วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
พลันที่รัฐสภาลงมติโหวตผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่เปลี่ยนระบบการเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นการเลือกตั้งจากบัตรสองใบ คนจิตอ่อนหวั่นไหวง่ายต่างมีปฏิกิริยา ว่าบัตรเลือกตั้งสองใบทำให้ขบวนการปล้นชาติพยาบาทสถาบันกลับคืนมา โดยไม่ได้ไตร่ตรองศึกษา ว่าความเป็นไปได้นั้นมีไหม
นอกจากสังคมจิตอ่อน ซึ่งมักจะหวั่นไหวไปตามกระแสข่าวปั่นกระแส ข่าวลวง และหวั่นไปกับปฏิบัติการข่าวที่มีอยู่ดาษดื่นแล้ว สังคมไทยยังไม่ให้เกียรติ ไม่ให้ความไว้วางใจต่อรัฐสภาทีประชาชนเลือกตั้งมาผสมกับการแต่งตั้ง ที่เห็นชอบกับการแก้ไขระบบเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบอย่างท่วมท้นเป็นประวัติการณ์
จากรัฐสภาที่มีสมาชิกอยู่ 733 คน ลงคะแนนรับรองการแก้ไข รธน. เฉพาะหมวดที่เปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้ง 472 คน ในจำนวนนี้เป็นวุฒิสภาถึง 149 คน มากเป็นประวัติการณ์ของ สว. ที่ลงมติรับรองการแก้ รธน. ซึ่งเสนอโดย สส.
แต่ทันทีที่ผลการลงมติออกมา บรรดานักเลงคีย์บอร์ดในฝ่ายที่ต่อต้านการแก้ รธน. ต่างก็แสดงความผิดหวังโกรธแค้น ท้อถอย หมดกำลังใจด้วยการแสดงออกง่ายๆว่า“แก้ รธน. ถามประชาชนก่อนดีไหม” “เราสู้กันแทบตายสุดท้ายก็กลับไประบบเดิม” บางคนไปไกลถึงขั้นเขียนว่า“แก้ รธน. เพื่อให้นายทักษิณได้กลับบ้านทางประตูหน้า”
ดร.เสรี วงษ์มณฑา ถึงกับเขียนว่า “เลือกตั้งครั้งต่อไปต้องยกประเทศให้ใครบางคนไปเลย..” ใครบางคนที่ ดร.เสรีไม่ได้เอ่ยชื่อนั้น ผู้เขียนเดาว่าน่าจะเป็น “นายโทนี่ วู้ดซัม” ที่เป็นขาประจำในคลับเห่า
แสดงว่าภาพของทุนสามานย์ปล้นชาติพยาบาทอาฆาตสถาบันของใครคนนั้นยังหลอนอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนไทยที่เรียกง่ายๆ ว่าโรค “ทักษิณ Phobia”
อาการหวาดระแวงว่า “ระบอบทักษิณ” จะหวนกลับทำร้ายประเทศไทยตลอดถึงสถาบันสูงสุดของชาตินั้นต้องระวังระแวงได้ แต่อย่าให้ถึงกับเป็นโรคทักษิณ Phobia เพราะบริบทสังคมของไทยได้เปลี่ยนแปลงไปมากและการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ทำให้ระบอบทักษิณค่อยๆ เลือนหายและตายไปจากสังคมไทยในที่สุด
ถามว่าระบอบทักษิณหรือนายทักษิณ ชินวัตร ยังอยากกลับเมืองไทย อยากมามีอำนาจหรือมาคอยชักใยอยู่เบื้องหลังยังมีอยู่หรือไม่ คำตอบคือมีอยู่ตลอดเวลาแต่ว่าความเป็นไปได้กลายเป็นศูนย์
บริบทของสังคมไทยเปลี่ยนไปอย่างไรผู้เขียนไม่ต้องอธิบาย แต่ให้ทุกคนได้กลับไปทบทวนถึงเหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ. 2562 ซึ่งเป็นวันรับสมัครเลือกตั้ง สส. ที่กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค 2562 วันที่ 8 ก.พ. พรรคไทยรักษาชาติ ได้เสนอใครให้เป็นผู้สมัครเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วผลออกมาเป็นอย่างไร?
พรรคไทยรักษาชาติ ถูกยุบไปและเป็นผลให้คนในเครือข่ายทุนสามานย์ปล้นชาติพยาบาทสถาบันพลิกเกมใหม่โดยการช่วยหาเสียงเทคะแนนที่ควรมีจากพรรคไทยรักษาชาติมาให้พรรคอนาคตใหม่ เพราะมีความคิด “ด้อยค่าโจมตีทำลายสถาบันเหมือนกัน”
พรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนมาเป็นอันดับที่ 3 แบบเหนือความคาดหมายหัวหน้าพรรคนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯแข่งกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและพ่ายแพ้ไปตั้งแต่การโหวตของ สส.ไม่รวมคะแนนของ สว.ที่เทให้พลเอกประยุทธ์
แต่นายธนาธร ก็ได้เข้าสภาเพียงชั่วโมงเดียวจนกระทั่งพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไป กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 11 คน รวมทั้งถูกดำเนินคดีอาญา พรรคอนาคตใหม่เปลี่ยนเป็นพรรคก้าวไกล แต่เป้าหมายยังคงด้อยค่าสถาบันฯในสภา และนอกสภาสมคบกับคนรุ่นใหม่ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในนามคณะราษฎรยุคใหม่
พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบอบทักษิณ ที่ชนะเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 มาเป็นอันดับหนึ่งเมื่อร่วมกับอีกห้าพรรคสาขาในเครือข่ายทุนสามานย์ปล้นชาติแล้วรวมกันได้ 210 เสียง เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน
พรรคร่วมฝ่ายค้านพยายามโค่นล้มรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่พรรคพลังประชารัฐชนะเลือกตั้งมาอันดับสองเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จนถึงวันนี้กลุ่มพรรคฝ่ายค้านซึ่งเป็นสมุนบริวารและเครือข่ายทุนสามานย์ปล้นชาติพยาบาทสถาบัน ยังคงมุ่งมั่นจะโค่นล้มทำลายให้ได้ โดยการโจมตีทั้งในและนอกสภา
แต่แปลกใจหรือไม่ ยิ่งโจมตี ยิ่งทำลาย รัฐบาลก็ยิ่งมั่นคงมากขึ้นจากเสียงปริ่มน้ำตอนตั้งรัฐบาลใหม่ๆวันนี้กลายเสียงข้างมาก 272 เสียงในสภา 480 คน (20 ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่) รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เหมือนกลองดียิ่งตียิ่งดัง แต่ไม่ใช่ดังเพราะพลเอกประยุทธ์มีความสามารถหรือเก่งกว่าใคร แต่ที่ยืนหยัดอยู่ได้เพราะฝ่ายค้านอ่อนแอ คืออ่อนทั้งเรื่องข้อมูลอภิปรายและเป้าหมาย เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านส่วนใหญ่ที่มีเป้าหมายหวังโค่นล้มทำลายไม่ใช่พลเอกประยุทธ์ แต่เป็นสถาบันสูงสุดของชาติที่มีพรรคร่วมฝ่ายค้านบางพรรคมุ่งหมายทำลายให้ได้
อาจเป็นเพราะความทะเยอทะยานทะลุเพดานของหัวขบวนทุนสามานย์ปล้นชาติพยาบาทสถาบัน จึงได้เซ่อซ่าเปิดหน้ารบตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. 2562 เมื่อได้เข้าสภาก็เดินตามเป้าหมายเน้นไปที่การด้อยค่ามุ่งร้ายทำลายสถาบันฯ
ในสภานักการเมืองที่มุ่งด้อยค่าก็ว่ากันไป นอกสภาฝ่ายทุนสามานย์ปล้นชาติกับนักการเมืองบางพรรค ก็จัดการให้เด็กรุ่นใหม่ที่กักขฬะหยาบช้าออกมาเปิดหน้าโจมตีสถาบันตรงๆ พรรคร่วมฝ่ายค้านโดยการกำกับของหัวขบวนทุนสามานย์ฯชักใยให้ปัจจัยให้ท้ายให้ทุนอยู่ข้างหลัง ดังที่ลุงตู่ให้ฉายาบางคนว่า “เตี้ยหลังม็อบ”
การปรากฏตัวของคณะราษฎรยุคใหม่ที่พรรคการเมืองทุนสามานย์ฯ ให้ท้ายชักใยอยู่เบื้องหลัง ตอนเปิดตัวใหม่ๆมีแนวร่วมเป็นพันเป็นหมื่น แต่เคลื่อนไหวได้ไม่นานเมื่อแกนนำถูกดำเนินคดีตาม ก.ม.แนวร่วมก็ค่อยๆหายไปเหลือหลักร้อยหรือเหลือแค่หยิบมือเดียว
แต่แนวร่วมฝ่ายค้านที่หัวขบวนทุนสามานย์ปล้นชาติพยาบาทสถาบันสั่งการจากแดนไกล ก็เปลี่ยนแผนใหม่จ้างเยาวชนขี้ยาออกมาก่อกวนก่อการร้ายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายตามเป้าหมายให้มีคนตายเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการก่อจลาจลแต่ผลสุดท้ายก็ค่อยๆสลายตัวไปเมื่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองปราบปรามอย่างจริงจัง
ขบวนการเผาบ้านเผาเมืองรุ่นใหม่ก็ต้องกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เหมือนกับขบวนการเผาบ้านเผาเมืองรุ่นพี่ในปี 2552-2553 เมื่ออายุมากขึ้น เมื่อถูกดำเนินคดีเมื่อท่อน้ำเลี้ยงเริ่มเหือดแห้ง พวกรับจ้างทำลายชาติค่อยๆหายไป พร้อมๆ กับความเข้มแข็งขึ้นมาใหม่ของสังคมไทย
ตลอดเวลาที่ผ่านมาผู้ทำให้ระบอบทักษิณต้องแพ้พ่าย ไม่ใช่เพราะรัฐบาลและไม่ใช่เพราะตำรวจทหาร แต่เป็นความเข้มแข็งของสังคมไทยที่มีจิตสำนึกความรักชาติศาสตร์กษัตริย์ รัฐบาลไทยรักไทยที่ชนะเลือกตั้งถึง 374 เสียงในสภา เมื่อไม่ชอบมาพากลก็ถูกประชาชนขับไล่ เมื่อไทยรักไทยที่เปลี่ยนชื่อใหม่มาเป็นพรรคพลังประชาชน เมื่อไม่ชอบมาพากลก็ถูกประชาชนขับไล่ ล่าสุดรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ในนามพรรคเพื่อไทยเมื่อเกิดความไม่ชอบมาพากลคอร์รัปชั่นฉ้อฉลก็ถูกประชาชนขับไล่ และเป็นที่น่าสังเกตว่าฝ่ายทุนสามานย์ปล้นชาติพยาบาทสถาบันทุกคนที่ประชาชนนับแสนนับล้านขับไล่จบชีวิตการเมืองลงในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางเมือง
ผู้เขียนในฐานะผู้สังเกตการณ์พูดได้เต็มปาก ว่าระบอบทักษิณได้เสื่อมถอยลงไปจนไม่มีพิษสงอะไรที่จะทำลายประเทศไทยได้แล้ว ในช่วงสูงสุดของระบอบทักษิณคือทศวรรษที่ 2540 ถึง 2550 ในขณะนั้นระบอบทักษิณมีนายทหารรุ่นเดียวกันเป็นฐาน เป็นกองหนุนในปฏิบัติการร้าย มี ตำรวจสองแสนกว่านายเป็นมือเป็นไม้ให้ระบอบทักษิณ มีมหาอำนาจคือสหรัฐฯหนุนหลัง มีหนอนบ่อนไส้อยู่ในสถาบันสำคัญของชาติ มีมวลชนมีกองกำลังเถื่อนติดอาวุธก่อการร้ายมีบริษัทประชาสัมพันธ์ที่ล็อบบี้ยิสต์ในสหรัฐอเมริกาคอยประโคมข่าวให้ ฯลฯ
วันนี้ระบอบทักษิณไม่มีสิ่งเหล่านั้นเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ระบอบทักษิณเหลือแต่น้ำลายที่ใช้ปลอบใจตัวเองสมุนบริวาร แม้แต่ชื่อยังอายไม่กล้าใช้เป็นภาษาไทยต้องเปลี่ยนใหม่เป็นนายโทนี่ วู้ดซัม เป็นแขกประจำของคลับเห่า
ผู้เขียนจึงประหลาดใจที่คนไทยวิตกจริตพาลคิดเอาว่าการเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นบัตรสองใบ “เท่ากับยกประเทศไทยให้ทักษิณ” โดยไม่สำเหนียกว่าบริบทของสังคมเปลี่ยนไป ประเทศไทยในแผ่นดินใหม่ ทหารตำรวจเปลี่ยนไปที่ยังรับใช้คนแดนไกลแทบไม่เหลือให้ทำยาถ้ามีเหลือบ้างก็แค่หนึ่งในร้อยที่ทักษิณใช้สอยได้
ตามความเห็นผู้เขียนเลือกตั้งบัตรใบเดียวเป็นการออกแบบมาเพื่อลดความเข้มแข็งลดความเป็นสถาบันพรรคการเมือง แต่ไม่ได้ทำให้ระบอบทักษิณเสียเปรียบแต่อย่างใดตัวอย่างการเลือกตั้งที่ผ่านมา พปชร. ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นตัวชูโรงชนะเลือกตั้ง 116 คน ในขณะที่พรรคเพื่อไทยเครือข่ายของโทนี่ชนะด้วยคะแนน 136 คน (ไม่นับการเปลี่ยนเพิ่มจากเลือกตั้งซ่อม)
ในรอบสี่สิบปีที่ปฏิบัติกันมาพรรคที่ชนะเลือกตั้งได้คะแนนมากที่สุดจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เช่นในการเลือกตั้งปี 2539 พรรคประชาธิปัตย์แพ้พรรคความหวังใหม่เมื่อไฟดับ 2 เสียง ปชป. ก็ให้ ครม. ตั้งรัฐบาลทั้งๆที่มีพรรคการเมืองหลายพรรคมาขอให้ ปชป. ตั้งรัฐบาลแต่นายกฯชวน หลีกภัย ไม่เอาเพราะรักษาคำพูดว่าพรรคไหนชนะก็เป็นผู้ตั้งรัฐบาล
พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี จากเงื่อนไขพิเศษเพราะมีบทเฉพาะกาลห้าปีที่ให้ อำนาจ สว. มาจากการแต่งตั้ง 250 คนมีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกนายกฯเหมือน สส. 500 คนที่ประชาชนเลือกมา จึงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ถึงแม้ชนะคะแนนจากการเลือกตั้งน้อยกว่า และบทเฉพาะกาลนี้มีผลบังคับใช้ถึงการเลือกนายกฯหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า
จึงไม่เข้าใจว่าการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ มันกลายเป็นเรื่องยกบ้านเมืองให้ระบอบทักษิณได้อย่างไร เพราะการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบทำให้คัดกรองพรรคการเมืองและคำนวณ สส. ที่ควรจะได้แต่ละพรรคได้ง่ายกว่า
ในรอบยี่สิบปีที่ผ่านมาการเลือกตั้งแต่ละครั้งมีผู้สมัคร สส. ราวๆ 3,000 คน จากอย่างมากก็ 20 พรรค การเมือง แต่การเลือกตั้งครั้งแรกตาม รธน.’60 ปรากฏว่ามีผู้สมัครหมื่นกว่าคนจาก 106 พรรค กกต. ต้องใช้เวลา 60 วันถึงคัดกรองคำนวน สส. ที่ควรจะได้เข้าสภา ด้วยความสับสนอลหม่านทั้ง กกต. ผู้สมัคร และ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ประเทศไทยจึงได้ สส.คุณภาพต่ำหลายสิบคนเข้าสภา
เมื่อสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ซึ่งมีวุฒิภาวะและสติปัญญาเห็นว่าปล่อยสภาเลอะเทอะอย่างนี้อีกต่อไปไม่ได้เลยมีมติให้เปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งใหม่ สังคมไทยต้องให้เกียรติและเคารพในการตัดสินใจของสมาชิกรัฐสภาในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย
เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ควรระวังไม่ให้ระบอบทักษิณได้ทำร้ายประเทศไทยอีกต่อไป แต่ไม่ใช่หวาดกลัวเกินไปจนกลายเป็นโรคทักษิณ Phobia ฤาบางคนตั้งใจใช้ผีระบอบทักษิณหากินกับชาวบ้าน
สุทิน วรรณบวร

จับตาพรุ่งนี้!!! CIB แถลงผลปฏิบัติการ ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ
ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก
สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง
เอาแล้วไง! 'แบงก์กรุงเทพ' ออกกฎ 'บัญชี e-Saving' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้
เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. ปัดคุยแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี