อไหร่ราคาเท่าไหร่ หรือหุ้นจำนวนนั้นจะถ่ายโอนต่อไปให้ใครบริษัทไม่สามารถเปิดเผยได้ ความลึกลับซับซ้อนว่าหุ้น 70 เปอร์เซ็นต์ เปลี่ยนมือมาเป็นของบริษัทพี.ที.คอร์เปอเรชั่น และส่งผลให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เป็นประธานบริษัทท่าเรือซัวเถาได้อย่างไร จึงเป็นเรื่องน่าสงสัยและเป็นเหตุให้ทางการจีนสั่งลบข้อความ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นประธานบริหารท่าเรือออกไปในพริบตา และไม่ถึงหนึ่งเดือนต่อมา มีรายงานว่าเธอถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานบริหารท่าเรือซัวเถา
แต่เรื่องราวยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น เพราะเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา มีสื่อของฮ่องกงอย่าง “แอปเปิล เดลี” ได้รายงานรายละเอียดเพิ่มเติมว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบริษัทบริหารท่าเรือของเมืองซัวเถา อาจเป็นเพราะทางรัฐบาลจีนสงสัยว่าจะมีการพัวพันกับการทุจริตและเชื่อมโยงไปถึงหุ้นส่วนชาวสิงคโปร์คนหนึ่ง ซึ่งสื่อ “แอปเปิล เดลี” ของฮ่องกง ระบุว่า มีความสนิทสนมกับ “ครอบครัวชินวัตร” มานาน รวมไปถึงสนิทสนมกับครอบครัวของอดีตประธานาธิบดี “จอร์จ บุช” ของสหรัฐฯอีกด้วย และสืบสวนต่อไปอาจส่งผลให้ยิ่งลักษณ์ถูกยึดทรัพย์ที่ลงทุนไว้ในฮ่องกง
สัมภเวสีพี่น้องถูกกัมพูชาเพิกถอนหนังสือเดินทาง ถูกจีนสั่งลบปฏิบัติการข่าวทั้งหมดออกจากเว็บไซต์ ถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานบริหารบริษัทท่าเรือซัวเถา ถูกฝรั่งไล่ต้อนมาจากยุโรป ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือเมืองดูไบ ก็แทบเคลื่อนไหวไม่ได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนแต่มาจากโอฐภัยจากอาการคันปากอยากคุยโม้ให้สมุนบริวารอุ่นใจว่านายใหญ่ผู้มั่งคั่งมากบารมี ยังอยู่ดีกินดีอยู่ที่ไหนก็ได้ยกเว้นประเทศไทย
เมื่อกลางปี 2561 น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้วีซ่าเข้าอังกฤษชั่วคราวซึ่งไม่แน่ใจว่าได้วีซ่าจากหนังสือเดินทางชาติไหน สื่อในเครือข่ายประโคมว่ายิ่งลักษณ์ได้วีซ่าถิ่นที่อยู่อาศัยในอังกฤษ คุยโม้ได้ไม่กี่วันนางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งตื่นตระหนกกับสถิติการขอสัญชาติจากโครงการลงทุนเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหายจึงได้หารือกับสภาฯว่า “จะหามาตรการอย่างไรรับมือกับพวกขอสัญชาติไร้ตัวตน” นายกฯอังกฤษพูดผ่านสภาได้ 4 วัน น.ส.ยิ่งลักษณ์เผ่นจากลอนดอนไปอยู่กับพี่ชายในเมืองดูไบ
เมื่อเดือน ก.ค. 2561 กลุ่ม 34 ประเทศพัฒนาแล้วกับรัฐมนตรีอียู จัดการประชุมในกรุงเจนีวา เพื่อหามาตรการแก้ปัญหาอันเนื่องมาจากโครงการ “ซื้อขายสัญชาติและถิ่นที่อยู่อาศัยโดยการลงทุน (Citizenshipand Residence By Investment=CRBI) เมื่อพบว่าโครงการ CRBI ในประเทศด้อยพัฒนาเปิดโอกาสให้อาชญากรข้ามชาติ นักการเมืองคอร์รัปชั่น ฟอกเงิน เลี่ยงภาษี หรือแม้แต่องค์กรก่อการร้าย ก็อาจแฝงตัวเข้ามาในรูปของนักลงทุนเพื่อถิ่นที่อยู่และได้สัญชาติ
และเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา “โครงการติดตามรายงานอาชญากรรมข้ามชาติที่ทำเป็นขบวนการ (Organized Crime and Corruption Reporting Project=OCCRP) OCCRP ซึ่งขยายผลจากการประชุมเจนีวา เสนอรายงานให้อียูเข้มงวดกับประเทศสมาชิกที่มีโครงการ CRBI ที่เรียกว่า “วีซ่าทอง” รายงานชิ้นนี้ได้ยกโมเดล “ทักษิณ-มอนเตเนโกร”เป็นกรณีศึกษา ว่าเศรษฐีกระเป๋าหนักหนีคดี ใช้เงินทุ่มแลกที่พำนัก และเตือนว่าโครงการนี้ได้ถูกฉวยประโยชน์โดยบุคคล หรือ องค์กรอาชญากรรมต่างๆ ใช้เป็นช่องทางสำหรับการฟอกเงิน คอร์รัปชั่น และเลี่ยงภาษี
OCCRP ออกรายงานให้การปราบปรามและเข้มงวดโครงการ CRBI หรือวีซ่าทองในสมาชิกอียู 20 ชาติรวมถึง สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และ สเปน ต้องทำเรื่องนี้จริงจังเพราะชาติเหล่านี้ มีเรื่องร้องเรียน กรณี “ขายใบอนุญาต”ให้มีถิ่นที่อยู่ หรือ กระทั่ง “ซื้อขายสัญชาติ” ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ผลร้ายนั้นจะตกมาถึงสองสัมภเวสีพี่น้อง
สัมภเวสีพี่น้องยามนี้จึงอยู่ในสภาพหนีญญ่ายพายจแจ้น ถูกฝรั่งไล่ต้อนจากยุโรป จากตะวันออกกลาง ต้องเร่มาตะวันออกไกลหวังได้พึ่งพาพี่ใหญ่จีน และเพื่อนรักสิงคโปร์ กัมพูชา แต่ด้วยนิสัยขี้โม้ปากพาจนไม่มีคนคบค้าต้องหาทางปลอบใจในรายการ Good Monday พูดได้ทุกเรื่องตั้งแต่ฝุ่นพิษไปหุ่นยนต์ ยกเว้น Bad Monday เรื่องถูกเทที่ทักษิณไม่อยากเล่า

‘ธนาธร’บุกเชียงใหม่ ประเดิมหาเสียง ขอโอกาส‘ปชน.’เป็นรัฐบาล
ลาจอช่อง 7! รายการ ถกไม่เถียง เตรียมย้ายไปสู่บ้านหลังใหม่
'ไชยา' ร่ายกลอนสวัสดีปีใหม่ปชช. วอนเลือกคนตรง กล้าทำ เข้าไปแก้ปัญหา
ปทุมฯเดือด!!! มือมืดกรีดป้าย'สุทิน นพขำ' เจ้าตัวลั่น'เห็นต่างได้แต่อย่าทำลายกัน'
ชาวบ้านบ้านบางสักจัดพิธีทำบุญลอยเรือ สะเดาะเคราะห์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี