วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
การแพร่ระบาดของโคขวิดเกิดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นเวลา 9 เดือนแล้ว ตลอดห้วงเวลาดังกล่าวมีการปั่นกระแสให้เกิดความตกใจกลัวถึงความอันตรายร้ายแรงของโคขวิด มีการปั่นกระแสข่าวกันเป็นรายวันนานัปการจนทำลายเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกพินาศย่อยยับ
ตอนเริ่มต้นก็ป่าวประกาศให้คนทั้งหลายหลงเชื่อว่าโคขวิดเป็นโรคระบาดร้ายแรง จะมีผู้ป่วยถึง 650 ล้านคนและจะมีผู้เสียชีวิตถึง 250 ล้านคนภายในปี 2563
แม้ในประเทศไทยเองก็อาจจะรับเป้าหรือภารกิจในการปั่นกระแสเรื่องนี้ จึงมีการปั่นกระแสมาตั้งแต่ต้นว่าภายในเดือนเมษายน 2563 จะมีผู้ป่วย 350,000 คน และจะมีผู้เสียชีวิต 25,000 คน ทำให้ตื่นตระหนกตกใจกันทั้งบ้านทั้งเมือง และเป็นเหตุให้มีการใช้จ่ายงบประมาณกันไม่รู้เท่าใด โดยไม่อาจตรวจสอบได้ และภาคธุรกิจทั้งประเทศพังพินาศยับเยิน
บัดนี้เวลาผ่านมา 9 เดือนแล้ว ความจริงได้บอกแก่ชาวโลกโดยไม่อาจโต้แย้งว่า 9 เดือนที่ผ่านมาในท่ามกลางการปั่นกระแสข่าวครึกโครมทั่วโลกนั้นมีผู้ป่วยรวมทั้งสิ้นแค่ 26 ล้านคน มีผู้เสียชีวิตยังไม่ถึง1 ล้านคน และแน่ชัดว่าในเวลาสิ้นปี 2563 นี้ ที่ตั้งเป้าหมายกันไว้คงจะผิดเป้ามหาศาล คือไม่มีทางที่จะมีผู้ป่วยถึง 650 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิต 250 ล้านคน อย่างแน่นอน
และถ้าเป็นเช่นนั้นก็หมายความว่าการแพร่ระบาดและอันตรายของโคขวิดไม่ได้ต่างอันใดกับไข้หวัดใหญ่ ซึ่งถึงวันนี้ก็ไม่มีใครกลัวเกรงและเพราะรู้และเข้าใจเป็นอย่างดีว่าไข้หวัดใหญ่นั้นรักษาให้หายได้อย่างมากก็ไม่เกิน 7 วัน แต่สำหรับคนไทยก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา หาได้มีผู้ใดยำเกรงไม่
สำหรับประเทศไทย 9 เดือนผ่านไปแล้ว ล่วงพ้นวันที่ 30 เมษายน 2563 มาช้านานแล้ว มีผู้ป่วยสูงสุดที่ระดับ 3,500 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่อิมพอร์ตเข้ามาจากต่างประเทศนับพันคน ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่หรือท้องร่วงมากมายหลายเท่านัก
ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตเพียง 58 คน เป็นการเสียชีวิตในระยะเริ่มต้นที่ยังไม่รู้ว่าจะรักษาโรคระบาดนี้อย่างไร จึงปล่อยไปตามอาการ กว่าจะลงมือให้ยารักษาก็เข้าวันที่ 40 แล้ว ครั้นพอถึงวันที่ 45 ไวรัสจะขยายเกาะกินปอดจนหายใจไม่ออก และจะเสียชีวิตในช่วงเวลาวันที่ 50-55
มีบ้างที่เสียชีวิตในระยะ 3 วันแรก เพราะไม่ทราบว่าโคขวิดนั้นเมื่อติดเชื้อแล้วจะส่งผลกระทบต่อเลือดและเป็นอันตรายต่อผู้มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคความดัน เบาหวาน หรือโรคหลอดเลือด ซึ่งบัดนี้วิธีแก้ไขง่ายๆ ที่ใช้กันทั่วไปก็คือแค่ดื่มน้ำให้มากสักหน่อยก็จะไม่เป็นอันตราย
หลังจากประเทศไทยออกประกาศการใช้ยาในการรักษาโคขวิด ฉบับลงวันที่ 29 มีนาคม 2563 ที่ให้ใช้ยาค็อกเทลและยาอื่นๆ ในการรักษาผู้ป่วยแล้วก็สามารถรักษาผู้ป่วยให้หายได้ทั้งหมด อัตราการเสียชีวิตจึงไม่เพิ่มจาก 58 คน มาหลายเดือนแล้ว นั่นหมายความว่าประเทศไทยมียารักษาโคขวิดให้หายได้อย่างรวดเร็ว
และเรื่องนี้ก็เป็นที่ทราบกันทั่วโลก จึงมีชาวโลกจากหลายประเทศต้องการจะเข้ามารักษาตัวหรือเข้ามาพักเพื่อความปลอดภัย แต่กลับถูกขัดขวางโดยขบวนการโคขวิดที่ไม่ต้องการให้ความจริงเป็นที่ทราบโดยทั่วไป ดังนั้นจึงเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการฟื้นฟูกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศ
9 เดือนที่ผ่านมานี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าแม้จะอิมพอร์ตผู้ป่วยเข้ามาจากต่างประเทศนับพันคน แต่จำนวนผู้ป่วยก็อยู่แค่ระดับ 3,500 คน ยังห่างไกลจากเป้าหมาย 350,000 คน ในวันที่ 30 เมษายน 2563 มากมายนัก และยังห่างไกลจากเป้าหมายการเสียชีวิต 25,000 คน ในวันที่ 30 เมษายน 2563 เช่นกัน
นอกจากนั้นทั่วโลกก็ยอมรับนับถือกันแล้วว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ค้นพบแบบแผนการใช้พลาสมาในการรักษาโคขวิดให้หายได้อย่างชะงัดในเวลาไม่กี่ชั่วโมงโดยหลักคิดอย่างเดียวกันกับการใช้เซรุ่มพิษงูรักษาพิษงูโดยประเทศต่างๆ ได้ประกาศเป็นทางการให้ใช้พลาสมาในการรักษาโคขวิดกันโดยทั่วไป แม้กระทั่งประเทศอังกฤษหรือประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศล่าสุด
แล้วใครเล่าที่ขัดขวางไม่ยอมประกาศใช้พลาสมาในการรักษาโคขวิด? เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคิดอ่านแก้ไขหรือตอบคำถามนี้ ทั้งที่คำถามกึกก้องกระหึ่มไปทั้งบ้านทั้งเมือง และทั้งๆ ที่สภากาชาดไทยได้ออกหน้าเป็นเจ้าภาพรณรงค์ให้มีการใช้พลาสมาในการรักษาโคขวิดแล้วก็ตาม แต่ขบวนการโคขวิดก็หาไยดีไม่
สักวันหนึ่งประเทศไทยอาจจำเป็นต้องไต่สวนหาความจริงและดำเนินคดีกับพวกที่เอาชีวิตคนไทยเป็นตัวประกันในการรักษาอำนาจและผลประโยชน์ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป
โดยสรุปรวมก็คือ ปัจจุบันนี้ทั้งโลกมีผู้ป่วย 28 ล้านคนรักษาหายแล้ว 18 ล้านคน เหลือผู้ป่วยระหว่างรักษา 8 ล้านคนในขณะที่โลกมีประชากร 7,000 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตยังไม่ถึง 1 ล้านคน ไม่ต่างจากจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคระบาดอื่นๆ ที่ไม่มีใครเกรงกลัว เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น
และบัดนี้โลกก็มีวัคซีนโคขวิดออกจำหน่ายแล้ว และผ่านการพิสูจน์มาแล้วทั้งในจีนและรัสเซีย และยังมียา ตลอดจนแบบแผนการรักษาที่แน่นอนชัดเจนอยู่แล้ว แต่ขบวนการโคขวิดกลับทำเป็นไม่พูดและไม่ยอมรับไม่สร้างความเข้าใจในเรื่องนี้เลย
ดังนั้นชาวโลกและคนไทยจึงถึงเวลาต้องตื่นตัวเข้าใจให้ทันท่วงที อย่าให้ใครหน้าไหนมาแหกตาลวงโลกทำให้บ้านเมืองพินาศวายวอดอีกต่อไป

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี