วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
มีรายงานข่าวว่าจีนได้บริจาควัคซีนป้องกันโควิด-19 และส่งหมอพยาบาลไปช่วยทั้งรัฐบาลทหารและกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มในพม่า ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสงครามกลางเมืองในพม่าสามารถหลีกเลี่ยงได้หากขจัดการแทรกแซงของตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาออกไป เพราะตะวันตกพยายามปลุกกระแสให้พม่าเกิดสงครามเมืองเหมือนกับที่เคยทำในซีเรีย ในตะวันออกกลางและในแอฟริกาหลายประเทศ
กองกำลังคะฉิ่นกู้ชาติ (Kachin Independence Army=KIA) ออกแถลงการณ์ว่า “ได้รับป้องกันโควิด-19 จำนวน 10,000 โดส เพิ่มเติมมาจากประเทศจีน” แถลงการณ์ KIA เหมือนมีนัยบอกว่าก่อนหน้าเคยได้รับวัคซีนจากจีนมาบ้างแล้ว
เบอร์ธิล ลินเดอร์ ผู้สื่อข่าวชาวสวีเดนผู้คลุกคลีอยู่กับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในพม่ามาสี่สิบปีและใกล้ชิดเป็นดองกับคนสำคัญในรัฐคะฉ่ิน กล่าวว่ากลุ่มชาติพันธุ์ว้าและชาติพันธุ์ฉาน (ไตใหญ่) เหนือก็ได้รับวัคซีนเช่นกัน “จีนบริจาควัคซีนให้กลุ่มชาติพันธุ์ครั้งนี้คิดว่ามาถูกที่ถูกเวลา จีนยื่นมือเข้ามาช่วยทุกฝ่ายในขณะที่พม่าเผชิญวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตทางการเมือง”
วินมิตร โยสาละวิน ผู้สื่อชาวพม่า อ้างรายงานข่าวทีวีทางพม่าว่าพลเอกมิน อ่อง หล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ ซึ่งเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีรักษาการเมื่อวันที่ 1 ส.ค. เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองและหันมาร่วมมือกันแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 “ถึงเวลาที่ต้องเอาเรื่องสาธารณสุขนำหน้าการเมือง ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือด้านสาธารณสุข ร่วมมือร่วมใจกันให้ผ่านวิกฤตโควิดไปให้ได้ เรื่องการเมืองขอให้ทุกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหวไว้ก่อน”
พลเอกมิน อ่อง หล่าย พูดผ่านทีวีทางการพม่า พร้อมทั้งกล่าวว่า เฉพาะวันที่ 27 ก.ค.มีผู้เสียชีวิตถึง 1,396 คน และมีผู้ติดเชื้อใหม่ในวันเดียวกัน 4,636 ราย มีผู้ติดเชื้อสะสมในพม่า ณ วันที่ 27 ก.ค. จำนวน 274,155 รายและคนตายสะสม 7,507 คน “สหภาพพม่ายินดีต้อนรับและขอบคุณทุกฝ่ายที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเราให้ผ่านวิกฤตโควิด-19” พลเอกมิน อ่อง หล่าย กล่าวสรุป
แหล่งข่าวในกลุ่มชาติพันธุ์ฉานใต้ RCSSA/SSA บอกกับ “แนวหน้า” ว่ากองกำลังฉานเหนือ SSPP/SSA และกองกำลังชาติพันธุ์ว้าUnited Wa State Army =UWSA ต่างก็ได้รับบริจาควัคซีนจากจีนกันถ้วนหน้า “จีนคงบริจาควัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับมิตรที่อยู่ใกล้ชิดกับเขา ส่วนกลุ่มชาติพันธ์ุอยู่ใกล้ชายแดนไทยจีนคงคิดว่าพวกเราพึ่งพาชาติตะวันตกได้” และกล่าวเสริมว่า “ผมได้ข่าวว่ากองกำลังว้าได้รับบริจาควัคซีนจากจีน 450,000โดส ส่วนรัฐบาลทหารพม่าได้วัคซีนมาก่อนหน้า 2 ล้านโดส”
กองกำลังชาติพันธุ์หลายกลุ่มในพม่ามีความแตกแยกกันเองภายใน อาทิ ฉานเหนือกับฉานใต้มีหลายครั้งที่รบราฆ่าฟันกันเองในชาติพันธ์ุเดียวกัน เพราะฉานเหนือเอนเอียงไปทางจีนและรัฐบาลทหารพม่า ส่วนฉานใต้เหมือนกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่ใกล้ชายแดนไทย ฝักใฝ่ตะวันตกและสหรัฐอเมริกา
เช่นเดียวกันกับฉาน กลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหลาย ที่แตกแยกกันภายในจนเกือบล่มสลายไม่มีฐานที่มั่นในดินแดนพม่า ไม่ว่าจะเป็นกะเหรี่ยงคริสต์ กะเหรี่ยงพุทธและกะเหรี่ยงอิสระ หรือกลุ่มชาติพันธุ์มอญและชาติพันธ์ุคะยา ที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ชายแดนไทย ความแตกแยกภายในทำให้กองกำลังสลายกลายเป็นกองโจรกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยเคลื่อนไหวอยู่ในหมู่บ้านปะปนกันกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มใครกลุ่มมัน ไม่มีฐานที่มั่นแน่นอนในประเทศพม่า
กลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้จึงเหมือนกับสองพรรคการเมืองหลักในพม่า คือพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ของทหาร กับพรรคสันนิบาตประชาธิปไตยแห่งชาติหรือพรรคเอ็นแอลดี ของนางออง ซาน ซู จี ที่มีความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าประเทศตะวันตกและสหรัฐฯจะช่วยฟื้นฟูให้พวกเขากลับมายิ่งใหญ่เหมือนในอดีต
แม้แต่ยามวิกฤตโควิด-19 ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่ายังหวังว่าประเทศตะวันตกจะช่วยแก้ปัญหาให้ได้ถึงกับจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจโควิดขึ้นมาในคลินิกของหมอซีนเธีย หมอกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการยกย่องจากตะวันตกและสหรัฐอเมริกา
ปาโด มาห์น มาห์น ผู้ประสานงานศูนย์เฉพาะกิจโควิด-19 ของฝ่ายต้านรัฐบาลทหารพม่า บอกกับ“แนวหน้า” ทางโทรศัพท์ว่า “เราไม่ได้ติดต่อกับกระทรวงสาธารณสุขและสภากาชาดไทย แต่เอ็นจีโอ(อดีตทหารอเมริกัน) ประสานงานกับยูนิเซฟและยูเอ็นให้ ซึ่งบอกทางศูนย์ว่าจะได้ข่าวความคืบหน้าเร็วๆ นี้”
สหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตก ถนัดในการโฆษณาชวนเชื่อยุยงให้กลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ใกล้ชายแดนไทยร่วมมือกับรัฐบาลเงาของพรรคเอ็นแอลดี ตั้งศูนย์เฉพาะกิจโควิดขึ้นมาเพื่อโฆษณาชวนเชื่อในทางปฏิบัติศูนย์โควิดเฉพาะกิจของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าไม่สามารถทำได้ เพราะคลินิกของหมอซีนเธีย ตั้งอยู่ในประเทศไทย
แต่สิ่งที่อเมริกาทำได้คือใช้คนกลุ่มน้อยที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ชายแดนไทยกับพรรคเอ็นแอลดีที่ถูกยึดอำนาจ เป็นเครื่องมือในปฏิบัติการข่าว ออกข่าวลวงข่าวปั่นกระแส ข่าวโจมตีรัฐบาลทหารพม่า เพื่อจูงใจให้ประชาคมนานาชาติคว่ำบาตรรัฐบาลทหารพม่า และฟื้นฟูรัฐบาลพรรคเอ็นแอลดี ของนางออง ซาน ซู จี ที่ชนะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2563 ขึ้นมาใหม่
และความพยายามของตะวันตก ที่จะกดดันรัฐบาลทหารพม่าก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ความพยายามทำให้เกิดสงครามกลางเมืองในพม่าเหมือนกับที่เคยทำให้เกิดครามกลางเมืองในซีเรีย หลายประเทศในตะวันออก กลางและในแอฟริกาก็ทำไม่ได้ เพราะฝรั่งดีแต่โฆษณาชวนเชื่อ ทำปฏิบัติการข่าว เรื่องจะส่งกองกำลังติดอาวุธเข้ามาช่วยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าก็ทำไม่ได้ เนื่องจากจีนกับรัสเซียและอาเซียนขวางทางเอาไว้
ทางด้านประชาคมนานาชาติ และอาเซียน ซึ่งมีพม่าเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ก็ยึดหลักการที่ไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน และอาซียนยึดมั่นในหลักการนี้แม้แต่ในเวทีสหประชาชาติ วันที่ 18 ก.ค. กลุ่มประเทศตะวันตกผลักดันญัตติให้ “ทุกประเทศปิดกั้นการส่งอาวุธให้รัฐบาลทหารพม่า” แต่อาเซียนยืนยันให้แก้ถ้อยคำเป็น “ให้หยุดการหลั่งไหลอาวุธเข้าพม่า”
การใช้ภาษาทางการทูตของอาเซียนที่ชาติตะวันตกไม่ทันเกมส์และไม่เข้าใจว่า “หยุดการหลั่งไหลอาวุธเข้าพม่า” นั้นหมายความว่ารวมถึงชาติตะวันตกและสหรัฐอเมริกาจะส่งอาวุธไปให้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่าไม่ได้เช่นกัน ไม่ใช่บังคับให้ทุกชาติห้ามขายอาวุธให้ทหารพม่าเพียงฝ่ายเดียว
ดังนั้นการลงมติของสหประชาชาติที่ว่า “ห้ามทุกประเทศขายอาวุธให้ทหารพม่า” ถึงแม้จะมี 119 ชาติเห็นด้วยหนึ่งชาติคือเบลารุสคัดค้าน และ 36 ประเทศงดออกเสียง แต่มตินั้นก็ไม่มีผลทางกฎหมายเพราะจีนและรัสเซียรวมทั้งบางประเทศอาเซียนงดออกเสียงประเทศอาเซียนที่โหวตสนับสนุนญัตตินี้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และเอกอัครราชทูตพม่าประจำยูเอ็น จอ โม ตุน ซึ่งเป็นกระบอกเสียงให้แก่รัฐบาลเงาของออง ซาน ซู จี ในขณะที่บรูไน กัมพูชา ลาว และไทย งดออกเสียง
นั้นคือเกมการเมืองที่เหนือชั้นของอาเซียนที่ยึดมั่นไม่แทรกแซงการเมืองภายในซึ่งกันและกันเมื่ออาเซียนลงมติไม่เป็นเอกฉันท์ญัตตินั้นก็ไม่มีผลทางก.ม. เช่นเดียวกันกับกรณีที่อาเซียนมีมติ 5 ข้อในการช่วยเหลือพม่า คือ “ให้ทุกฝ่ายในพม่ายุติความรุนแรงในทันทีและให้ทุกฝ่ายปรองดองกันโดยใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหาภายใน”
มติของอาเซียนครอบคลุมไปถึงทุกฝ่าย ไม่ได้ห้ามทหารพม่าให้ยุติใช้ความรุนแรงเพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นเมื่อฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าเลือกที่จะตั้งกองกำลังติดอาวุธขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลทหารรวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกตะวันตกยุแยงสนับสนุนให้ใช้อาวุธต่อสู้กับทหาร อาเซียนจึงไปห้ามทหารพม่าว่าอย่าปราบปรามฝ่ายต่อต้านที่ใช้กำลังติดอาวุธฝ่ายเดียวไม่ได้เช่นกัน
นั้นคือคำอธิบายความหมายที่ว่าวิกฤตในพม่าตะวันตกและสหรัฐอเมริกาแหยมเข้ามาไม่ได้ เพราะมีอาเซียน รัสเซียและจีนเป็นด่านหน้าช่วยแก้วิกฤตในพม่าให้ ทั้งทางสาธารณสุขและการเมือง ด้านสาธารณสุข จีนก็ล้ำหน้าตะวันตกและสหรัฐอเมริกา ที่สามารถส่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปช่วยทั้งกลุ่มชาติพันธุ์และรัฐบาลทหารพม่า มีรายงานข่าวจากพื้นที่ว่าจีนส่งแพทย์พยาบาลและวัคซีนป้องกันโควิดเข้ามาช่วยกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีกองกำลังขนาดใหญ่และอยู่ใกล้ชายแดนจีน
หลายฝ่ายอาจมองแต่เพียงว่าจีนส่งวัคซีนมาให้กลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ใกล้ชิดติดกันเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อร้ายแพร่ระบาดเข้าไปในประเทศจีน แต่ที่มากกว่านั้นหลายฝ่ายเชื่อว่า หากไม่ได้ปรึกษาหารือกับรัฐบาลทหารพม่า จีนส่งวัคซีนและหมอพยาบาลไปช่วยกลุ่มชาติพันธุ์โดยพลการไม่ได้
รัฐบาลทหารพม่ากับจีนอาจมีวาระซ่อนเร้นใน vaccine diplomacy หรือการทูตผ่านวัคซีน ซึ่งจีนอาจใช้โอกาสนี้โน้มน้าวให้กองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ว้า ที่ไม่เคยเจรจากับรัฐบาลนางอองซาน ซู จี และรัฐบาลทหารพม่า ให้หันมาสนใจในแผนการปรองดองเพื่อการปกครองแบบสหพันธรัฐ ตามแผนการของนายพลมิน อ่อง หล่าย โดยมีจีนเป็นผู้ประสานงานให้
UWSA ของชาติพันธุ์ว้ามีกำลังแข็งแกร่งที่สุดในบรรดากองกำลังชาติพันธุ์ในพม่า ซึ่งสู้รบกับรัฐบาลกลางพม่ามาเป็นเวลากว่า 60 ปี ว่ากันว่าชาติพันธุ์ว้ามีกองกำลังติดอาวุธกว่า 30,000 นาย หาก vaccine diplomacy ทำให้ว้าเห็นดีเห็นงามกับข้อเสนอเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากสหภาพพม่า มาเป็นสหพันธรัฐพม่าได้ แล้วชาติพันธุ์อยู่ใกล้ๆ ไม่ว่าจะเป็นคะฉิ่น โกกั้ง ฉานเหนือ และชาติพันธุ์อื่นๆ อาจเดินตามรอยว้า
ถึงได้กล่าวว่า หากกันตะวันตกและสหรัฐอเมริกาออกไป อาเซียนโดยการสนับสนุนจากประเทศในเอเชียด้วยกันก็สามารถร่วมมือกับพม่าแก้ปัญหาวิกฤตโควิดและวิกฤตการเมืองในพม่าได้โดยไม่ให้เกิดสงครามกลางเมือง
สุทิน วรรณบวร

รวบแล้ว!เพื่อนแสบ หลอกหญิงไทยค้ากามบาห์เรน
เอ็ดดี้ เปิดผลกระทบ 3 ชั้น หากศาลวินิจฉัย 44 สส.ก้าวไกล ผิดจริง
อ.อัจฉราวดี จี้รื้อฟรีวีซ่า หวั่นนอมินีอิสราเอลฮุบที่ดินเกาะพะงัน-ลามถึง 3 จว.ใต้
ยื่นร่างฯ 1 พ.ค.นี้ ไอซ์ เดินสายเปิดแคมเปญรณรงค์ ปฏิรูปประกันสังคม
ฝนตกมาราธอน 10 ชม. นครพนมฟ้าผ่าตูมเดียวระทึก เด็กชายวัย 14 สลบคาครัว-วัวดับ 3 ตัว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี