วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569
วันนี้เป็นวันที่ 23 ตุลาคม 2564 เป็นวันปิยมหาราช เป็นวันตรงกับวันเสด็จสวรรคตในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาราชเจ้าผู้ทรงกอบกู้ชาติบ้านเมืองให้พ้นภัยจากนักล่าอาณานิคม และทรงปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย ทรงวางรากฐานแห่งความเป็นชาติมาจนถึงยุคเราท่านในวันนี้
ดังนั้นในวันสำคัญเช่นนี้จึงควรที่ปวงชนชาวไทยจะได้น้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจสำคัญที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญในยามชาติบ้านเมืองอยู่ในยามวิกฤต ถึงขนาดหวุดหวิดจะเสียบ้านเสียเมือง
เพื่อน้อมนำบทเรียนและประสบการณ์ในอดีตที่พระองค์ทรงบำเพ็ญให้เห็นเป็นแบบอย่างมาประพฤติปฏิบัติ เพราะในยามปัจจุบันนี้สถานการณ์ก็ไม่ต่างอันใดกับยุคสมัยนั้น ประหนึ่งว่าประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอยอีกครั้งหนึ่งแล้ว
ในยามนั้นนักล่าอาณานิคมเข้ามาบังคับข่มเหงยึดเอาดินแดนของไทยทั้งฟากฝั่งขวา ฝั่งซ้ายของประเทศไทยและภาคใต้ของประเทศไทยเอาไปเป็นจำนวนมาก บังอาจถึงขนาดที่จะผ่าประเทศไทยเป็นสองซีกแล้วแบ่งกันยึดครอง เป็นการกดขี่ข่มเหงที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ
ในยามนั้นบ้านเมืองกำลังอยู่ภายใต้วิกฤตอันเกิดจากพิษภัยของสนธิสัญญาเบาว์ริงที่บังคับขับไสประเทศไทย ทั้งในด้านการค้าระหว่างประเทศและในการค้าขายภายในประเทศ โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีอากร และการตั้งศาลโปลิศสภา ทำให้อำนาจศาลไทยไม่สามารถบังคับกับคนในบังคับของต่างชาติได้
ในยามนั้นการเมืองการปกครองเสื่อมทรุดถึงขีดสุด อยู่ในสภาพชาติไม่เป็นชาติ ประเทศไม่เป็นประเทศ อาณาประชาราษฎรเดือดร้อนทุกข์เข็ญอยู่ในสภาพที่ทรงเปรียบเทียบว่าถ้าหากเป็นดั่งเรือก็ผุแล้วทั้งลำ ไม่อาจซ่อมแซมได้อีกต่อไป จะต้องยกเครื่องทำใหม่ทั้งลำฉะนั้น
บ้านเมืองของเราในวันนี้นักล่าอาณานิคมกำลังหวนกลับมาจ้องเขมือบประเทศไทยเหมือนอดีตอีกครั้งหนึ่งแล้ว เศรษฐกิจ การเงิน การคลังกำลังพังพินาศ การบริหารราชการแผ่นดินฟั่นเฟือนวิปริตไปสิ้น กฎหมายไม่เป็นกฎหมายเพราะใช้ระบบศรีธนญชัยตีความกันตามใจชอบของผู้มีอำนาจ อาณาประชาราษฎร์ทุกข์เข็ญทุกหย่อมหญ้า เสียบสาปแช่งกึกก้องทั้งสิบทิศ
ดังนั้นสถานการณ์ที่ประหนึ่งประวัติศาสตร์หวนกลับมาซ้ำรอยจึงควรน้อมนำพระราชกรณียกิจสำคัญมาเตือนสติกันเป็นสังเขป
ประการแรก ในยามที่นักล่าอาณานิคมข่มเหงยำเยงบังคับทุกประการเพื่อยึดเอาดินแดนของประเทศไทย กระทั่งจะยึดครองประเทศไทยทั้งประเทศ ถึงขนาดไม่อาจใช้แสนยานุภาพเข้าต่อกรได้พระมหาราชเจ้าพระองค์นั้นก็ทรงดำเนินวิเทโศบายอันล้ำเลิศ ด้านหนึ่งทรงผ่อนหนักให้เป็นเบา ไม่ปะทะซึ่งหน้า สงวนทางไมตรีไว้ในทุกขั้นทุกตอน
แต่อีกด้านหนึ่งก็ทรงจำเริญไมตรีกับมหาอำนาจอีกขั้วหนึ่งของโลก ซึ่งได้แก่ เยอรมันและรัสเซีย เพื่อคัดค้านอำนาจกับนักล่าอาณานิคม ทำให้ประเทศไทยรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ในวาระวิกฤตยิ่ง
ดังนั้น ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ประเทศไทยจึงไม่พึงเข้าไปซุกอยู่ใต้อุ้งตีนใครเป็นอันขาด จะต้องสร้างมิตรไมตรีกับขั้วอำนาจทั้งหลายในโลกเพื่อทำให้ประเทศไทยสามารถยืนผงาดอยู่ได้อย่างเสรีและสามารถรักษาผลประโยชน์แห่งชาติได้อย่างแท้จริง
ประการที่สอง ทรงวางยุทธศาสตร์ชาติเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ กำหนดยุทธศาสตร์สร้างชาติสองแนวทาง คือพัฒนาประเทศเป็นเกษตรอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมบริการ ทำให้เศรษฐกิจของไทยรุ่งเรืองเฟื่องฟูที่สุดแห่งยุคและปรับปรุงพัฒนาประเทศตามแนวทางอารยประเทศ ที่ทรงทราบเป็นอย่างดีจากการคบหาชาวต่างประเทศทั่วโลก จนประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการค้าของภูมิภาค เศรษฐกิจรุ่งเรืองเฟื่องฟู
ค่าเงินบาทแข็งแกร่ง โดย 1 บาท เท่ากับ 12 ดอลลาร์สิงคโปร์ และ 2 ปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษ ให้ดูจากธนบัตรในยุคนั้นมีความเป็นสากลยิ่งกว่าปัจจุบันเป็นไหนๆ คือมีภาษาต่างประเทศถึง 5 ภาษา อันแสดงถึงความเป็นสากลในทางการค้าของภูมิภาค
ทรงดำเนินยุทธศาสตร์ชาติทั้งสองแนวทางนี้ ทำให้ประเทศไทยรุ่งเรืองเฟื่องฟู อาณาประชาราษฎรมีฐานะดี มีสินทรัพย์เป็นตัวตนจากที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยการพระราชทานโฉนดที่ดินให้เป็นทรัพย์สินและที่ทำกินของพสกนิกรตามแบบอย่างอารยประเทศ
ทรงเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และเสรีภาพ ดังนั้นประเทศไทยจึงสามารถเลิกทาสได้โดยสันติ และเป็นแบบอย่างของดินแดนแห่งอิสรภาพ เสรีภาพ และความเสมอภาคอย่างแท้จริง ไม่ต้องฆ่าฟันคนในชาติเดียวกับเหมือนกับประเทศโจรานุโจรทั้งหลาย
ประการที่สาม ทรงปฏิรูปใหญ่ประเทศไทยทั้งในทางการเมือง การปกครอง โดยทรงริเริ่มการปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นมีสิทธิ์มีส่วนบริหารท้องถิ่นของตนให้เป็นไปตามความปรารถนาของประชาชนในท้องถิ่นนั้นอย่างแท้จริง ทรงปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปกฎหมาย ปฏิรูปกระทรวงทบวง กรม ระบบการเงิน การคลัง และเงินตรา จนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ แม้กระทั่งพระจักรพรรดิเมจิของญี่ปุ่นยังต้องส่งคนมาศึกษา
ปัจจุบันสมัยนี้ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอยอีกครั้งหนึ่งแล้ว ดังนั้นประชาชนชาวไทยทั้งผองจึงจำเป็นต้องหวนไปน้อมนำรำลึกถึงพระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจทั้งหลายที่ทรงบำเพ็ญด้วยทรงอดทนอดกลั้น จนสามารถนำพาประเทศชาติให้รอดปลอดภัยมาจนถึงรุ่นเราท่านทุกวันนี้
ขอเราทั้งหลายจงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจทั้งปวงแห่งพระมหาราชเจ้าพระองค์นั้น แล้วน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติอย่างพร้อมเพรียงกัน ชาติบ้านเมืองเราก็จะรอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง

'ธนกร'ลุยหาเสียงสงขลา โวคะแนนนิยม ภท.พื้นที่ 14 จังหวัดใต้ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
'หมอวรงค์'ให้คำมั่นทหารแนวหน้า เป็นสส.จะสนับสนุนกองทัพปกป้องอธิปไตย
ประวัติศาสตร์! 'วิว'โค่นมือ1โลกซิวแชมป์เวิลด์ทัวร์1000หนแรก
เดือดทั่วสหรัฐฯ! ประท้วงใหญ่ปมเจ้าหน้าที่ ICE ยิงหญิงดับ
‘เท้ง’ประกาศจุดยืน พอกันทีกับคำว่า‘เลือกใครไปก็เหมือนกัน’

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี