วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
ผลงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
สมัยที่ 2 นับตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2562 เริ่มเข้าตาประชาชนส่วนใหญ่มากขึ้นตามลำดับถึงแม้จะเป็นรัฐบาลผสมถึง 18 พรรคการเมืองก็ตาม โดยมีข้อยืนยันที่เป็นรูปธรรมจากผลการสำรวจของโพลล์หลายๆ สำนักระบุว่าประชาชนส่วนใหญ่จากที่มีอยู่ 68 ล้านคน ได้แสดงความพึงพอใจต่อการทำงานของรัฐบาลมากขึ้นแม้จะมีขบวนการการเมืองของฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลได้ออกมาโจมตีรัฐบาลอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลกำลังเผชิญอยู่คือปัญหาภาวะเศรษฐกิจขยายตัวช้าเพราะมีผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน,ค่าเงินบาทแข็งค่าสูงผิดปกติกระทบไปถึงการส่งสินค้าออก, ภาวะภัยแล้งและอุทกภัยรวมไปถึงราคาผลผลิตทางด้านเกษตรกรรมตกต่ำหลายๆ ชนิดมีผลให้กำลังซื้อของประชาชนในประเทศลดลงรัฐบาลจึงต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระดับฐานรากและระดับคนชั้นกลางออกมาหลายๆ มาตรการ
มาตรการหนึ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วคือการนำน้ำมันปาล์มที่เรียกว่า บี 10มาเป็นส่วนผสมของน้ำมันดีเซลในประเทศซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันปาล์มสูงขึ้นและจะทำให้น้ำมันดีเซลมีราคาจำหน่ายปลีกลดลงตามไปด้วย
อีกมาตรการหนึ่งจากกระทรวงพลังงาน คือคณะทำงานเพื่อพลังงานที่เป็นธรรมที่มีนายกุลิศสมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานได้พิจารณาเรื่อง ราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อให้ได้ราคาพลังงานที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคโดยมุ่งไปที่ราคาอ้างอิงหน้าโรงกลั่นน้ำมันที่เป็นการอ้างอิงการนำเข้าจากตลาดสิงคโปร์ว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวยังมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไรหากไม่เหมาะสมควรมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ในแนวทางใด
หรืออาจจะยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าวได้หรือไม่เรื่องนี้ จะได้มีการหารือในทางเทคนิคโดยจะมีผู้แทนของทางภาครัฐและภาคประชาชนที่เข้าร่วมพิจารณาทางเทคนิคฝ่ายละ 3 คน เพื่อดำเนินการให้ได้ตัวเลขการปรับปรุงที่เป็นรูปธรรมเพื่อนำผลการหารือเข้าที่ประชุมอีกครั้งในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ ซึ่งนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน มีความตั้งใจจะขอเข้ามาร่วมการหารือเรื่องนี้
ประชาชนจำนวนมากมีความสงสัยว่าประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่กว่าสิงคโปร์และขายน้ำมันสำเร็จรูปจากโรงกลั่นไทยไปให้ประเทศเพื่อนบ้านคือกัมพูชา, ลาวและเมียนมา ปรากฏว่าราคาขายปลีกน้ำมันในไทยสูงกว่าเพื่อนบ้านทั้ง 4 ประเทศรวมทั้งมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบเองยังผลให้เกิดการลักลอบนำน้ำมันเข้ามาจำหน่ายในจังหวัดชายแดนแต่ละปีเป็นจำนวนมากพอสมควร
ในวันที่ 13 ธันวาคมนี้คณะทำงานจะประชุมหาข้อสรุปเรื่องพลังงานซึ่งจะนำไปสู่การลดราคาขายปลีกน้ำมันเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย ทั้งนี้จะทำให้ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลดลงก็จะทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกให้ประชาชนลด นโยบายข้อนี้อาจจะมีผลให้บริษัทน้ำมันทั้งรัฐวิสาหกิจและเอกชนจะได้กำไรน้อยลงแต่ประชาชนจะได้ประโยชน์เพราะต้นทุนการขนส่งต่ำก็จะทำให้ราคาขายสินค้าต่างๆ ลดลงตามไปด้วย

ภูมิใจไทยกระหึ่มกรุง! เอกนัฏ เปิดหัวซัดแสบ ทำบางพรรคสะดุ้งเฮือก
ร่วงแรง 6,100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 76,200 บาท
หญิงหน่อย ลั่นขอเข้าไปรื้อ 30 บาทรักษาทุกโรค ก่อนระบบล่มสลาย
ปั่น พจศกร สารภาพผิด ยอมรับทรยศ กระติ๊บ ทำลายรัก 15 ปี
กกต.พร้อมตั้งสำนวนไต่สวน คดีเบิกจ่ายเงินผิดปกติ ทันทีที่ข้อมูล'แบงก์ชาติ'ถึงมือ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี