วันพุธ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564
เป็นที่น่าสังเกตว่าสองสามอาทิตย์นี้ สหรัฐอเมริกา ส่งผู้แทนระดับสูงตั้งแต่รองประธานาธิบดี รัฐมนตรีกลาโหม รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ บินข้ามหัวคนไทยไปเยือนมิตรประเทศในอาเซียน สิงคโปร์ เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ โดยไม่แวะมาทักทายมิตรประเทศที่คบหากันมา 200 ปี
นี่อาจเป็นเพราะว่าประเทศอาเซียนที่สหรัฐให้ความสำคัญเหล่านั้นล้วนแต่เป็นคู่ขัดแย้งกับจีนเผชิญหน้ากันเรื่องทะเลจีนใต้ที่หาข้อสรุปไม่ได้มาหลายทศวรรษ
สหรัฐอเมริกาถึงกับมอบเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์ให้อดีตศัตรูคู่อาฆาตอย่างเวียดนามและให้อาวุธยุทโธปกรณ์อีกมากมายเพื่อเตรียมใช้ในการเผชิญหน้ากับจีนกับฟิลิปปินส์ สหรัฐฯก็เอาอกเอาใจในทำนองเดียวกัน ในส่วนสิงคโปร์นั้นก็เป็นฐานทัพเรือสำคัญของสหรัฐฯในแถบนี้ถึงแม้นายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรี จะแก้ตัวว่ามันเป็นแค่อู่ซ่อมเรือก็ตาม
และเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าสิงคโปร์มักใช้วาทกรรมเข้าข้างสหรัฐเสมอมาทุกคราที่มีประชุมอาเซียนซัมมิตและพูดถึงทะเลจีนใต้ ปีนี้สหรัฐอาจได้ใจเพราะบรูไน แม้เป็นประธานหมุนเวียนแต่ตกอยู่อิทธิพลการชักนำของอินโดนีเซีย สหรัฐเลยฉวยโอกาสล็อบบี้ผ่านอินโดนีเซีย เพราะสหรัฐกับอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์แนบแน่นกันมาตั้งแต่รัฐบาล นายบารัค โอบามา เพราะเหตุว่านายโอบามา เคยมาใช้ชีวิตในวัยเด็กและเรียนหนังสือในอินโดนีเซีย ความสัมพันธ์อันนี้ถูกประธานาธิบดีโจ ไบเดน นำมาใช้ในยุทธศาสตร์ปักหมุด อินโดฯ-แปซิฟิก
จะเห็นว่าเมื่อสหรัฐพูดถึงวิกฤตการเมืองในพม่า รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐนายแอนโทนี บลิงเคนก็ใช้อินโดนีเซียเป็นฐานไม่ได้ให้ความสำคัญกับบรูไนซึ่งเป็นประธานหมุนเวียนอาเซียนปีนี้ ว่ากันว่าเหตุที่นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ไม่ได้เป็นทูตอาเซียนประจำพม่าเพราะอิทธิพลของอเมริกาบวกอินโดนีเซีย
ในฐานะผู้สังเกตการณ์เราฟันธงว่าอินโดนีเซีย สหรัฐ และสิงคโปร์ มีอิทธิพลเหนือวิกฤตพม่าและทะเลจีนใต้ไปได้ไม่นาน สาเหตุเพราะว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าพอสิ้นเดือนธันวาคม 2564 กัมพูชาก็จะมารับตำแหน่งประธานหมุนเวียนอาเซียนต่อจากบรูไน เมื่อถึงวันนั้นสหรัฐฯ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ จะรู้ว่านายกรัฐมนตรีที่มาจากโรงเรียนวัดซึ่งกลายเป็นเสือร้ายอย่าง “นายฮุนเซน” จะมีลวดลายอย่างไรให้ประธานาธิบดี โจ ไบเดน หงายหลัง เพราะหลายฝ่ายเชื่อกันว่า สปป.ลาวและสหภาพพม่าแท็กทีมกับกัมพูชาหันหน้าไปทางจีน
เชื่อว่าคอการเมืองที่ติดการประชุมอาเซียนซัมมิตโดยเฉพาะประเด็นทะเลจีนใต้ที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพเมื่อสิบปีแล้วคงยังจำได้ว่าประธานาธิบดีโอบามา เสียหน้าอย่างไร
นายโอบามา ก่อนไปร่วมประชุมอาเซียนซัมมิตในกัมพูชาแวะมาทำตาหวานสะท้านทรวงกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยที่เธอรับปากประธานาธิบดีอเมริกา ว่าจะสนับสนุนสหรัฐอเมริกาในประเด็นปัญหาทะเลจีนใต้
แต่พอเครื่องบิน Airforce One ของนายโอบามาร่อนลงจอดในสนามบินกัมพูชา นายโอบามาถึงกับต้องหลบสายตาเมื่อเห็นป้ายต้อนรับขนาดใหญ่พร้อมธงชาติจีนปลิวไสวข้างป้ายขนาดยักษ์ที่เขียนว่า “ชาวกัมพูชาขอต้อนรับประธานสี จิ้น ผิง ด้วยยินดีเป็นอย่างยิ่ง” และป้ายชนิดเดียวกันนี้มีทั่วกรุงพนมเปญ
ส่วยป้ายต้อนรับประธานาธิบดีโอบามาและคณะเขียนด้วยผ้ากว้างหนึ่งเมตรยาวสามเมตรติดอยู่หน้าโรงแรมที่พักแห่งเดียว ในระหว่างการประชุมและการกล่าวปาฐกถาของผู้เป็นประธานไม่ได้เอ่ยถึงทะเลจีนใต้แม้แต่คำเดียว เสร็จสิ้นการประชุมถึงเวลาประธานอ่านแถลงการณ์สรุปผลประชุม นักข่าวฝรั่งถามเรื่องทะเลจีนใต้ นายฮุนเซน ตอบว่า “วันนี้ผมไม่ค่อยสบายขอปิดประชุม”
ถึงได้บอกว่าโชคดีที่ไทยไม่อยู่ในเรดาร์ของอเมริกาในรัฐบาลของประธานาธิบดีไบเดน จะได้พูดว่าประเทศไทยวางตัวเป็นกลางในการเผชิญหน้าอเมริกากับจีน เพราะไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งในทะจีนใต้ไทยไม่เหมือน ฟิลิปปินส์และเวียดนาม
ส่วนสิงคโปร์เมื่อคนสำคัญอย่างรัฐมนตรีกลาโหมและรองประธานาธิบดีสหรัฐ นางคามาลาแฮร์ มาเยือนถึงบ้านก็จำเป็นต้องแสดงออกให้ถึงใจชนิดใหญ่เกินเบอร์ คือเสนอจะส่งเครื่องบินกองทัพอากาศไปช่วยขนคนอเมริกันและผู้อพยพออกจากประเทศอัฟกานิสถาน
นายลี เซียนลุง เสนอว่าจะใช้เครื่องลำเลียงอเนกประสงค์ A330 Tanker Transport ของกองทัพอากาศที่สามารถลำเลียงผู้โดยสารได้ 266 คน หรือลำเลียงสินค้าได้ 37,000 กิโลกรัม
“และเครื่องบินลำนี้อาจนำไปใช้ลำเลียงคนป่วยหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ” นายลี เซียนลุง กล่าวและสรุปว่า “ผมหวังต่อไปอัฟกานิสถานจะไม่เป็นศูนย์ของผู้ก่อการร้าย”
นายลี เซียนลุง แสดงบทใหญ่เกินเบอร์ที่ไปเสนอช่วยขนผู้อพยพจากอัฟกานิสถานโดยไม่สำเหนียกว่านั้นเป็นการชักศึกเข้าบ้านโดยไม่จำเป็น เหมือนกับที่นายทักษิณ ชินวัตร ส่งทหารไปช่วยรบทหารอเมริกันรุกรานอีรักเมื่อปี 2546 ต้องยอมรับความจริงว่าการส่งทหารไปช่วยรุกรานอิรักได้สร้างความโกรธแค้นให้กับพี่น้องมุสลิมในสามจังหวัดภาคใต้
เราลงไปทำข่าวในช่วงนั้นสัมผัสได้ว่าพี่น้องมุสลิมในสามจังหวังภาคใต้ไม่พอใจถึงกับพูดว่านายทักษิณได้สุมฟืนเข้ากองไฟโดยไม่จำเป็น
นายลียังพูดอีกว่า “ผมหวังว่าต่อไปอัฟกานิสถานจะไม่เป็นศูนย์กลางของผู้ก่อการร้าย”
คำพูดของนายลี ถูกผู้แทนวัฒนธรรมตาลิบันสวนกลับว่า “ผมไม่คิดว่าประชาชนเรียกเราว่าเป็นผู้ก่อการร้าย แต่มันเป็นสงครามแห่งความโหดร้าย มันเป็นเพียงคำป้ายสีที่เรียกโดย อเมริกันและทุกคนที่หลงเชื่อว่าเราเป็นผู้ก่อการร้าย..”
กลุ่มตาลิบันประกาศเส้นตายให้ทหารอเมริกันถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานภายในวันที่ 31 ส.ค. ตามที่สัญญาไว้เพื่อให้ฝ่ายต่างๆ ได้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติหลังจากทหารอเมริกันถอนตัวทั้งหมด
กลุ่มตาลิบันประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมาว่า ได้ส่งตัวแทนเข้าพบกับบุคคลสำคัญทางการเมืองของอัฟกานิสถานในกรุงคาบูลแล้ว พร้อมรับรองความปลอดภัยให้กลุ่มคนดังกล่าว
โมฮัมหมัด นาอีม โฆษกสำนักงานการเมืองของกลุ่มตาลิบันในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ทวีตข้อความว่า “คณะผู้แทนจากสำนักงานการเมืองของอิสลามิก เอมิเรตส์แห่งอัฟกานิสถาน (Islamic Emirate of Afghanistan (เป็นชื่อเดิมที่ตาลิบันประกาศใช้เมื่อเดือน ก.ย. 2539 แต่ไม่เป็นที่รับรองทั่วไป) ได้เข้าพบกับบุคคลสำคัญทางการเมืองกลุ่มหนึ่งในกรุงคาบูลในวันนี้”
ในช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการเจรจาระหว่างนายอับดุล กานี บาราดาร์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มตาลิบันพร้อมคณะแกนนำกับตัวแทนรัฐบาลอัฟกานิสถานชุดเก่า ซึ่งรวมถึงนายฮามิด คาร์ไซ อดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานสมัยก่อนหน้า อเมริกันอุปโลกน์นายอัชรา กานี เป็นประธานาธิบดีที่หนีไปสองวันก่อนตาลิบันยาตราเข้ากรุงคาบูล เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยทางแกนนำตกลงเรื่องให้รัฐมนตรีสาธารณสุข และนายกเทศมนตรีกรุงคาบูล ดำรงตำแหน่งดังเดิม
แต่มีแกนนำระดับสูงของตาลิบัน 1 คน เสนอด้วยว่าไม่เอาระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยของชาติตะวันตก ตาลิบันยังต้องปกครองแบบจารีตนิยมโดยใช้กฎหมายชารีอะห์เป็นแบบอย่างในปกครองเหมือนครั้งก่อน
“เป็นที่เข้าใจกันทุกคนว่าชารีอะห์ คืออะไร สิทธิคืออะไร ไม่เพียงแต่สิทธิของผู้ชาย แต่ชารีอะห์ ครอบคลุมถึงสิทธิสตรีและเด็กด้วย” โฆษกตาลิบันกล่าวและเสริมว่า “แต่การปกครองร่วมกันทุกฝ่ายในครั้งนี้ เรายังไม่ใช้กฎหมายชารีอะห์กับคนทั่วไป เพื่อความมีวินัยเราใช้เฉพาะกับคนของเรา (ตาลิบัน) ก่อนถ้าคนของเราทำในสิ่งผิดพวกเขาจะเป็นกลุ่มแรกที่ถูกลงโทษ เราใช้การปกครองแบบชารีอะห์แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้คนทั่วเจริญรอยตาม”
อิร่าน จีน รัสเซียเริ่มมีปฏิสัมพันธ์และเห็นดีเห็นงามกับท่าทีอ่อนลงของตาลิบันในโฉมหน้าใหม่แต่จะเป็นไปได้นานเท่าไหร่ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
จึงได้พูดไว้แต่ต้นว่าโชคดีที่ไทยไม่อยู่ในเรดาร์ของสหรัฐอเมริกามิฉะนั้นไทยต้องถูกกดดันให้เลือกข้างและถูกผลักให้เผชิญหน้ากับตาลิบันในอัฟกานิสถานและต้องขัดใจจีนเรื่องทะเลจีนใต้ ซึ่งประเทศไม่มีส่วนได้ “มีแต่เสียกับเสีย”
สุทิน วรรณบวร

‘พิชิต’ฟาดผัวะ!‘ปิยบุตร’ละเมอโจ๋ดินแดงป่วนเมืองกลุ่มปฏิวัติมวลชน
รีบหาซื้อ! ธูป ‘แม่น้ำหนึ่ง’ จุดเอง เน้นๆเลขนี้มาแน่ งวด 1 ตุลาฯ
บุรีรัมย์พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม55ราย เหลือรักษาตัวอยู่ในรพ.778ราย
จยย.ตัดหน้ากระบะกะทันหันก่อนหักหลบชนเสาไฟหวิดพุ่งลงคลอง
'งูเหลือม' หิวโซบุกเขมือบแมวทั้งตัวจนท้องป่องเลื้อยหนีไม่ไหว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี