วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
ผู้เขียนได้ดูข่าว อัล-จาซีราที่ผู้ประกาศข่าวสตรีกับทีมงานเข้าไปสำรวจความเสียหายในสนามบินคาบูล ผู้สื่อข่าวสตรีบรรยายให้เห็นภาพเคลื่อนไหวเฉพาะโรงเก็บอากาศยานในส่วนของสนามบินทหาร
เราไม่เคยไป “คาบูล” แต่เข้าใจที่เธอบรรยายตามภาพว่าสนามบินคาบูล คงจะเหมือนกับสนามบินกองทัพอากาศไทยที่เรียกย่อว่า บน. 6 ซึ่งแยกออกไปต่างหากจากสนามบินพาณิชย์นานาชาติ ดอนเมือง แต่อยู่ไม่ไกลกัน
ในส่วนกองสนามบินทหารมีโรงเก็บเครื่องบินและยานพาหนะทหารตลอดถึงมีการติดตั้งระบบป้องกันและตอบโต้ขีปนาวุธเอาไว้
ขณะที่ฉายให้เห็นภาพเคลื่อนไหวซึ่งเธอบรรยายว่า “อากาศยานทหารทั้งเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินรบ 73 ลำที่เห็นอยู่นี้ ถูกทหารอเมริกันทำลายหรือทำให้ใช้งานไม่ได้ทั้งหมด นอกจากทำให้อากาศยานใช้งานไม่ได้แล้ว ระบบป้องกันและตอบโต้ขีปนาวุธก็ถูกถอดชิ้นส่วนสำคัญไปทำให้มันกลายเป็นเศษเหล็กธรรมดา”
ผู้สื่อข่าวสตรียังบรรยายถึงบรรยากาศของความฮึกเหิมร่าเริงของนักรบตาลิบันในคืนวันที่ 31 ส.ค. ว่าหลังจากเครื่องบินขนผู้อพยพและทหารอเมริกันลำสุดท้ายลับฟ้าไป
“เสียงยิงปืนขึ้นฟ้าดังหูดับตับไหม้เป็นการยิงปืนเฉลิมฉลองการจากไปของทหารต่างชาติสลับกับจุดพลุและดอกไม้ไฟ ทุกคนดีใจส่งเสียงไชโยโห่ร้อง...ซึ่งอารมณ์ของพวกเขาวันนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง วันนี้มีแต่ความโกรธแค้นชิงชังพวกเขารู้สึกว่าถูกทรยศหักหลัง”
ดิฉันถามพวกเขาว่าอะไรทำให้คุณคิดว่าอเมริกันจะทิ้งอากาศยานเหล่านี้ไว้ให้คุณใช้งานได้สะดวก..พวกเขาตอบว่าสิ่งที่สร้างขึ้นและเก็บไว้ที่นี่เป็นทรัพย์สินของชาติเป็นสมบัติของกองทัพอัฟกานิสถาน เมื่อเราเข้ามาบริหารเราต้องได้ใช้มัน”
อย่างที่เห็นอากาศยานและเครื่องป้องกันและตอบโต้ขีปนาวุธทั้งหมดเสียหายเกินความสามารถพวกเขาจะซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้
ผู้สื่อข่าวสตรีคนนั้นชี้ทางซ้ายมือแล้วบรรยายว่าทางซ้ายมือของดิฉันเป็นสนามพาณิชย์ก็ถูกทำลายเสียหายเช่นกัน ชิ้นส่วนสำคัญๆ ถูกถอดออกไปทำให้สนามบินเปิดใช้งานไม่ได้
แต่อย่างไรก็ตามโฆษกตาลิบัน บอกว่าประเทศกาตาร์กับประเทศตุรกีได้ส่งคนงานและวิศวกรมาพร้อมกับเครื่องอะไหล่ และ Chip ที่ถูกถอดออกไปมาซ่อมแซมสนามบินพาณิชย์ให้กลับมาให้บริการได้คาดการณ์ว่าจะเปิดใช้งานได้ในเร็ววัน
“เราต้องรีบเปิดใช้สนามบินพาณิชย์ เพื่อให้เครื่องบินพาณิชย์ได้รับคนที่ประสงค์จะเดินทาง ออกจากอัฟกานิสถานได้อย่างปลอดภัยและเสรีตามที่เราให้สัญญา”
นอกเหนือจากนั้นโฆษกตาลิบันนายซาบิฮุดุลลาร์ มูญาอิบ แถลงว่าตาลิบัน “ยังทำตามสัญญาที่ว่าจะให้สิทธิผู้หญิง ต่อไปนี้ผู้หญิงอัฟกันสามารถเรียนในมหาวิทยาลัยได้ถึงระดับปริญญา ผู้หญิงทำงานเป็นพยาบาลได้ เป็นตำรวจได้ ในกระทรวงทบวงกรมผู้หญิงมีสิทธิทำงานในฐานะผู้ช่วยได้แต่ผู้หญิงจะเป็นรัฐมนตรีไม่ได้”
ต้องรอดูกันต่อไปว่าตาลิบันจะทำตามสัญญาหรือไม่หลังจากที่พวกเขารู้สึกว่าถูกทรยศหักหลังจากต่างชาติ
ดูข่าวภาษาอังกฤษจากอัล-จาซีรา พอถึงเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจก็กลับมาดูข่าวการเมืองในประเทศไทย เปิดทีวีรัฐสภาฟัง สส. นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายตอบโต้กันไปมาซึ่งหาสาระแทบไม่ได้
แต่อย่างไรตาม ก็มาสะดุดใจเอาตอนที่นายชัยวุฒิธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ชี้แจงตอบโต้ข้อกล่าวของฝ่ายค้านเรื่องการตั้งอนุญาโตตุลาการขึ้นมาเพื่อร่วมพิจารณาสัญญาเช่าดาวเทียม
นายชัยวุฒิชี้แจงถึงความถูกต้องชอบธรรมที่ตั้งอนุญาโตตุลาการขึ้นมาร่วมพิจารณาในคดีที่ฟ้องกันไปมาระหว่างบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) กับกระทรวงดีอีเอสนายชัยวุฒิยังชี้แจงด้วยว่าสัญญาเช่าดาวเทียมจะหมดอายุวันที่ 10 ก.ย. 2564 เมื่อถึงวันนั้นบริษัทไทยคมต้องมอบคืนดาวเทียมให้ประเทศไทยและกระทรวงดีอีเอสได้ทำสัญญามอบหมายให้บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นทีเป็นผู้บริหารจัดการดาวเทียมที่ได้รับมอบคืนมา
นายชัยวุฒิยังชี้แจงต่อไปว่า “แต่บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ดูแลควบคุมเฉพาะดาวเทียมให้อยู่วงจรและใช้งานได้เท่านั้น #ส่วนการรับส่งสัญญาณหรือที่ภาษาอังกฤษที่เรียกว่าDownlink Uplink นั้นยังเป็นหน้าที่ของบริษัทไทยคมบริหารจัดการ เพราะอุปกรณ์ดาวน์ลิงค์ อัพลิงค์ยังเป็นสิทธิของบริษัทไทยคม#
นั้นหมายความว่าประเทศไทยได้รับคืนมาเฉพาะดาวเทียมและสิทธิวงโคจรดาวเทียมเท่านั้น ส่วนการรับส่งสัญญาณยังเป็นของต่างชาติเพราะไทยคมได้ขายดาวเทียมให้กับเทมาเส็กประเทศสิงคโปร์ไปแล้ว
ถ้าจะเปรียบเปรยคือเสมือนกับบริษัทไทยคมเช่ารถยนต์ของประเทศไทยไปใช้แล้วขายสัญญาเช่านั้นให้สิงคโปร์ไปใช้ต่อ พอหมดสัญญาเช่าก็คืนรถยนต์กลับมาให้ประเทศไทย แต่ได้ถอดแผงควบคุม ถอดพวงมาลัยถอดคันเกียร์ออกไปเก็บไว้เพราะแผงวงจร พวงมาลัยและคันเกียร์บริษัทไทยคมอ้างว่าได้ประดิษฐ์ขึ้นใหม่เพื่อใช้เฉพาะกับรถยนต์คันนั้นเท่านั้น
ประเทศไทยเลยได้แต่ดาวเทียมกับวงจรคืนมาส่วนการอัพลิงค์ดาวน์ลิงค์สัญญาณซึ่งส่วนสำคัญของการใช้งานไทยคมยังยึดครองไว้ อย่างนี้ถือว่าประเทศไทย
ถูกคนขายชาติทรยศหักหลังไหม?
อย่างไรก็ตาม นายชัยวุฒิ รัฐมนตรีดีอีเอสยังพูดปลอบใจคนไทยว่า “บริษัทเอ็นทีจะร่วมมือประสานงานประสานผลประโยชน์กับไทยคมต่อไป เพื่อไม่ให้การบริการลูกค้าต้องติดขัดคือเราสัญญาว่าไม่ให้ทีวีจอดำ...ไทยคมจะบริหารจัดการเรื่องดาวน์ลิงค์ อัพลิงค์ คือส่งสัญญาณให้ลูกค้าต่อไปโดยไม่ติดขัด”
นายชัยวุฒิ ยังพูดให้คนผิดหวังอีกต่อไปว่า “สำหรับเรื่องลูกค้าในประเทศไทยคิดว่าบริษัทเอ็นทีจัดการดูแลลูกค้าสถานีวิทยุทีวีต่างๆ ได้ ส่วนลูกค้าต่างประเทศยังต้องให้ไทยคมดูแลบริหารจัดการให้เพราะเราไม่มีความรู้เราไม่มีข้อมูลว่าบริษัทไทยคมไปทำสัญญาไว้กับบริษัทไหนมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง”
สรุปอย่างน่าใจหายคือประเทศไทยอาจได้ดาวเทียมคืนมาสองดวงหรือกี่ดวงยังไม่แน่นอน แต่ที่แน่ๆ ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังไปอยู่ในมือบริษัทไทยคมซึ่งไม่ต่างอะไรกับตอนที่เราได้ไอทีวีคืนมาจากเทมาเส็กสิงคโปร์ แต่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ไปอยู่ที่ตึกชินวัตรเพราะเมื่อเราได้คืนมาแต่ช่องสัญญาณไอทีวี ส่วนเครื่องมือเครื่องใช้ตั้งแต่กล้องทีวี ขาตั้งกล้องและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ให้ทีวีออกอากาศได้ต้องเช่าจากบริษัทในเครือชินวัตร รวมสถานที่ตั้งสถานียังต้องเช่าอาคารชินวัตรอยู่หลายปี
และเมื่อไอทีวีได้แปลงกายให้เป็นทีวีไทยพีบีเอสรัฐบาลไทยยังต้องเจียดภาษีไปให้ไทยพีบีเอสผลาญปีละสองพันกว่าล้านบาทมาสิบกว่าปีแล้ว ทั้งๆ ที่ไทยพีบีเอสไม่ได้ดีกว่าทีวีเสรี ทั่วๆ ไปที่พวกเขาต้องเสียค่าเช่าช่องสัญญาณให้ กสทช. ปีละหลายล้านบาท หนำซ้ำไทยพีบีเอสยังเป็นสถานีที่รับใช้นายเก่าคือกลุ่มทุนสามานย์ปล้นชาติพยาบาทสถาบันอย่างไม่ลืมหูลืมตา
นี้คือความอัปยศที่ประเทศไทยได้รับมากกว่าอัฟกานิสถาน เพราะอัฟกานิสถานถูกทรยศหักหลังโดยชาวต่างชาติ แต่ประเทศไทยถูกทรยศหักหลังโดยทุนสามานย์ปล้นชาติพยาบาทสถาบันและคนกลุ่มนั้นคือผู้ที่อาศัยเกิดบนแผ่นดินไทย แต่น่าจะได้ตายเมืองนอก
สุทิน วรรณบวร

จับตาพรุ่งนี้!!! CIB แถลงผลปฏิบัติการ ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ
ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก
สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง
เอาแล้วไง! 'แบงก์กรุงเทพ' ออกกฎ 'บัญชี e-Saving' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้
เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. ปัดคุยแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี