วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันอังคารที่ 14 กันยายน 2564พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นั่งเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีวาระที่น่าสนใจยิ่งอยู่เรื่องหนึ่งคือการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน ซึ่งในทางปฏิบัติถือเป็นการรีวิวก.ม.เพื่อเปิดทางให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตามข้อเสนอของ “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน” ที่เสนอเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย คาดว่าจะเพิ่มปริมาณเงินใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ ราว 1 ถึง 2.5 แสนล้านบาท บนสมมุติฐานการใช้จ่ายในประเทศเฉลี่ย 1 ล้านบาท/คน/ปี, เพิ่มปริมาณเงินลงทุนในระบบเศรษฐกิจ 7.5 หมื่นล้านบาท ถึง 1.87 แสนล้านบาท ประเมินจากเงินลงทุนชาวต่างชาติมั่งคั่ง 1 หมื่นคน และชาวต่างชาติวัยเกษียณ 8 หมื่นคน และเพิ่มรายได้ทางภาษีอีกราว 2.5-6.25 หมื่นล้านบาท ประเมินจากผู้ถือวีซ่าในกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ จำนวน 4 แสนคน
การเสนอมาตรการให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้น รัฐบาลต้องมีความชัดเจนอย่างรอบคอบ ในหลายด้าน ข้อเท็จจริงนั้นมาตรการลักษณะนี้หลายประเทศทั้งในยุโรปและเอเชียก็นำออกมาดำเนินการ
ความไม่ชัดเจนของรัฐบาลจะเกิดปัญหาการต่อต้านจากประชาชนที่จะโดนสัมภเวสีโอปปาติกะนักการเมืองชังชาติปั่นกระแสให้เกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะวาทกรรม“เตะหมูเข้าปากเจ้าสัว” ความชัดเจนอย่างแรกคือ นิยาม คำว่า “อสังหาริมทรัพย์” ขอบเขตที่แน่นอน บ้านจัดสรร อาคารสูงคอนโดมิเนียม หอพัก อพาร์ทเมนท์ ตึกแถวอาคารพาณิชย์เท่านี้หรือไม่ เพราะพื้นที่ “นิคมอุตสาหกรรม” ก็เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน ดังนั้นอะไรบ้างที่ต่างชาติซื้อสามารถครอบครองได้ “บ้านแนวราบ คอนโดฯ ฯลฯ ไม่ใช่แค่เหวี่ยงแหว่า “อสังหาริมทรัพย์”เท่านั้น ทั้งต้องชัดเจนด้วยว่า ต่างชาติสามารถดำเนินการตามมาตรการนโยบายนี้ในพื้นที่โซนนิ่งใดบ้าง รวมถึงต้องชัดเจนเรื่องระดับราคาถ้าไม่กำหนดเรื่องนี้อาจเกิดการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการกำหนดราคาขายเกินจริงหรือ “โอเวอร์ไพรซ์” อาทิ อาคารชุดที่ดินย่านทองหล่อ สุขุมวิท ทำให้ห้องค้างสต๊อกเป็นจำนวนมาก เท่ากับตัดโอกาสของประชาชนที่ต้องการเป็นเจ้าของบ้านพักอาศัย
ในกรณีของอาคารชุด บ้านจัดสรรหากอยู่ในหลักเกณฑ์ที่รัฐกำหนดก็ต้องชัดเจนว่า โครงการที่ชาวต่างชาติซื้อถือครองกรรมสิทธิ์ โครงสร้างนิติบุคคลตามกฎหมายยังบังคับใช้โดยเคร่งครัดผู้ซื้อพักอาศัยมีสิทธิ์ออกเสียงกำหนดทิศทางได้เช่นเดิม ไม่เช่นนั้นผู้ได้รับผลประโยชน์จะใช้คนไทยที่พักอาศัยหากไม่มีความชัดเจนในเรื่องเหล่านี้อาจสร้างปัญหาและส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากรัฐบาลจะดำเนินมาตรการนี้ย่อมต้องอธิบายให้สังคมเกิดความชัดเจนว่าข้อดีมีอย่างไร ไม่ใช่ออกมาตรการลักษณะเหวี่ยงแห ไม่เช่นนั้นมาตรการนี้กลายเป็นอาวุธทิ่มแทงศรัทธาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ “รัฐบาลทหารแก่ -พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา”
มาตรการนี้ หากรัฐไร้ความแน่นอนชัดเจน มีโอกาส “ฝนตกไม่ทั่วฟ้า”ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้รับอานิสงส์เช่นเดียวกับผู้ประกอบการที่มีความพร้อมทั้งด้านการเงินและการถือครองที่ดิน หรือกลุ่มธุรกิจที่สามารถร่วมทุนกับต่างชาติได้

หมอช้าง เผยเคล็ดลับเสริมดวง 12 ราศี ปี 2569 ทำยังไงให้ชีวิตรุ่ง ปัง
ณัฐวุฒิ ลั่นไม่ต้องรอถูกหวย ไม่ต้องรอส้มหล่น หากเพื่อไทยอันดับ 1 ได้นายกฯ ชื่อ ยศชนัน
รวบ กู พ่อค้ายา ขายเฮโรอีนให้เด็กวัย 14 ปี ติดงอมแงม
โบกี้ไลอ้อน อวดหุ่นเป๊ะ จัดเต็มแฟชั่นชุดบิกินี่ขาว ดำ ตัวจิ๋ว
ผบ.ตร.แต่งตั้ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ นั่งรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี